สื่อบันเทิงที่แสดงเป็นเรื่องเป็นราวที่หาชมได้ไม่ยากก็คือ ภาพยนตร์หรือเรียกแบบชาวบ้านว่าหนัง เดี๋ยวนี้อยากดูหนังสักเรื่องก็แค่เปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดูแบบออนไลน์หรือจะเช่ารายเรื่องก็ทำได้ง่าย ๆ ย้อนกลับไปอีกนิดก็ดูแบบใช้จานดาวเทียมหรือเคเบิ้ลก่อนนั้นก็จะเป็นภาพยนตร์จากแผ่น ซีดี ดีวีดี วีดีโอเทปซื้อบ้าง เช่าบ้าง ซึ่งบูมต่อจากที่เคยชื่นชอบการชมในโรงภาพยนตร์ที่เป็นการฉายแสงผ่านแผ่นฟิล์มไปสู่จอในห้องขนาดใหญ่ท่ามกลางความมืดที่มีผู้ชมนั่งเก้าอี้เรียงรายรับชมความบันเทิงอย่างอลังการ Cr.ภาพจาก https://bit.ly/2IjLFLu ย้อนสมัยกลับไปราว พ.ศ. 2514-15..สมัยผู้เขียนยังเด็ก ๆ สิ่งบันเทิงที่ว่าไว้ข้างต้นนับเป็นอะไรที่ยังไม่เกิดขึ้นเลย ตอนนั้นที่พอเห็นได้มีแต่วิทยุทรานซิสเตอร์ บ้านไหนฐานะค่อนข้างดีก็หาซื้อโทรทัศน์ขาวดำชมหนังละครสักเครื่อง สมัยนั้นนับเป็นสิ่งค่อนข้างมีราคาและเป็นของประดับชั้นหรูเลยภาพจาก https://bit.ly/2xqnKI3 ด้วยบ้านที่อยู่ข้างวัดมหรสพนอกบ้านที่ได้ดูบ่อยคือหนังกลางแปลง ความบันเทิงไร้หลังคา มีทั้งหนังแก้บนหนังงานบุญหนังขายยา เสน่ห์กลิ่นอายบรรยากาศผู้เขียนยังจำได้ไม่ลืมเลือน วันไหนถ้าได้เห็นรถขับประกาศสลับเปิดเพลงแล้วล่ะก็ค่ำคืนนี้สนุกแน่ ใช่แล้วมีหนังกลางแปลงฉายในวัด บ่ายแก่ ๆ ทีมงานเริ่มตั้งจอหนังสีขาวใหญ่กลางลานตู้ลำโพงขนาบข้าง เครื่องฉายกระเป๋าฟิล์มถูกตระเตรียมขนออกมาเรียงพร้อมเช็คม้วนหนัง ตรงนี้ล่ะที่เหล่าเด็ก ๆ ชอบไปยืนมุงดู เศษฟิล์มที่ถูกตัดทิ้งนั่นคือของเล่นชิ้นโปรดที่เรา ๆ ชอบแย่งกัน พ่อค้าแม่ขายทะยอยเข็นรถตั้งร้านจับจองพื้นที่ น้ำหวาน สายไหม ถั่วแระ ข้าวโพดปิ้ง อ้อยควั่น ลูกชิ้น สารพันของจะกินCr.ภาพจาก https://shutr.bz/38mr84e จากเย็นถึงค่ำช่วงนี้หน่วยฉายหนังจะเปิดเพลงสลับกับประกาศแนะนำบริษัทหนังชื่อเรื่องที่จะฉาย ค่ำคืนนี้เป็นการฉายหนังแก้บนของชาวบ้านครอบครัวหนึ่ง ไม่นานนักสปอร์ตไลท์ก็ปิดพรึ่บเสียงเครื่องฉายดังตึก ๆ ๆ แสงฉายสู่จอเป็นหนังตัวอย่าง ทุกคนเงียบกริบ จวบจนคนเริ่มมีเสียงบ่นจอแจเพราะฉายตัวอย่างนานเกิน มีเด็กลูกทีมหนังประกาศว่านักพากย์ยังเดินทางมาไม่ถึงเลย ตนจึงต้องขออนุญาตพากย์เสียงแทนรอตัวจริงมาว่างั้นCr.ภาพจาก https://shutr.bz/38mr84e หนังจริงเริ่มฉายสู่จอ เป็นหนังจีนกำลังภายใน เสียงนักพากย์สมัครเล่นนั้นตะกุกตะกักทันบ้างข้ามบ้างหยุดบ้าง ผิด ๆ ถูก ๆ คำว่าวิทยายุทธก็เป็นวิทยุซะเรียกเสียงฮากันตรึมสนั่นลานวัดจนกระทั่งนักพากย์ตัวจริงมาถึงหนังจึงพอเป็นเรื่องเป็นราวขึ้น ย้อนกลับไปคิดถึงแล้วอดนั่งอมยิ้มไม่ได้สักทีนับเป็นเสน่ห์ของบรรยากาศยามนั้นแท้ ๆ Cr.ภาพจาก https://shutr.bz/2OT9NrS สิ่งที่คู่กับหนังกลางแปลงก็คือการขายของในขณะที่หนังกำลังฉาย คงจะกลัวเราหิวเป็นลมตอนดูหนังเลยระดมมาขายกันเต็มพรึ่บ ทั้งเดินผ่านจอทั้งแหวกว่ายผ่าวงเข้ามาทุกซอกมุม ลูกโป่ง ปลาหมึกย่าง ข้าวเกรียบเป็นแผ่นใหญ่ ๆ บังจอแทบมิด ฮ่า ๆ ๆ Cr.ภาพจาก https://shutr.bz/38mr84e หนังกลางแปลงมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ยังไม่เคยถามใคร รู้แต่จำความได้ก็เห็นแล้ว เลยลองเสิร์ชดูจากอินเทอร์เน็ต ได้ความว่าภาพยนตร์หรือหนังได้เข้ามาในกรุงสยามเมื่อปี พ.ศ. 2440 ก็100 กว่าปีทีเดียวโดยชาวฝรั่งได้นำมาฉายที่โรงละครแห่งหนึ่งจวบจนแตกแขนงเป็นหนังเร่หนังขายยาเข้าถึงทุกผู้คนตามแหล่งต่าง ๆ ได้ทั่วCr.ภาพจาก https://shutr.bz/38mr84e Cr.ภาพจาก https://bit.ly/2IjLFLuหนังกลางแปลงที่ยังพอมีเห็นทุกวันนี้ก็จะเป็นในงานประจำปีของแทบทุกตลาด เป็นการฉลองทำบุญหนังจะฉายหลาย ๆ คืน คืนละ 2-3 เรื่อง อย่าลืมนะครับใครที่อยู่ไม่ไกลตลาดมากนัก ค่ำคืนไหนมีหนังประจำปีมาฉายก็แวะเวียนไปชมสักครั้งรำลึกอดีตความบันเทิงไร้หลังคากลางน้ำค้างจ้ะ// ================Cr.ภาพปกจาก https://bit.ly/2IjLFLu