อยู่ดีๆผู้เขียนก็นึกขึ้นมาได้ว่าตอนเด็กๆเคยได้ดูหนังเรื่องนึงที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับอนาคตที่มีหุ่นยนต์เดินตามท้องถนนและตามบ้านซึ่งมันค่อนข้างคล้ายกับสถานการณ์ของโลกเราในตอนนี้ที่มนุษย์เริ่มแข่งขันพัฒนาหุ่นยนต์ของตนเอง ก็เลยนึกถึงเรื่องนี้มาเลยกับเรื่อง i,rotbot ภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 2004 https://youtu.be/ry1N9lrzt7A?si=S4-U1Bw3qHg6_XJQ เรื่องย่อ : เจ้าหน้าที่ตำรวจนักสืบ เดล สปูนเนอร์ (Del Spooner) ผู้มีอดีตความหลังกับหุ่นยนต์ในเหตุการณ์บางอย่าง ซึ่งมันทำให้เขาเกลียดพวกมันเป็นอย่างมากและมากกว่าใครๆอย่างแน่นอน วันหนึ่งเขาได้ทำคดีการเสียชีวิตของ ดร. อัลเฟรด แลนนิ่ง (Dr. Alfred Lanning) ที่ผู้ต้องสงสัยนั้นเป็นหุ่นยนต์ที่มีชื่อว่า ซอนนี่ (Sonny) แต่ด้วยกฎที่หุ่นยนต์ไม่มีทางทำร้ายมนุษย์ เขาจึงตามสืบคดีนี้เพื่อหาหลักฐานมามัดตัวหุ่นยนต์ตัวนี้ให้ได้ แต่ความจริงแล้วผู้อยู่เบื้องหลังกลับเป็นคนที่เขาไม่คาดคิด รีวิว : เป็นภาพยนตร์ที่ผู้เขียนเคยได้ดูตอนเด็กๆ แล้วชอบมากในตอนนั้นเพราะว่าเนื้อเรื่องเกี่ยวกับโลกในอนาคตที่มีหุ่นยนต์เต็มไปหมด รถขับเคลื่อนได้โดยไม่มีล้อ ภายในเนื้อเรื่องมีการสืบคดีเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ ดร.แลนนิ่ง ซึ่ง นักสืบ สปูนเนอร์ ได้หลักฐานตามหาเบาะแสคือสิ่งที่เรียกว่า "เศษขนมปัง" ซึ่งสิ่งนั้นคือสิ่งที่ ดร.แลนนิ่ง บันทึกไว้ก่อนเสียชีวิตลงเป็น โฮโลแกรม เพื่อให้นักสืบสปูนเนอร์ไขคดีของเขาโดยเฉพาะ เรามาว่าด้วย "กฎเหล็ก3ข้อ" ของหุ่นยนต์ทุกตัวที่จะต้องยึดถือทำตามโดยกฎนั้นมีดังนี้ 1 หุ่นยนต์มิอาจกระทำการอันตรายต่อมนุษย์ หรือนิ่งเฉยปล่อยให้มนุษย์ตกอยู่ในอันตรายได้ 2 หุ่นยนต์ต้องเชื่อฟังคำสั่งจากมนุษย์ เว้นแต่ว่าคำสั่งนั้นขัดแย้งกับกฎข้อแรก 3 หุ่นยนต์ต้องปกป้องสถานะของตัวเองไว้ ตราบเท่าที่การกระทำนั้นมิได้ขัดแย้งต่อกฎข้อแรกหรือกฎข้อที่สอง ด้วยกฎทั้งสามข้อมีความสัมพันธ์กันโดยเน้นย้ำไปที่กฎข้อแรกการให้ความสำคัญกับมนุษย์ จึงไม่มีทางเลยที่หุ่นยนต์จะสามารถก่ออาชญากรรมได้ด้วยตนเอง เว้นเสียแต่กฎจะมีช่องโหว่จากสามข้อด้านบน เศษขนมปัง ทำไม ดร.แลนนิ่ง ถึงบันทึกโฮโลแกรมไว้ก่อนเขาจะเสียชีวิต ซึ่งสิ่งที่เขาบันทึกไว้คือ เบาะแสคำตอบที่ต้องถามให้ถูกกับตอบจึงจะได้เบาะแสนั้นมา นึกแล้วหนังเรื่องนี้เหมือนผู้มาก่อนกาลจริงๆเลยเพราะว่าต้อง "ต้องถามให้ตรงคำตอบ!!" ซึ่งที่มาที่ไปของการเรียกเครื่องฉากโฮโลแกรมชิ้นนี้มาจากที่ นักสืบสปูนเนอร์ เปรียบเปรยกับ "นิทานฮันเซลกับเกรเทล" ที่ทิ้งขนมปังเป็นทางไว้กลับบ้าน จึงคล้ายกับการที่ต้องคลำทางเบาะแสตามเศษขนมปังนั่นเอง หุ่นยนต์รุ่นเก่า NS-4 หรือ "ไอ้หุ่นกระป๋อง" ที่พี่พระเอกของเราสปูนเนอร์ชอบเรียกจนติดปาก หลังจากที่หุ่นรุ่นใหม่ NS-5 ได้ทำการเปิดตัวหุ่นNS-4 ก็ได้ถูกทยอยเก็บไปไว้ในโกดัง โดยหุ่น NS-5 จะมีความแตกต่างกับหุ่นรุ่นเก่าตรงที่มีความคล่องตัว แข็งแรงกว่า และเหมือนมนุษย์มากขึ้นทั้งยังมีระบบที่เชื่อมต่อกับปัญญาประดิษฐ์ที่ศูนย์ควบคุมหลักของบริษัท USR VIKI ปัญญาประดิษฐ์ของบริษัท USR เธอเป็นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ศูนย์กลางขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้ในส่วนกลางของตึกสำนักงานใหญ่ ของ USR ซึ่งเธอจะทำหน้าที่ช่วยเหลือและควบคุมการทำงานของหุ่น NS-5 ทุกตัวยกเว้นแต่ ซอนนี่ เพียงตัวเดียวที่ถูกสร้างขึ้นจาก ดร.แลนนิ่ง โดยตรงซึ่งจะมีความพิเศษทางด้านอารมณ์ที่เหมือนมนุษย์และวัสดุที่แข็งแรงทนทานกว่าหุ่น NS-5ทั่วไป ปริศนาความฝันของซอนนี่ โดยปกติแล้วหุ่นยนต์ไม่สามารถมีความรู้สึก อารมณ์ และความฝันได้ โดยตอนต้นเรื่อง ซอนนี่ มีอารมณ์โกรธและแสดงออกมาเหมือนคนโกรธจริงๆ โดยสปูนเนอร์ตีความว่านั่นคือการเรียนแบบทางอารมณ์ของหุ่นยนต์ แต่แล้ว ซอนนี่ ได้ฝันเห็นบางอย่างในความฝันที่ทะเลสาบ ชิคาโก ซึ่งตรงนี้หนังไม่ได้ขยายความหรือเฉลยออกมา นับว่าหนังได้ให้พล็อตตรงนี้ให้คนดูอย่างเราไปคิดต่อแน่นอนครับ ฉากประทับใจที่สุดในเรื่อง : ถ้าหากเป็นฉากที่ชอบและประทับใจมากที่สุดในเรื่องก็คงไม่พ้นฉากจบของหนังเรื่องนี้เลยครับที่หุ่นทุกตัวจากข้างล่างมองไปที่เดียวกันขณะที่คนที่ยืนอยู่นั้นไม่ใช่คนที่คาดเอาไว้ สำหรับใครที่อยากลองไปดูก็ขอแนะนำเลยเพราะว่ากนังเรื่องนี้ตีความได้เฉียบคมและสนุกตื่นเต้นสุด ขนาดที่ผู้เขียนเองดูซ้ำหลายรอบมากๆ ซึ่งผู้เขียนเองไม่มีแหล่งที่มาว่าต้องไปดูที่ไหนนะครับ เพราะส่วนตัวแล้วหนังเรื่องนี้มี CD อยู่ที่บ้าน ฮ่าๆ เครดิต : วิดีโอตัวอย่าง จาก 20thcenturystudios/ภาพหน้าปก จาก 20thcenturystudios /ภาพที่1-3 จาก Will Smith เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !