จะเป็นอย่างไรเมื่อ 'กูมิโฮ' ในยุค 2026 ไม่ได้โหยหาการเป็นมนุษย์เหมือนในตำนาน แต่กลับรักชีวิตอมตะและพลังวิเศษยิ่งกว่าสิ่งใด? No Tail to Tell เรื่องของจิ้งจอกสาวไร้หาง ซีรีส์เกาหลีรอมคอมแฟนตาซีเรื่องใหม่จาก Netflix คือซีรีส์ที่จะพาเราไปพบกับเรื่องราวสุดวายป่วงของจิ้งจอกสาวไร้หางที่ต้องเลือกระหว่างพรสวรรค์เหนือธรรมชาติกับความรักที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง "เตรียมพบกับการโคจรมาพบกันของสองนักแสดงดาวรุ่งที่เคมีเข้ากันอย่างน่าทึ่งอย่าง คิมฮเยยุน และ คิมโลมน ก่อนจะไปเจาะลึกความสนุก มาทำความรู้จักกับจุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้กัน รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เรื่องย่อ นักแสดง No Tail to Tell เรื่องของจิ้งจอกสาวไร้หาง เรื่องราวว่าด้วยชีวิตของ อึนโฮ รับบทโดย คิมฮเยยุน "กูมิโฮ" หรือจิ้งจอกเก้าหางยุค Gen Z ที่มีความคิดต่างจากตำนานดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่จิ้งจอกตนอื่นพยายามบำเพ็ญเพียรหรือกินตับมนุษย์เพื่อให้ได้กลายเป็นคน แต่อึนโฮกลับ "ไม่อยากเป็นมนุษย์" เลยสักนิด! เธอหลงรักชีวิตอมตะที่ไม่มีวันแก่ มีพลังวิเศษในการประทานพร และที่สำคัญคือเธอสนุกกับการใช้ชีวิตวัยรุ่นในโลกมนุษย์แบบชิลๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองกลายเป็นมนุษย์โดยไม่ตั้งใจ เธอจึงตั้งปฏิญาณกับตัวเองว่าจะ "ไม่ทำความดี" เด็ดขาด และเลือกที่จะสะสม "ความชั่วเล็กๆ น้อยๆ" เพื่อถ่วงสมดุลของโชคชะตาเอาไว้ แต่แล้วชีวิตที่แสนสงบ (และป่วน) ของเธอก็ต้องพังทลายลง เมื่อเธอได้พบกับ คังชียอล รับบทโดย โลมน นักฟุตบอลระดับโลกที่หลงตัวเองสุดๆ และมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบราวกับหุ่นยนต์ จากเหตุการณ์ไม่คาดฝันและความผิดพลาดในการประทานพรเพียงครั้งเดียว ทำให้อึนโฮ "กลายเป็นมนุษย์" โดยไม่ทันตั้งตัว แถมยังต้องเข้าไปพัวพันกับชีวิตของชียอลอย่างเลี่ยงไม่ได้ รีวิว No Tail to Tell เรื่องของจิ้งจอกสาวไร้หาง ความโดดเด่นที่สุดคือการพลิกมุมมองจาก "จิ้งจอกที่อยากเป็นคน" มาเป็น "จิ้งจอกที่กลัวการเป็นคน" นางเอกมองว่าชีวิตมนุษย์นั้นแสนสั้น เต็มไปด้วยความทุกข์ และต้องแก่ตัวลง เธอจึงรักในความเป็นอมตะและพลังวิเศษของตนเองมาก การที่เธอต้องพยายามทำเรื่องแสบๆ เพื่อไม่ให้แต้มบุญสูงจนต้องกลายเป็นมนุษย์ เป็นจุดที่สร้างเสียงหัวเราะและทำให้เนื้อหาดูทันสมัย เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันได้เป็นอย่างดี การดำเนินเรื่อง จังหวะการเล่าเรื่องทำได้กระชับและน่าติดตาม ไม่มีการลากเนื้อหาให้ยืดเยาดังนี้ ช่วงเปิดตัว เน้นไปที่ความวุ่นวายและการปะทะฝีปากระหว่างนางเอกจอมกะล่อนกับพระเอกที่เป็นนักกีฬาจอมเจ้าระเบียบ ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เมื่อนางเอกกลายเป็นมนุษย์อย่างไม่ตั้งใจ ซีรีส์จะพาเราไปสำรวจความสับสนและการเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ซึ่งทำออกมาได้ละมุนและกินใจ การสอดแทรกปม มีการวางเงื่อนไขเรื่องการตามหา "หางที่หายไป" เป็นปริศนาหลักที่ชวนให้คนดูคอยเอาใจช่วยอยู่ตลอดเวลา ความสนุกของเส้นเรื่อง เสน่ห์ของเรื่องนี้อยู่ที่ "ความตลกจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด" ความพยายามจะทำตัวไม่ดีของนางเอก แต่มักจะลงเอยด้วยการช่วยชีวิตคนอื่นโดยบังเอิญ กลายเป็นตลกร้ายที่ทำให้เส้นเรื่องมีความสนุกเฉพาะตัว นอกจากนี้การนำบรรยากาศของโลกฟุตบอลอาชีพมาผสมผสานกับเรื่องเหนือธรรมชาติ ยังช่วยเพิ่มความตื่นเต้นและความมีชีวิตชีวาให้กับเรื่องราวได้มาก เคมีนักแสดงและความสัมพันธ์ การจับคู่กันระหว่าง คิมฮเยยุน และ โลมน ถือเป็นการเลือกที่ลงตัวที่สุด การแสดง คิมฮเยยุนถ่ายทอดบทจิ้งจอกสาวได้มีเสน่ห์ล้นเหลือ ทั้งความกวนและความน่าเอ็นดู ส่วนโลมนในบทนักกีฬาซูเปอร์สตาร์ก็แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการจากคนเย็นชาที่เริ่มมีหัวใจ ความรัก เริ่มต้นจากความไม่ลงรอยกันจนกลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้ง ฉากที่ทั้งคู่ต้องเริ่มพึ่งพากันและกันสร้างความประทับใจได้ดีมาก เคมีในฉากรักมีความเป็นธรรมชาติและดูแล้วชวนให้ยิ้มตามได้ไม่ยาก สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการตั้งคำถามว่า "การเป็นคนมันดีตรงไหน?" ผ่านสายตาของนางเอกที่มองเห็นแต่ความเปราะบางของมนุษย์ แต่เมื่อเธอต้องกลายเป็นคนจริงๆ ซีรีส์กลับค่อยๆ เผยให้เห็นว่า แม้ชีวิตมนุษย์จะสั้นและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ความสวยงามของการมี "อารมณ์ความรู้สึก" และ "การได้รักใครสักคน" คือสิ่งที่พลังวิเศษก็มอบให้ไม่ได้ จุดนี้ทำให้เรื่องมีความหมายและซึ้งกินใจมาก พลังการแสดงของ "คิมฮเยยุน" ต้องยอมรับว่าเธอคือหัวใจของเรื่องจริงๆ ความประทับใจเกิดจากการที่เธอสามารถทำให้ตัวละครจิ้งจอกที่ดูเหมือนจะเห็นแก่ตัว กลายเป็นตัวละครที่น่าเอ็นดูและน่าเอาใจช่วย เธอแสดงออกผ่านทางสายตาและท่าทางได้อย่างเป็นธรรมชาติ จนเราเชื่อจริงๆ ว่าเธอคือสิ่งมีชีวิตจากตำนานที่กำลังสับสนกับโลกปัจจุบัน ขอขอบคุณ SBS DRAMA ภาพปก ภาพที่ 1/2/3/4 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !