นุ้ย เชิญยิ้ม เคลียร์ชัด สภาพการเงิน โหน่ง พี่ชายโอเคมั้ย หลังโพสต์หวั่นโดนยึดรถ

นุ้ย เชิญยิ้ม เคลียร์ชัด สภาพการเงิน โหน่ง พี่ชายโอเคมั้ย หลังโพสต์หวั่นโดนยึดรถ
ข่าวสด
26 พ.ค. 64
22

นุ้ย เชิญยิ้ม เคลียร์ชัด! สภาพการเงิน โหน่ง ชะชะช่า โอเคมั้ย? หลังโพสต์หวั่นไฟแนนซ์ยึดรถ เผยพี่ชายเป็นคนไม่พูด แต่มองตาก็รู้ใจ

หลังจากที่ตลกหนุ่ม โหน่ง ชะชะช่า โพสต์ภาพตัวเอง พร้อมทั้งเขียนข้อความเศร้าๆ ว่า “ถ้าปีนี้โควิดไม่หมดไฟแนนซ์มายึดรถกรูแน่ สงสัยปีหน้าต้องเดินไปอัดรายการซะมั้ง สู้ๆ นะทุกคน” ทำเอาเพื่อน ๆ ในวงการและแฟน ๆ ต่างเป็นห่วง รวมไปถึง 2 ตลกรุ่นพี่คนสนิท หม่ำ จ๊กมก และ เท่ง เถิดเทิง ที่วิดีโอคอลมาหาด้วยความเป็นห่วง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นุ้ย เชิญยิ้ม ซึ่งเพิ่งเดินทางไปหา โหน่ง ชะชะช่า พี่ชาย ที่ จ.นครนายก ได้เปิดใจกับทาง “ข่าวสดบันเทิงออนไลน์” ถึงเรื่องที่หลายคนเป็นห่วงพี่ชายว่ามีความเครียดหรือปัญหาเรื่องการเงินหรือเปล่าหลังโดนพิษโควิดระลอก3 เล่นงาน

ล่าสุดเห็นไปหา พี่โหน่ง พี่ชายตัวเองมา? “คิดถึงกันอ่ะเนาะ ไม่ค่อยได้เจอกัน จริง ๆ เวลาทำงานก็ไม่ค่อยได้เจอพี่โหน่งอยู่แล้ว นาน ๆ จะเจอสักทีนึง บังเอิญหรือไม่ก็ทางรายการฟิกซ์มาแล้ว แต่นานมากเจอกันล่าสุดน่าจะเป็นรายการขบวนการโจ๊กเกอร์เทปที่พี่โหน่งมา ซึ่งนานหลายเดือนมากแล้ว แต่ถ้าวันไหนมีไปอัดรายการที่เวิร์คพอยท์ก็จะแวะไปทักบ้างถ้าพี่โหน่งพี่เท่งพี่หม่ำอัดอยู่”

ได้เจอพี่ชายในรอบหลายเดือนเป็นยังไงบ้าง ยังสดใสร่าเริงเหมือนเดิมไหม? “โหน่งบางทีเขาเป็นคนเก็บอาการ น่าจะอยู่ในใจเขา มีอะไรก็ไม่ค่อยได้พูดอะไรสักเท่าไหร่ ต้องถามถึงบอก”

แล้ววันนั้นได้ถามไหมว่าเป็นอะไรหรือเปล่าช่วงนี้เห็นโพสต์แคปชั่นแล้วหลายคนเป็นห่วง? “อ๋อ…พี่ก็ดูอยู่เหมือนกันที่บอกว่า…ตายไปทุกอย่างก็ไม่ใช่ของเรา บางทีโหน่งเขาก็อยากจะลงแคปชั่นอะไรบ้าง แต่ด้วยยุคนี้เป็นยุคโซเชี่ยลที่คนไม่ได้อ่านแคปชั่นอย่างเดียวแต่ดูภาพแล้วคนคิดตามไปด้วย แต่โหน่งก็เคยบอกว่าไม่มีอะไรเลย แค่ลงแคปชั่นธรรมดา ซึ่งมันก็จริงอย่างที่เขาพูดว่าคนเราจะหากันไปทำไมเยอะแยะ ตายไปก็เอาเงินไปไม่ได้สักบาทเดียว มาแต่ตัวก็ต้องไปแต่ตัว ประมาณนั้นแหละ อาจจะมีมุมที่เศร้า ๆ บ้างเขาก็เลยลงแบบนั้นไป”

แล้วที่พี่โหน่งโพสต์ว่า “ถ้าปีนี้โควิดไม่หมดไฟแนนซ์มายึดรถกรูแน่ สงสัยปีหน้าต้องเดินไปอัดรายการซะมั้ง สู้ๆ นะทุกคน” ล่ะ? “อันนี้ก็เห็นเหมือนกันแต่ว่าพี่ไม่รู้ อาจจะลงขำ ๆ หรือเปล่าไม่แน่ใจ โหน่งทำงานมาก็ต้องมีรายได้อยู่แล้วอยู่กับบริษัทใหญ่โต อยู่กับวงการตลกมานานหลายปี เขาก็ต้องมีเงินเก็บอยู่แล้วล่ะ ถ้าจะไม่มีเป็นไปไม่ได้หรอก บางทีเขาก็ลงเตือนสติหรือว่าอะไรยังไงหลาย ๆ อย่าง ไม่รู้อยู่ที่คนคิดคนพิมพ์คนลงภาพเขาจะคิดแบบไหนเราไม่สามารถอ่านใจเขาได้หมด”

ในฐานะที่เป็นน้องชายรู้สึกไหมว่าช่วงพี่โหน่งเครียดอะไรจริง ๆ หรือเปล่า? “อืม…มันก็น่าจะเครียดนะ ไม่ใช่ว่าแต่โหน่ง การทำธุรกิจค้าขายอะไรพวกนี้ก็น่าจะเครียดกันหลายคน จากที่เคยมีลูกค้าเยอะแยะมากมายแล้วยอดมันตกลงไปเยอะ ลูกน้องก็ต้องเลี้ยงดูเยอะแยะมากมายก็ต้องมีความเครียดเป็นธรรมดาอยู่แล้ว หรืออาจจะเครียดเรื่องในยุคที่โรคร้ายมันรุมเร้าไปไหนกันก็ลำบาก อย่างพี่อยู่บ้านมาจะ 2 เดือนไม่ได้ไปไหนเลย เพิ่งจะมีไปหาพี่โหน่งเมื่อวันเสาร์ที่แล้วแค่นั้นเอง คือมันก็เครียดนะแต่เราก็ทำให้มันไม่เครียดซะ นั่งไลฟ์ร้องเพลงของเราไปกับคนดู 17 คนเท่านั้นก็แฮปปี้แล้ว เยอะกว่านั้นก็ปิดไลฟ์(หัวเราะ)”

แต่วันนั้นที่เจอกันพี่โหน่งก็ไม่ได้มีท่าทีเครียดอะไรให้จนเรารู้สึกว่าน่าเป็นห่วงใช่ไหม? “แต่รู้ดูตาก็รู้แล้วล่ะ อาจจะมีกังวลบ้างอะไรบ้าง แต่ว่าเราก็ไม่ได้ถาม แค่ถ่ายรูปพี่ชายแล้วเอามาลงแคปชั่น ว่า…สู้ ๆ นะพี่ เขาก็เห็นแคปชั่นก็รู้แล้วล่ะ ไม่ต้องสื่อกันเยอะ ไม่ต้องไปปลอบประโลมอะไรกันมากมาย บางทีการสื่อทางกายมันก็ดีแต่เราก็ไม่รู้ว่าบางมุมเขาอยากจะรับตรงนั้นหรือเปล่า พี่น้องกันอยู่กันมาตั้งแต่เด็ก ๆ มันน่าจะรู้ใจกับคำพูดเล็ก ๆ อันนี้ก็เข้าถึงแล้วล่ะ”

เห็นที่พี่หม่ำ พี่มด พี่เท่ง พี่มาลา วิดีโอคอลหา ทำอาหารมาให้ แวะเวียนไปหาบ้าง จนอดสงสัยว่าพี่โหน่งอาการแย่หนักหรือไม่มีอะไรจะกินหรือเปล่า? “ต้องบอกว่าโหน่งเป็นน้องเล็กที่สุดในแก๊งสามช่า อยู่กันมานานผูกพันกันมานานมีอะไรก็ต้องแบ่งปัน อย่างพี่หม่ำเวลาทำอะไรไม่ได้ทำน้อย ๆ เพราะญาติพี่น้องเขาเยอะ เพื่อนก็เยอะ ทำทีก็ทำแจก แล้วพี่หม่ำกับพี่มดเขาเป็นคนชอบทำอาหาร ทำเสร็จเขาก็จะให้คนขับรถเอามาให้โหน่งกินที่นครนายก โหน่งมีอะไรที่จะฝากไปถึงพี่หม่ำได้เขาก็จะแลกของกัน ส่วนพี่เท่งอยู่ใกล้ ๆ อยู่แล้ว เขามีตลาดเท่งวินเทจอยู่ แต่ว่าตอนนี้อาจจะยังเปิดไม่เต็มที่ ซึ่งก็จะมีขนมจีนแม่มาลา พวกนี้ชอบทำอาหารทั้งนั้น เวลาทำเสร็จปุ๊บก็จะเอาไปฝากน้องฝากพี่ เขาแลกเปลี่ยนกันแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาปกติ รวมถึงเรื่องที่อำหยอกล้อกันด้วยคือปกติของตลกเลย สนิทถึงหยอกกันได้ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก”

ยืนยันว่าพี่โหน่งไม่ได้ถังแตกหรือว่าเงินไม่พอแล้ว? “ไม่ ๆ ๆ เป็นไปไม่ได้เลย ไม่ต้องห่วงพี่โหน่งเรื่องนั้นเลย พี่โหน่งมีเงินเก็บอยู่แล้ว แต่เขาอาจจะกังวลเรื่องธุรกิจค้าขายของเขามากกว่า จะบอกว่าตอนนี้นักแสดงหวังงานแสดงอย่างเดียวก็ไม่ได้ ตลกก็แก่แล้ว คนดูบางคนก็เปลี่ยนไปในการดูตลก เพราะฉะนั้นธุรกิจที่สำคัญตอนนี้ที่จะสร้างอนาคตให้แข็งแรงก็น่าจะเป็นธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวของพี่โหน่ง เขาก็อาจจะมีความกังวลในธุรกิจของเขาตรงนี้ แล้วก็ลูกน้องอีกเยอะแยะที่ต้องดูแล แต่ผมว่ายังมีผู้ประกอบการร้านอาหารอื่น ๆ ลำบากกว่าพี่โหน่งเยอะมาก วันเสาร์ที่แล้วเท่าที่ผมไปสังเกตดูคนก็เข้ามายังโอเคอยู่ อาจจะหายไปครึ่งครึ่ง แต่ก็ถือว่าทำเลี้ยงลูกน้องไปเท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าเขาอาจจะกังวลว่ามันจะอีกนานมั้ย”

ย้ำกับแฟน ๆ แทนทีว่าไม่ต้องห่วงพี่โหน่ง? “ไม่ต้องห่วงพี่โหน่งเลย พี่โหน่งสบายดี วันนั้นที่ไปเขาก็มีความสุข เขาก็อยากให้พี่น้องไปหา เพราะอย่างเราเองก็ไม่ค่อยได้ไปหาพี่โหน่งสักเท่าไหร่ ไม่อยากไปรบกวนอะไร แต่ก็อยากไปให้กำลังใจแค่นั้น แล้วก็บอกแฟน ๆ ของพี่โหน่ง ชะชะช่า เลยว่าไม่ต้องห่วงเลย พี่โหน่งยังอยู่สบายดีมีความสุขกับร้านบะหมี่ที่เขาทำ ใครมีโอกาสก็ไปอุดหนุนพี่โหน่งกัน ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ค่อยดีแต่ว่าปริมาณคุณภาพอาหารบะหมี่ของพี่โหน่ง ชะชะช่า รสชาติยังเหมือนเดิม สโลแกนร้านพี่โหน่งคือ…ถึงท่านไม่มาทางบะหมี่ แวะมาฉี่ก็ยังดีครับ (หัวเราะ) ห้องน้ำเขาก็สะอาดด้วย”

ยืนยันว่าเป็นน้ำซุปกระดูกหมูไม่ใช่กระดูกหมาแบบที่พี่เท่งชอบแซวใช่ไหม? “(หัวเราะ)ตลกชอบอำกัน พี่ก็สังเกตน้าไปดูหลังร้าน ทำไมหมูปากยาวทุกตัว พี่โหน่งบอกว่าเป็นหมูศัลยกรรม บอกเลยว่าน้ำซุปอร่อยมาก แล้วพี่โหน่งก็ยืนยันการันตีว่าถ้าไปทานอาหารที่ร้านบะหมี่โหน่ง ชะชะช่า ถ้ารสชาติเพี้ยน…ให้เปลี่ยนร้านทันทีครับ(หัวเราะ) ไม่ต้องเปลี่ยนอาหารเปลี่ยนไปกินร้านอื่นเลย”

ตอนนี้ตัวเราเป็นยังไงบ้างอยู่บ้านมา 2 เดือนแล้ว? “ตอนแรกก็เบื่อ ๆ เหงา ๆ แต่โชคดีที่พี่ตั๊ก(ศิริพร)เขาให้พี่ไลฟ์ร้องเพลงด้วย วันหนึ่งสองสามชั่วโมงพี่ก็โอเคแล้วร้องเพลงไป พี่ตั๊กเข้าใจแล้ว เราเองก็ไม่รู้ว่าจะเครียดไปทำไม เรายังโชคดีกว่าหลายคนที่ลำบากมาก ๆ เลย บางคนบอกว่าดูสิคนอื่นลำบากแย่กัน นุ้ยยังมานั่งร้องเพลงอยู่ได้ แล้วจะให้ผมทำอะไร จะให้ผมไปนั่งเครียดนั่งตรมมันก็ไม่ใช่ไง จิตใจมันก็จะห่อเหี่ยวไปตลอด เลยต้องหาอะไรที่ทำ แต่ว่าผมก็มีโอนเงินไปช่วยคนนั้นคนนี้คือเราทำได้แค่นี้ไง ส่วนไปลงพื้นที่เอาของไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่เขาให้การสนับสนุนนักแสดงดาราอย่างพวกเรา เราก็อยากไปแต่ที่นี้ว่าเราก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ บางทีมันต้องมีเรื่องของชุดป้องกันอะไรพวกนี้ด้วย ลงไปมั่วซั่วไม่ได้”

เลยเป็นช่วงที่พี่นุ้ยกับพี่ตั๊กน่าจะได้เจอกันเยอะขึ้น? “พี่ตั๊กเขาก็ว่างบ้างหยุดบ้าง งานของพี่กับของพี่ตั๊กจะไม่ค่อยเหมือนกัน พี่ทำงานกับกลุ่มคนเยอะ 20 กว่าคนขึ้นไปเขาก็มีข้อกฎหมายกำหนด แต่อย่างพี่ตั๊กไปทำงานก็มีแค่ 3-4 คน ตากล้อง 3 กล้องรวมแล้วทั้งกองไม่เกิน 20 คนแน่นอน แต่ของเราไปทำไม่ได้ อย่างรายการก่อนบ่ายคลายเครียดก็ 40-50 คนแล้ว รายการบริษัทฮาไม่จำกัดทั่วไทย 40-50 คนก็อัดไม่ได้ รายการ ก็มาดิคร้าบ ของน้องบอล-น้องตั๊ก(บริบูรณ์)ก็อาจไม่ได้อีก พี่ก็เลยต้องหยุดเป็นเดือน ๆ แล้ว แล้วตอนนี้เงินเก่าพี่ก็หมดแล้วด้วย เราก็ไม่กล้าไปเบิกกระทรวงการคลังเพราะพี่ตั๊กเค้าดูแลอยู่ เบิกยาก บางทีกระทรวงการคลังเขาก็ถามเรานะว่ามีเงินใช้หรือเปล่า ความที่เรามีศักดิ์ศรีเราก็บอกว่ามี ไม่กล้าบอกว่าไม่มี เดี๋ยวเขาให้มา 500 1,000 มันเสียศักดิ์ศรีเรา”

ดูยังอารมณ์ดีได้อยู่เลย? “นั่งดูข่าวทุกวันมียอดติดเชื้อเยอะแยะเพิ่มขึ้นมากมาย ไหนจะมีสายพันธุ์ใหม่อะไรมาอีก เสพข่าวทุกวันก็น่าตกใจนะ อยากจะให้กำลังใจกับพี่น้องประชาชนทุกท่านให้สู้และผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันให้ได้ คนไทยเป็นคนใจดีมาก เกิดวิกฤตอะไรมาแต่ละครั้งคนที่มีเยอะก็ช่วยเยอะ คนที่มีน้อยตามกำลังของเขา ส่วนคนที่ไม่มีเลยก็เอาใจส่งไปช่วยครับ”