"นิว วงศกร-นาว ทิสานาฏ" รักกัน 13 ปี รับอยู่ก่อนแต่ง ยังไม่มีแพลนแต่ง!
พระเอก นางเอก คู่รักมาราธอน นิว วงศกร และ นาว ทิสานาฏ ที่คบหาดูใจมายาวนานถึง 13 ปี ที่วันนี้จะมาเปิดใจถึง อุปสรรค ที่เคยเลิกรากันมานานแล้ว พร้อมยอมรับตอนนี้ทั้งคู่อยู่ก่อนแต่ง พร้อมเปิดเรื่องราวของหนุ่มนิว ที่เคยป่วยหนัก เป็นอัมพาตเฉียบพลัน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน31 ที่มี เป็กกี้ ศรีธัญญา และดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ
"นิว วงศกร-นาว ทิสานาฏ" รักกัน 13 ปี รับอยู่ก่อนแต่ง ยังไม่มีแพลนแต่ง!
>>ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31<<
คู่นี้คบกันกี่ปีแล้ว?
นาว : จะ 13 ปีค่ะ
นาวกำลังจะคัมแบ็กกลับไปเล่นละครประกบอั้ม พัชราภา?
นาว : จริงๆ พี่เอทาบทามไว้ตั้งแต่ก่อนนาวไปเรียนอีก ตั้งแต่เล่นแม่เบี้ยแล้ว แต่ว่ากลับมาความชัวร์นาวยังไม่แน่ใจ อาจจะต้องให้พี่เอ หรือทางช่องออกมาคอนเฟิร์มอีกทีนึง
มีแนวโน้มกี่เปอร์เซ็นต์
นาว : จริงๆ ตั้งแต่หนูกลับมา พี่เอก็มีมาคุยๆ ไว้ แต่ว่าเรื่องรายละเอียด ตัวละคร บท อาจจะต้องให้พี่เอออกมาคอนเฟิร์มเอง
ได้ร่วมงานกับพี่อั้ม พัชราภา เป็นครั้งแรกด้วยถ้ามีการคอนเฟิร์ม?
นาว : ใช่ค่ะเป็นครั้งแรก คือถ้าได้ร่วมงานจริงๆ ตื่นเต้นมาก แค่หนูรับโทรศัพท์ หนูก็ตื่นเต้น กังวลมากแล้ว ว่าจะเอายังไงดี จะเล่นได้ไหม คือหนูห่างไปนานมากแล้ว
พี่นิวเคยร่วมงานกับพี่อั้มไหม?
นิว : ไม่เคยครับ
เพิ่งผ่านวาเลนไทน์มาเค้าหวานกันหมด คู่นี้หวานไหม?
นิว : หวาน แต่เป็นของหวานครับ เมื่อวานเราทำขนมกันครับ เราเปิดเป็นรอบวาเลนไทน์ เป็นเค้กสตอเบอรี่เพิ่งขายเมื่อวานวันแรก
วาเลนไทน์คนอื่นเค้ารับกุหลาบ แต่บ้านนี้เค้ารับทรัพย์?
นาว : ใช่ค่ะ
เมื่อวานออร์เดอร์เยอะไหม?
นาว : ก็เต็มเลยค่ะ ทำกันทั้งวันเลย
นิว : ที่บอกว่าเต็มไม่ได้เยอะนะ เราทำได้น้อย เพราะเราทำกันแค่สองคน
คู่นี้ไม่ได้โฟกัสวาเลนไทน์ แต่โฟกัสวันครบรอบ?
นิว : ใช่ครับ
ครบรอบวันที่?
นิว : 21 เดือนนี้ครับ
ครบรอบ 13 ปี วันที่21ที่จะถึงนี้ จะมีเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานไหม?
นิว : ยังไม่มีครับ
เตรียมไหม?
นิว : ยังครับ ยังไม่ได้เตรียมอะไร
21 อาจจะยังไม่ได้เตรียม แล้วปีนี้มีเตรียมไหม?
นิว : ยังไม่มีเตรียม แต่เตรียมอย่างอื่น เตรียมจะทำร้าน
แสดงว่ามุ่งมั่นสร้างครอบครัวมากกว่าการเซอร์ไพรส์?
นิว : ผมว่ามันต้องควบคู่กันไป ไม่ใช่แบบว่าเรามัวแต่มุ่งมั่นสร้างครอบครัวหรือทำอย่างอื่นจนลืมที่จะเติมความรักให้กัน เซอร์ไพรส์มันก็เป็นส่วนสำคัญในชีวิตคู่เหมือนกันก็ต้องมีบ้าง
มีคุยเรื่องแต่งงานกันบ้างไหม?
นาว : ส่วนตัวของนาวไม่ได้คิดถึงเรื่องแต่งงาน คือไม่ได้มีภาพในหัวอยู่แล้ว ตั้งแต่เด็กแล้ว แต่คุยกับพี่นิวเอาไว้ว่า เราน่าจะถ่ายรูปพรีเวดดิ้งเก็บไว้ ก่อนที่หน้าเราจะไปมากกว่านี้ หรือว่าแก่ไปแล้ว เราก็อยากเก็บรูปสวย ๆ เอาไว้
แล้วแพลนเอาไว้ไหมว่าจะถ่ายพรีเวดดิ้งประมาณไหน?
นาว : อยากถ่าย แต่ว่ายังไม่ได้แพลนจริงจังว่าจะปีไหน หรือว่าจะที่ไหน หรือว่าจะยังไง แต่คิดเอาไว้ว่าเราน่าจะมีรูปสวยๆ เก็บเอาไว้บ้าง
หลังจากถ่ายรูปพรีเวดดิ้งเก็บไว้ แล้ววางแผนกันไหมว่าจะมีเบบี๋ไหม ทั้งคู่คิดจะมีรูปไหม?
นิว : ผมเคยคิดว่าอยากมี แต่ปัจจุบันนี้ความคิดเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้อยากมีแล้ว แล้วบังเอิญน้องก็ไม่ได้อยากมีเหมือนกัน
นาว : ใช่ค่ะ
เดิมทีอยากมี แต่ตอนนี้ไม่อยากมีเพราะอะไร?
นิว : เพราะตั้งแต่หลังโควิดมา แล้วก็สถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นหลายอย่าง ทำให้เรารู้สึกว่าไม่มั่นใจ เลี้ยงเด็กสักคนนึง ให้เค้ามีความสุขในยุคปัจจุบันนี้ได้ แต่ก็ไม่แน่ในอนาคตอาจจะเปลี่ยนความคิดไปตามสภาพแวดล้อมสังคมที่เราอยู่
แต่ตอนนี้ทั้งคู่เห็นตรงกันว่ายังไม่คิดจะมีลูก?
นาว : ยังไม่มีค่ะ
ตอนนี้ทั้งคู่ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแล้ว?
นิว : ใช่ครับ ตั้งแต่น้องเรียนจบกลับมาผมก็ย้ายมาอยู่กับน้อง เพราะว่าเราทำสตูดิโอเป็นห้องทำขนม ทำไว้ที่บ้านน้อง มันก็เลยสะดวกกว่าที่ผมย้ายมาอยู่ที่นี่
มีพี่เลี้ยงออนไลน์ไหม แบบยังไม่ได้แต่งแต่ย้ายมาอยู่ด้วยกัน?
นาว : เข้าใจค่ะ แต่เท่าที่เห็นยังไม่มีคอมเมนต์อะไรประมาณนี้เท่าไหร่ เพราะว่าบ้านหนูตอนนี้ทุกคนในหมู่บ้าน เรียกว่าบ้านพี่นิว วงศกร หมดแล้ว ทั้ง ๆ ที่บ้านหนูอยู่มาตั้งแต่เกิด
นิว : เค้าไม่ค่อยออกมาไง ผมจะชอบออกมาหน้าบ้าน มาทิ้งขยะ มารับของ
มาอยู่ด้วยกันก็เหมือนเป็นลูกมือให้พี่นาว?
นาว : เป็นลูกน้องเลยค่ะ
ผู้ช่วยเชฟเป็นยังไงบ้าง?
นาว : ล้างจานได้ดีมาก
นิว : ผมมีปัญหาที่หลัง เวลายืนทำงานนานๆ ปวดหลัง ก็เลยออกกำลังกาย เพื่อให้ทำงานได้
แล้วเชฟเค้าทำขนมเป็นยังไงบ้าง?
นิว : เค้าเป็นคนชอบกินขนมอยู่แล้ว เค้าจะเลือกกินแต่ของอร่อย คือผมก่อนหน้านี้ไม่ทานขนมเลย เพิ่งมาทานขนมเพราะว่าเค้าทำนี่แหละ เลยรู้สึกว่าขนาดคนที่ไม่ทานขนมยังรู้สึกว่าขนมเค้าอร่อย คนอื่นก็น่าจะชอบเหมือนกัน
เมนูอะไรที่ขายดีที่สุด?
นาว : ส่วนใหญ่จะเป็นเค้กช็อกโกแลต
นิว : ของเราเป็นซีซั่นตามฤดูกาลผลไม้ คุณจะได้ไม่เบื่อ
แต่กว่าจะลงตัวแบบนี้ เห็นบอกว่าทั้งคู่เคยเลิกกันด้วย?
นิว : ใช่
ตอนนั้นคบกันมากี่ปี ทำไมถึงตัดสินใจเลิกกัน?
นาว : ตอนนั้น 10 ปีค่ะ
นิว : ใช่ครับ เข้าปีที่ 10
เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นคนอยากเลิก?
นาว : หนูเอง ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนูคิดเยอะ ในหลายเรื่อง เรื่องงาน สัญญาก็จะหมดด้วย แล้วมีแพลนตัดสินใจจะไปเรียนต่อ ทุกอย่างมัน toxic ไปหมด ในความรู้สึกเรา ณ ตอนนั้น รู้สึกว่าเราหงุดหงิดง่ายด้วย แล้วพอเราหงุดหงิด เหมือนเราจะเอาอารมณ์ไปลงที่เค้า นิดหน่อยก็รู้สึกหงุดหงิดรำคาญ แล้วเราเหมือนมาตกผลึกได้ว่าความเครียดของเราเหมือนเราไปทำร้ายเค้า ตอนนั้นก็เลยแบบว่าอยากจะขออยู่คนเดียวสักพักนึงจริงๆ เลย เพราะตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่เราคบกันมา เราไม่เคยทะเลาะกันแรงๆ ครั้งนี้ก็เหมือนแบบไม่ได้ทะเลาะน่ะค่ะ จับมือคุยเลย ว่าพี่หนูอยากอยู่คนเดียวจริงๆ เราห่างกันได้ไหม หรือว่าเราเลิกกันได้ไหม ทุกอย่างหนูพูดตรงหมดเลย ตามความรู้สึกจริงๆ
พี่นิวได้ยินเค้าพูดแบบนั้นแล้วเป็นยังไงบ้าง?
นิว : ผมเคยบอกเค้า ตั้งแต่ช่วงคบกันแรก ๆ แล้วครับ ว่าวันนึงเค้าจะเริ่มรู้สึกว่าผมน่าเบื่อ เพราะว่าผมเหมือนเดิมในทุกวัน ถ้าวันใดที่เค้ารู้สึกแบบนั้น หนูเดินมาบอกพี่นะ แล้วเราก็มาคุยกัน แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ ถ้ามันเป็นแบบนั้นก็ลองให้เค้าได้เลือกในทางที่เค้าเดิน ผมรู้สึกว่าเรารักเค้าก็จริง แต่เราไม่ได้เป็นเจ้าของชีวิตเค้า เค้ามีสิทธิ์เลือกทางเดินของชีวิตเค้าเอง เราก็เคารพในการตัดสินใจ ให้เค้า 6 ชั่วโมง
คุณเลิกกันนานเท่าไหร่นะ?
นิว : 6 ชั่วโมง
6 ชั่วโมงนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
นิว : เป็น 6 ชั่วโมงที่เป็นสูญญากาศ ผมก็ไปคิดจนตกผลึกได้ว่า การที่ผมมีเค้า มันดีกว่าการที่ผมไม่มีแน่ๆ ผมมั่นใจแล้วว่าผมต้องการมีเค้าอยู่ในชีวิต ผมก็เลยรู้สึกว่าถ้าเรามาคุยกับเค้าใหม่ว่า ผมยังไม่ตกลงที่จะเลิกนะ แต่แล้วแต่เค้า ถ้าเค้ายังรู้สึกแบบนั้นอยู่ ผมก็ก็จะปล่อยให้เค้าอยู่ตรงนั้น ไม่ถาม ไม่เซ้าซี้ ไม่อะไรเลยครับ ปล่อยให้เค้าได้อยู่กับความคิดเค้าเอง จนแล้วแต่เค้าว่าสุดท้ายเค้าเลือกที่จะกลับมาหรือเลือกจะเดินจากไปก็แล้วแต่เค้า แต่ผมอยู่ตรงนี้ คือ 6 ชั่วโมงนี้ผมกลับไปบอกว่าไม่เลือกครับ แต่หลังจากนั้น 3 เดือน ที่เค้าอยู่ในช่วงสูญญากาศ
คือไม่ได้เจอกันด้วย?
นิว : เจอครับ ผมยังทำทุกอย่างเหมือนเดิม ยังไปหาเหมือนเดิม ยังคุยกับเค้าเหมือนเดิม แต่เค้าไม่คุยกับผม
นาว : คือหนูยังยืนยันอยู่ว่าหนูอยากอยู่คนเดียว หนูบอกเค้าแบบนั้น
นิว : เป็นแบบแชทหนักขวาอยู่ 3 เดือน ผมไปคุยกับเค้า เค้าก็ไม่คุยกับผม ผมก็เลยคุยกับแม่เค้าแทน ไปหาที่บ้าน
นาว : ไปเล่นกับหมา มาหาแม่ คือยังทำทุกอย่างเหมือนเดิม ในทุกๆวัน
นิว : คือคนที่บ้านไม่รู้เลยว่าเลิกกัน
หลังจากที่หนักขวาไป 3 เดือนเกิดอะไรขึ้น?
นาว : แรก ๆ มันค่อนข้างคลุมเครือมาก ๆ สำหรับความรู้สึกหนู ถ้าสมมุตเค้าตัดสินใจวันนั้นโอเคเลิก ทุกอย่างมันจบ แต่เค้าดันมาทำทุกอย่างให้มันเหมือนเดิม แล้วด้วยความที่เราก็ไม่ได้มีใคร มันก็เลยบอกไม่ถูกว่าเราต้องรู้สึกยังไง มันก็เลยเป็นสถานะที่มันคลุมเครืออยู่ 3-4 เดือนเลย จนกระทั่งหนูต้องไปเรียนแล้ว หนูจะต้องจากเขาไปจริงๆแล้ว มันก็ยังมีการคุยกัน เพราะเค้ายังต้องช่วยหนูดูเรื่องที่พัก เรื่องของการเรียน คือมันยังมีการคุยกันอยู่
เห็นว่าตอนไปเรียนมีฝรั่งมาจีบด้วย?
นาว : ใช่ค่ะ ก็มีมาขอเบอร์ ชวนไปกินกาแฟ แต่ไม่ได้ตอบอะไรไปก็เดินหนีไปเลย ไม่ได้สานต่อ ไม่ได้อะไร สิ่งหนีไปเลย
พี่นิวทราบไว้ตอนที่มีฝรั่งมาจีบ?
นิว : ทราบครับ จริง ๆ ไม่ได้มีแค่ฝรั่งนะ มีชาติอื่นด้วย เค้าก็เล่าให้ฟังหมด
นี่ก็เลยเป็นสาเหตุที่พี่นิวบินไปหาเค้าบ่อยใช่ไหม?
นิว : คือใช่ แต่ผมตั้งใจว่าจะไปหาเค้าอยู่แล้ว
น้องไปเรียนอยู่กี่เดือน?
นิว : 2 ปีครับ
บินไปกี่ครั้ง?
นิว : น่าจะประมาณ 5-6 ครั้ง
ตัวพี่นิวเองเห็นออกกำลังกาย แต่ก่อนหน้านี้ทราบมาว่าหวิดอัมพาต เพราะอะไร?
นิว : ตกรถกระบะครับ ถ่ายละครบู๊ แล้วพลาดนิดหน่อย ผมพลาดเองนะ ไม่ได้เกิดจากทีมงาน หรือเกิดจากการถ่ายทำอะไร ผมผิดจังหวะเอง ตกลงมาแล้วหมอนรองกระดูกฉีก แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ว่ามันคือหมอนรองกระดูก ตอนนั้นผมคิดว่ากล้ามเนื้อเคล็ด แล้วเราก็มั่นใจในพลังหนุ่มของเราเมื่อหลายปีที่แล้ว ก็เล่นละครบู๊มา เรารู้สึกว่าเดี๋ยวมันก็หาย กินยาคลายกล้ามเนื้อ เดี๋ยวก็ดีขึ้น ซึ่งมันก็หายจริงๆ เราก็คิดว่ามันคงไม่ไม่เป็นอะไรแล้ว แต่อยู่มาวันนึงเมื่อหลายปีผ่านไป มันเริ่มแสดงอาการให้เห็น มันเริ่มมีชามาที่ขา ก้มลงเก็บของมันกึกแล้วขาขยับไม่ได้เลย ลงไปนอนที่พื้น ไม่รู้จะทำยังไง ต้องเรียกคนมาช่วย
ปัจจุบันขั้นตอนการรักษาโอเคหรือยัง?
นิว : ตอนนี้พอเริ่มรู้ตัวใช่ไหมครับ ผมก็ไปหาหมอ ครั้งนี้เป็นครั้งที่3 ที่มันฉีก คือทุกครั้งที่เป็นมันจะฉีกเพิ่มทีละนิด อยู่กับคุณหมอ คุณหมอก็บอกว่า มันมีวิธีการรักษาหลายวิธี มีผ่าตัดด้วย จี้ไฟฟ้าด้วย หรือว่าจะกายภาพก็ได้ ซึ่งทุกวิธีไม่ได้การันตีว่ามันจะกลับมาเหมือนเดิม100% หมอบอกว่าลืมไปเลยว่าจะกลับมาเหมือนเดิม 100% ไม่มีทางเป็นไปได้
มันจะอันตรายไปกว่านี้ไหม?
นิว : เราก็ต้องกายภาพเอา แล้วออกกำลังกายให้แกนกลางลำตัวเราแข็งแรงขึ้น มันก็จะช่วยพยุง ช่วยซับพอร์ตกระดูกสันหลังเรา
ตอนที่พี่นิวไม่สามารถขยับตัวได้เลย เราอยู่ในเหตุการณ์ไหม?
นาว : ตอนนั้นหนูไม่อยู่ หนูไปถ่ายหนัง แต่ว่าระยะเวลาที่เค้าเดินได้แล้ว หนูก็ยังอยู่ในเหตุการณ์ที่เค้ากว่าจะเดิน กว่าจะลุก อันนี้หนู่อยู่ แต่วันที่เค้าเป็นไม่ได้เลยอ่ะ หนูไม่อยู่ แล้วเค้าขับรถไปโรงพยาบาลเองด้วย เพราะไม่มีใครอยู่บ้าน
เป็นห่วงเค้าขนาดไหน?
นาว : ก็เป็นห่วง เค้าเป็นมาหลายรอบแล้ว แต่หลังๆ มา มันเป็นหนักขึ้น แล้วมันหายช้า ก็เลยบอกว่าให้ไปหาคุณหมอดูว่าจะรักษายังไงได้บ้าง แต่ใจจริงก็ไม่อยากให้ถึงขั้นผ่าใหญ่ขนาดนั้น ก็ลองกายภาพดูก่อน เผื่อมันจะดีขึ้น
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับล ชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/aYdaUfIQaMM?si=Bu5V05E4MBpxcpWS