“เกมส์โกงเกมส์” คือหนึ่งในละครแนวสืบสวน–อาชญากรรม ทางช่อง3 ที่หยิบประเด็นการโกง การหักเหลี่ยม และโลกสีเทาของนักต้มตุ๋นมาขยายเป็นเรื่องราวแบบเข้มข้น ละครเล่าเรื่องผ่านกลุ่มตัวละครที่ไม่ใช่ตำรวจหรือผู้พิทักษ์กฎหมาย แต่เป็น “คนโกง” ที่ต้องมาร่วมมือกันทำภารกิจโกงคนโกงด้วยกันเอง ภายใต้เกมที่มีผู้บงการลึกลับคอยควบคุมอยู่เบื้องหลัง ทำให้ทุกตอนเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การหักมุม และการชิงไหวชิงพริบที่เดาทางได้ยากละครเรื่องนี้จึงไม่ได้ขายแค่ความมันส์ของแผนการ แต่ยังชวนตั้งคำถามถึงศีลธรรมและเส้นแบ่งของความถูกผิดในแต่ละการตัดสินใจอีกด้วย วันนี้เราจะชวนเพื่อน ๆ มาดูซีรีส์เรื่องนี้ไปพร้อม ๆ กันใน ‘รีวิว เกมส์โกงเกมส์ (2569) ละครไทยสืบสวน ช่อง3’ รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! ละคร เกมส์โกงเกมส์ ละคร “เกมส์โกงเกมส์ (The Scammer Games)” จากทางช่อง 3 เป็นละครแนวสืบสวน–อาชญากรรม–แอ็กชัน ที่เล่าเรื่องของกลุ่มนักต้มตุ๋น 8 คนซึ่งมีภูมิหลังแตกต่างกัน แต่ต้องมารวมทีมเพื่อปฏิบัติภารกิจลับในการเปิดโปงและทำลายเครือข่ายอาชญากรรมรายใหญ่ของประเทศ ภายใต้การชักใยของบุคคลลึกลับที่เรียกตัวเองว่า “แอดมิน” โดยเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ ริสา หญิงสาวที่แบกรับหนี้นอกระบบมหาศาล ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด เธอจึงร่วมมือกับ มังกร, โก้ อดีตตำรวจที่ผันตัวเป็นนักต้มตุ๋น และพรรคพวกอีกหลายคน ใช้ทักษะการหลอกลวง การแฮกข้อมูล และการวางแผนสุดแยบยล เพื่อโกงเหล่ามาเฟีย นักธุรกิจสีเทา และขบวนการผิดกฎหมายต่าง ๆ แต่ทุกภารกิจกลับนำพวกเขาเข้าใกล้ความจริงของ “แอดมิน” ผู้บงการอยู่เบื้องหลังมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าแท้จริงแล้วเขาคือใคร และมีเป้าหมายอะไร https://www.facebook.com/share/v/1CybFEPyA3/?mibextid=wwXIfr “เกมส์โกงเกมส์” เป็นละครแนวสืบสวน-อาชญากรรม ทางช่อง3 ที่เลือกเล่าเรื่องในมุมที่ค่อนข้างแตกต่างจากละครไทยกระแสหลักทั่วไป เพราะไม่ได้วางตัวเอกเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำหน้าที่ไล่จับคนร้าย แต่กลับหยิบเอากลุ่ม“นักต้มตุ๋น” มาเป็นศูนย์กลางของเรื่องแทน ทำให้มุมมองของผู้ชมถูกดึงเข้าไปอยู่ในโลกสีเทา ที่เส้นแบ่งระหว่างความถูกต้องกับความผิดเริ่มไม่ชัดเจน และทุกการตัดสินใจล้วนมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ ละครจึงเปิดฉากด้วยความน่าสนใจตั้งแต่แนวคิดหลัก และค่อย ๆ พาผู้ชมเข้าสู่เกมของการโกง การซ้อนแผน และการหักหลังที่ไม่มีใครไว้ใจใครได้อย่างแท้จริง ในด้านโครงสร้างการเล่าเรื่อง ละครใช้รูปแบบภารกิจเป็นตอน ๆ ที่แต่ละตอนเหมือน “เกมย่อย” ของแผนใหญ่ โดยทีมตัวละครหลักต้องรับงานโกงเป้าหมายที่แตกต่างกันไป ทั้งนักธุรกิจสีเทา กลุ่มอาชญากรรม หรือผู้มีอิทธิพลที่อยู่เหนือกฎหมาย แต่ละภารกิจไม่ได้จบแค่ความสำเร็จหรือความล้มเหลวเท่านั้น เพราะทุกแผนมักมีชั้นเชิงซ้อนกันหลายระดับ และมักมีการหักมุมให้คนดูต้องย้อนคิดใหม่อยู่ตลอด จุดนี้ทำให้ละครมีจังหวะที่ค่อนข้างกระชับ สนุก และเต็มไปด้วยความลุ้นระทึกเหมือนกำลังดูเกมวางแผนที่ไม่มีใครรู้ผลล่วงหน้า อีกหนึ่งแกนสำคัญของเรื่องคือปริศนา “แอดมิน” ตัวละครลึกลับที่คอยควบคุมและมอบภารกิจให้กับทีมของนักต้มตุ๋นทั้งหมด แม้ตัวละครหลักจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติจริง แต่กลับไม่เคยรู้เลยว่าตนเองกำลังถูกใครบางคนมองจากระยะไกลและวางหมากอยู่ตลอดเวลา ทำให้เรื่องราวมีความเป็น thriller มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทุกภารกิจที่เหมือนจะเป็นเพียงการหาเงินหรือเอาตัวรอด กลับค่อย ๆ เชื่อมโยงไปสู่เครือข่ายใหญ่ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง และคำถามสำคัญคือ “แอดมิน” แท้จริงแล้วต้องการอะไรกันแน่ ในด้านพัฒนาการของตัวละคร ละครทำได้ดีในการค่อย ๆ เปิดเผยอดีตและแรงจูงใจของแต่ละคน ทำให้ผู้ชมไม่ได้มองตัวละครเป็นเพียง “คนโกง” แต่เห็นถึงเหตุผลที่ผลักดันให้พวกเขาเลือกเส้นทางนี้ ไม่ว่าจะเป็นความจน ความอยุติธรรม ความสูญเสีย หรือความจำเป็นในการเอาตัวรอด ตัวละครแต่ละคนจึงมีมิติที่แตกต่างกัน และเมื่อถูกนำมารวมทีมกัน ก็เกิดทั้งความขัดแย้ง ความไม่ไว้ใจ และความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาไปพร้อมกับภารกิจที่อันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ พาร์ทความสัมพันธ์ในทีมถือเป็นอีกจุดที่ช่วยเพิ่มความกลมกล่อมให้กับเรื่อง แม้ภายนอกจะเป็นทีมที่รวมตัวกันด้วยผลประโยชน์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ชมจะเริ่มเห็นรอยร้าวเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ กลายเป็นความผูกพัน ทั้งความไว้ใจที่ต้องสร้างขึ้นใหม่หลังจากการหลอกลวงซึ่งกันและกัน และความรู้สึกที่เริ่มเกินกว่าคำว่า “ทีมงานชั่วคราว” สิ่งเหล่านี้ทำให้ละครไม่ได้มีแค่ความตื่นเต้นจากแผนโกง แต่ยังมีอารมณ์ร่วมที่เชื่อมโยงกับตัวละครได้มากขึ้น ด้านนักแสดงถือว่าเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยยกระดับละครได้อย่างชัดเจน กระทิง ขุนณรงค์ ถ่ายทอดบท “โก้” ได้อย่างสุขุมและมีน้ำหนัก ทำให้ภาพของผู้นำแผนดูน่าเชื่อถือ ขณะที่ เก้า สุภัสสรา ในบท “ริสา” สามารถถ่ายทอดความเปราะบางปนเข้มแข็งของตัวละครได้ดี ส่วน ณ ณภัทร ในบท “มังกร” เติมเสน่ห์ของความจริงใจและพลังบวกให้กับทีม และ ปราบ ยุทธพิชัย ในบท “เก๋า” ก็ช่วยสร้างสีสัน ความผ่อนคลาย และประสบการณ์ของตัวละครรุ่นใหญ่ที่ทำให้ทีมมีความสมดุลมากขึ้น ในส่วนของงานโปรดักชัน ละครให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศของโลกอาชญากรรมสมัยใหม่ได้ค่อนข้างดีทั้งการเลือกโลเคชันที่หลากหลาย การออกแบบภาพลักษณ์ของตัวละครที่สะท้อนบทบาทของแต่ละคน และองค์ประกอบต่าง ๆ ในภารกิจที่ดูมีความเป็นระบบและวางแผนมาอย่างละเอียด ช่วยให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของการวางกลยุทธ์จริง ๆ นอกจากนี้จังหวะการตัดต่อและการเล่าเรื่องยังค่อนข้างลื่นไหล ทำให้แม้เนื้อหาจะซับซ้อน แต่ก็ยังติดตามได้ไม่ยาก โดยภาพรวม “เกมส์โกงเกมส์” เป็นละครที่ผสมผสานความบันเทิงและความลุ้นระทึกได้อย่างลงตัว แม้จะมีความเหนือจริงตามสไตล์ละครแนวภารกิจและการโกง แต่ก็ชดเชยด้วยความสนุกของพล็อตที่เต็มไปด้วยชั้นเชิง การหักมุม และปริศนาที่ค่อย ๆ ถูกเปิดเผย หากผู้ชมชอบละครแนววางแผน เฉือนคม และเรื่องราวที่ไม่มีใครเป็นฝ่ายดีหรือเลวอย่างชัดเจน เรื่องนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ดูเพลินและชวนติดตามไปจนจบอย่างแท้จริง สามารถรับชมละครเรื่อง “เกมส์โกงเกมส์ (The Scammer Games)” ได้ทุกคืนวันพุธและพฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 กด 33 สามารถดูดูสดและดูย้อนหลังได้ทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน 3Plus และรับชมย้อนหลังได้ทาง Netflix เลยค่า ^^ อ้างอิงจาก: Ch3Thailand ภาพหน้าปก / วิดีโอที่1 / ภาพประกอบ1 / ภาพประกอบ2 / ภาพประกอบ3 / ภาพประกอบ4 / ภาพประกอบ5 / ภาพประกอบ6 / ภาพประกอบ7 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !