รีเซต

เซปิง ยอมไกล่เกลี่ย ถ้า กรรชัย ขอโทษผ่านสื่อ พิธีดังยันไม่หมิ่นประมาท

เซปิง ยอมไกล่เกลี่ย ถ้า กรรชัย ขอโทษผ่านสื่อ พิธีดังยันไม่หมิ่นประมาท
ข่าวสด
16 พฤศจิกายน 2563 ( 14:29 )
125

เซปิง ยอมไกล่เกลี่ย ถ้า กรรชัย ขอโทษผ่านสื่อ พิธีดังยันไม่หมิ่นประมาท

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2563 ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน และสอบคำให้การคดีที่ ดร.เซปิง ไชยศาสน์ ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง หนุ่ม กรรยชัย กำเนิดพลอย พิธีกรทีวีรายการโหนกระแส ทางช่อง 3

นายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน ทนายความ กับผู้เสียหายเหยื่อศัลยกรรม ที่มาออกรายการทั้งหมด 7 คน เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ฟ้องเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวน 50 ล้านบาทด้วย


ก่อนที่จะเข้าพบเจ้าหน้าที่ในศาล ดร.เซปิง พร้อมนายจำนง ไชยมงคล ทนายความ เปิดเผยกับสื่อมวลชน
โดยทนายจำนง กล่าวก่อนว่า : “เป็นวันนัดพร้อมและนัดตรวจพยานหลักฐานนัดแรกหลังจากที่ศาลอาญามีคำสั่งมีมูลคุณหนุ่ม กรรชัย และจำเลยรวม 7 คน นัดพร้อมพิสูจน์คดีว่าจะมีการสืบพยานยังไงต่อไป แต่ละฝ่ายมีหลักฐานยังไงบ้าง ถ้าจำเลยมาครบ จะมีการนัดสืบพยานโจทก์พยานจำเลยต่อไป”

มีความมั่นใจในพยานหลักฐานแค่ไหน?
ทนายจำนง : “ในภาษานักกฎหมาย หนึ่งหมิ่นประมาท มีการพูดจริงในรายการทีวี สองคำพูดเป็นในลักษณะของการใส่ความ สามคือเจตนาของผู้พูดถ้ามีเรื่องดีหรือไม่ดีอย่างไร ทำไมไม่พูดกันภายนอก ทำไมต้องมาประกาศให้ประชาชนได้รับรู้ในเรื่องที่ยังไม่ได้มีบทพิสูจน์อะไรเลยว่าสิ่งที่พูดนั้นจริงหรือเท็จ ในมุมพยานหลักฐานทางโจทก์ไม่น่าห่วงอะไรครับ คดีหมิ่นประมาทเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว มีการพูดผ่านรายการครบถ้วนอยู่แล้วไม่น่าห่วงอะไรครับ”

ในส่วนของจำเลยถ้าพิสูจน์ออกมาแล้วว่าข้อมูลที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงจะมีผลกับดคีของคุณเซปิงยังไง?
ทนายจำนง : “จริงหรือไม่ถ้าพิสูจน์ได้มันต้องดูว่าความจริงบางอย่างก็เป็นหมิ่นประมาทนะครับ เรื่องนี้ทางฝ่ายโจทก์มีหลักฐานชัดเจนว่าเรื่องต่างๆ มันไม่ได้จริง คดีแพ่งก็มีการสู้กันหลายคดี”

คุณเซปิงมั่นใจใช่ไหม?
ดร.เซปิง : “มั่นใจค่ะ มั่นใจมาก เราถูกทำลายชื่อเสียงไป การที่คนเราจะพูดอะไรบางอย่าง ความจริงรู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว อยากพึ่งอำนาจศาล เพราะดิฉันเชื่อว่าความยุติธรรมมีจริง และอีกไม่นานสังคมจะต้องรับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่า การหมิ่นประมาทโดยใส่ความดิฉัน ทำลายชื่อเสียงดิฉันเป็นอย่างไร ก็ขอให้ทุกคนติดตามนะคะ”

วันนี้ต้องเจอหนุ่ม กรรชัย เตรียมตัวเตรียมใจอย่างไร?
ดร.เซปิง : “เต็มที่อยู่แล้วค่ะ อยากเห็นแววตา อยากเห็นความรู้สึก จากใจเราอยากเห็นความสำนึกค่ะ คนเราทำร้ายคนอื่นไปแล้วย่อมมีความสำนึกอยู่ในใจค่ะ”

ก่อนหน้านี้ไม่เคยเจอกันเลย?
ดร.เซปิง : “ไม่เคยเจอกันเลยค่ะ”

มีอะไรอยากจะบอกกับจำเลยทั้ง7ไหม?
ดร.เซปิง : “การกระทำที่เขาได้ทำลายชื่อเสียงของดิฉันไป เสียใจมากๆ 2 ปีมานี้แทบไม่มีความสุขเลย อีกไม่นานคนจะรู้ สังคมจะได้ทราบและได้เปิดเผยความจริงว่าดิฉันถูกใส่ความถูกทำลายชื่อเสียงอย่างไรบ้างค่ะ”

คดีหมิ่นประมาทสามารถไกล่เกลี่ยได้ไหม?
ทนายจำนง : “หมิ่นประมาทโดยหลักเคลียร์ได้สามารถพูดคุยตกลงกันได้ ถามว่าผ่านขั้นตอนนั้นหรือยัง คดีอาญายังไม่ผ่านหรอกครับไกล่เกลี่ยได้ตลอดเวลา คดีหมิ่นประมาทต่อให้ศาลพิพากษาไปแล้วยังไกล่เกลี่ยได้เลย”

หลังจากนี้จะมีคุยนอกรอบ หาทางออกที่ดีทั้งสองฝ่ายไหม?
ทนายจำนง : “แล้วแต่โจทก์กับจำเลย โจทก์เป็นหลัก ศาลไม่มีอำนาจบังคับให้ไกล่เกลี่ย ถ้าโจทก์เห็นว่าสมมติว่าจำเลยมีความรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปนั้นผิดแล้วสำนึกขอโทษ เรื่องนั้นแล้วแต่ ดร.เซปิงจะให้อภัยอย่างไรหรือไม่ หรือมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง คดีหมิ่นประมาทตกลงกันได้ตลอดครับ คดีนี้ทางดร.เซปิงเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาทด้วยในส่วนของคดีแพ่งต้องมาคุยเรื่องชื่อเสียงความเสียหายที่เกิดขึ้นก็แล้วแต่โจทก์เป็นหลักครับ”

ในส่วนการไกล่เกลี่ยทางดร.เซปิงยอมได้แค่ไหน?
ดร.เซปิง : “ถ้าทุกคนสำนึกในการกระทำของตัวเองได้ จริงๆดิฉันให้โอกาสมานานแล้วให้ออกมาขอโทษ ดิฉันพร้อมที่จะให้โอกาสนานมาแล้ว ถ้าคนเราได้ทำอะไรผิดพลาดไปแล้ว ทำให้ชื่อเสียงดิฉันเสียหายเป็นอย่างมาก ถ้ามาขอโทษกัน เราคนไทย ให้โอกาสได้อยู่แล้ว ขอเพียงแค่สำนึกในสิ่งที่ตนได้กระทำผิดลงไปค่ะ”

การขอโทษมีเงื่อนไขอย่างไร?
ดร.เซปิง : “แน่นอนว่าทำลายชื่อเสียงเราออกสื่อคนรู้กันทั่วประเทศแล้วค่ะ การขอโทษคงต้องออกผ่านทางสาธารณะ ผ่านสื่ออยู่แล้วค่ะ

อ่าน: ศาลรับฟ้องคดี ‘เซปิง’ ฟ้อง ‘กรรชัย’ จัดรายการหมิ่นประมาทเรียก 50 ล้าน

 

ด้าน หนุ่ม กรรชัย พร้อมนายสุรเชษฐ ทองอู่ฉาง ทนายความ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังจากเข้าพบเจ้าหน้าที่ศาล ว่า
หนุ่ม : “วันนี้เลื่อนครับ พอดีว่ามีจำเลยอีกคนต้องมาสอบด้วย เหมือนเขาไม่ได้รับหมายเลยต้องเลื่อนออกไปวันที่ 22 ก.พ.64 วันนี้ก็เลยไม่ได้ทำอะไรเลย จริงๆต้องมาสอบคำให้การจำเลย มาเตรียมความพร้อมในการกำหนดคดี พอดีมีจำเลยท่านนึงอยู่ต่างประเทศ ยังเดินทางมาไม่ได้เพราะติดโควิด-19 ส่วนอีกคนอยู่เมืองไทยนี่ ส่งหมายไปแต่ปรากฎว่ายังไม่ได้รับ หมายตีกลับมา เลยต้องเลื่อนไป เพราะถ้าสอบต้องสอบทั้งหมด”

พยานหลักฐานที่เราเตรียมมามีอะไรบ้าง?
หนุ่ม : “วันนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้พยานหลักฐานอะไร รอขึ้นไปในชั้นสืบถึงจะเอาหลักฐาน เอาพยานออกมา ผมค่อนข้างจะมั่นใจว่าตัวผมไม่ได้ไปหมิ่นประมาทใคร ส่วนจะไกล่เกลี่ยมั้ย ตรงนี้แล้วแต่ดุลยพินิจของศาล แล้วแต่ทางฝั่งของดร.เซปิง”

ได้เผชิญหน้ากับ ดร.เซปิง ได้มีการพูดคุยอะไรกันบ้าง?
หนุ่ม : “ไม่ได้คุยอะไรเลยครับ ผมเจอแกผมก็ยกมือไหว้ ต้องบอกก่อนว่ารายการโหนกระแส เป็นรายการที่เป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนจริงๆ เราไม่เคยจำกัด จำเขี่ยที่จะเข้าข้างไหนเลย คนที่เขาเดือดร้อนเขาก็ออกมาเพราะเขาเป็นผู้เสียหาย

ทีมงานมีการคัดเลือกให้เข้ามา มีการพูดคุยกัน ตัวผมเองก็นั่งสัมภาษณ์ ตอนจบรายการเราก็บอกว่ายินดีที่จะให้คู่กรณีได้เข้ามาชี้แจง ปรากฎว่าหลังจากนั้นก็มีประเด็นนี้เกิดขึ้น ผมก็งงๆอยู่เหมือนกัน”

 

ดร.เซปิงบอกว่าเจอหนุ่มวันนี้อยากเห็น แววตาอยากเห็นความสำนึกของเรา?
หนุ่ม : “ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าพูดถึงเรื่องแววตา มองผม ผมยกมือสวัสดีแก ผมไม่มีประเด็นอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ส่วนสำนึกหรือไม่สำนึกผมก็ยังยืนยันว่าผมไม่ได้หมิ่นประมาท เพราะผมไม่เคยเกลียดชัง หรือรู้จัก ดร.เซปิงเลย แล้วผมจะไปหมิ่นประมาทแกทำไม อยากจะให้ลองกลับไปดูบริบทของเนื้อรายการในวันนั้นว่าผมมีคำพูดคำไหนที่นอกกรอบจนกระทั้งไปหมิ่นประมาทแกรึเปล่า ซึ่งผมมั่นใจว่าผมไม่มี”

ไม่รู้สึกผิดก็เลยไม่ขอโทษ?
หนุ่ม : “อย่าใช้คำว่าไม่รู้สึกผิดหรือรู้สึกผิด ใช้คำว่าผมไม่ได้หมิ่นประมาทจะดีกว่า ผมยืนยันว่าผมไม่ได้หมิ่นประมาท ประเด็นมันมีที่มาที่ไป เอาไว้ไปเจอกันชั้นศาล ให้ทุกอย่างมันชัดเจน”

ตัวเขาเองเขาก็มั่นใจเหมือนกัน?
หนุ่ม : “เป็นธรรมดาแหละครับ คนที่เขามีคดีฟ้องร้องบานปลายกันเขาก็ต้องมั่นใจ มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว”

แต่เขาก็บอกว่าไกล่เกลี่ยได้นะ?
หนุ่ม : “แล้วแต่ทางดร.เซปิงเลย ผมยังไงก็ได้ จริงๆแล้วผมก็เป็นคนที่ไม่ชอบค้าความ ถ้าดร.เซปิงคิดว่าต้องการจะคุยก็แจ้งมาเลยว่ามาคุยกันไหม ผมก็คุย มันไม่ใช่เรื่องที่จะไม่คุย”

เขาบอกให้เราขอโทษผ่านสื่อ เขาจะยอมรับคำขอโทษนั้น?
หนุ่ม : “เรื่องของการขอโทษ อย่าว่าแต่ขอโทษเลยนะ สมมติว่าผมผิดจริงๆผมยกมือขอโทษทุกคนได้หมดอยู่แล้ว แต่อะไรที่เราไม่ได้ผิดเราก็ต้องยืนยันว่าเราไม่ได้ผิดจริงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในมุมถ้าอยากจะมาออกรายการผมก็ยินดี ผมไม่เคยปิดกั้น ผมยังบอกมาออกรายการเลยจะได้ฟังทั้งสองมุม ผมเปิดโอกาสให้มาออกในรายการผมนานแล้ว

ผมยินดี ไม่ใช่เพิ่งจะมาเปิดวันนี้นะ เราเปิดตั้งแต่คู่กรณีของเขามาออกรายการ เราก็บอกผ่านรายการด้วยว่าขอเชิญมาออกทุกคนจะได้รู้ข้อเท็จจริง แต่ปัจจุบันยังไม่มีติดต่อมา ตอนนั้นเขาเคยมีติดต่อมาว่าจะมาออกรายการ เราขอข้อมูลไป ว่าเดี๋ยวจะให้มาออกรายการนะ ปรากฎว่าผ่านไป2 วันก็มาฟ้องเลย ผมก็งงๆอยู่ว่ายังไง ผมไม่รู้จะเอายังไง”

ถ้าไปออกรายการมันจะมีความเป็นกลางไหมในเมื่อเราเป็นคู่กรณีกัน?
หนุ่ม : “ผมเป็นกลางอยู่แล้วครับ เรื่องนี้ผมไม่ติด ผมยืนยันว่าผมไม่มีเรื่องอะไรที่เกลียดชังหรือรู้จักหรือไม่ชอบ ดร.เซปิง ผมเจอหน้าแกผมก็ยกมือไหว้ ถ้าผมรู้สึกไม่บริสุทธิ์ใจผมคงจะเบือนหน้าหนี ผมคงไม่เอา”

จำนวนเงิน50ล้านที่เขาฟ้องแพ่งเรา เรารู้สึกว่ามันสมควรกับความเสียหายที่เขามองว่ามันทำลายชื่อเสียงเขาไหม?
หนุ่ม : “อันนี้ผมตอบไม่ได้ ต้องไปดูกันตรงกระบวนการชั้นศาล”

ศาลอยากให้ทั้งคูแล้วกำชับว่าอยากให้ทำความเข้าใจกัน?
ทนายสุรเชษฐ : “ศาลแค่อยากให้เจรจากัน คดีตราบใดที่ยังไม่ได้สืบ การเจรจาก็เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดดู 22 ก.พ.64 กระบวนการทั้งหมดจะไปในวันนั้นอีกทีนึง วันนี้เป็นแค่มาตามกระบวนการก่อน วันนั้นคงจะได้ข้อเท็จจริงกันเยอะ”

แนวทางการสู้คดีของทางเรา?
ทนายสุรเชษฐ : “ยังไม่ขอลงรายละเอียดแล้วกันครับ แนวทางมันมีอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราก็ต้องเกรงใจทางศาลนิดนึงจะพูดอะไรออกไป”