Short CommentUnlocked แค่ทำโทรศัพท์มือถือหาย ทำไมต้องกลายเป็นศพ (2023)ค่อยๆนวดจนพีคสุด เร้าใจไม่โดยไม่ต้องโหดเลือดสาดเล่นกับอารมณ์ล้วนๆแต่....ในบรรดาหนังที่ดูไปบ่นไปได้เคยดูมาทั้งชีวิตจะมีแนวหนึ่งที่ถ้าเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยงนั่นคือถ้ามีอะไรให้ดูหรือน่าสนใจพอๆกันก็จะเลี่ยงไปคือหนังผีและหนังสยองขวัญ โดยเฉพาะหนังสยองขวัญที่ขายความโหดและชวนแหวะที่ท่านผู้อ่านที่ติดตามกันมานานอาจพอทราบว่าไม่ค่อยมีงานเขียนเกี่ยวกับหนังแนวนี้มาให้อ่านเท่าไหร่เพราะไม่ได้ดูนั่นเอง ซึ่งบอกตามตรงไม่ใช่ว่าดูไม่ได้แต่บางครั้งเวลาที่มีไม่มากในแต่ละวันและอาการเหนื่อยล้ากายใจก็ทำให้ถ้าเลือกได้ก็จะเลือกดูอะไรที่เป็นความบันเทิงเริงใจมาก่อนส่วนที่พาให้ดำดิ่งกดลึกก็เอาไว้ทีหลัง นานๆเข้าทุกอย่างมาประกอบกันหนังแนวนี้กลายเป็นไม่ได้เป็นตัวเลือกของผู้เขียนยกเว้นว่าช่วงนั้นไม่มีอะไรให้ดูหรือน่าสนใจจนไม่อาจทำใจเลี่ยงได้เท่านั้น เช่นเดียวกับหนังเรื่องนี้ที่ความจริงไม่คิดเลยว่าจะดูแต่เมื่อหนังลงสตรีมวันแรกผู้เขียนดันไม่รู้ว่าจะดูอะไรเลยตัดสินใจเปิดดูในตอนค่ำหลังมื้ออาหารเย็น กับหนังที่สร้างมาจากนิยายขายดีทางฝั่งญี่ปุ่นที่มีการสร้างเป็นหนังญี่ปุ่นมาแล้วโดยใช้ชื่อว่า Stolen Identity 1-2 (2018-2020) ทำให้มีสารตั้งต้นที่ดีและทำได้ดังใจหวังหนังจึงมีความเร้าใจในตัวแต่ว่า....อีนามี (ชุนอูฮี) หญิงสาวธรรมดาที่มีงานทำใช้ชีวิตปกติสามัญมีเพื่อนมีเมามีรั่วมีเรื้อน แน่นอนเธอคือคนรุ่นใหม่ที่มีอีกหนึ่งชีวิตอีกหนึ่งตัวตนบนโลกออนไลน์เช่นคนทั่วไปในปัจจุบัน วันหนึ่งที่อีนามีเมาเต็มที่และทำโทรศัพท์ที่กลายเป็นของที่ขาดไม่ได้ตกบนรถเมล์และมีคนเก็บได้ซึ่งคงจะไม่เป็นไรถ้าคนที่เก็บได้ไม่ใช่ฆาตกรโรคจิต และเจ้าฆาตกรนั้นก็คือโอจุนยอง (อิมซีวาน) ชายหนุ่มหน้าตาดีทีมีทักษะในการเข้าหาคนได้อย่างเนียนๆและเมือเขาเก็บโทรศัพท์ของอีนามีได้ก็กลายเป็นว่าเธอคือเป้าหมายหรือเหยื่อรายต่อไป แต่ก่อนหน้านั้นเจ้าฆาตกรตัวร้ายต้องวางแผนเพื่อจัดการแยกอีนามีออกจากคนรอบข้างก่อนด้วยการสร้างความร้าวฉานและทำลายชีวิตอีนามีโดยใช้วิธีการเข้าควบคุมโทรศัพท์ของเธอ อีกด้านหนึ่งสายสืบอูจีมัน (คิมฮีวอน) ที่กำลังสืบคดีคนหายแล้วกลายมาพบศพถูกฝังไว้ในป่าและเบาะแสบางอย่างชี้มาที่ลูกชายที่หนีออกจากบ้านของเขาคือโอจุนยองเอง แน่นอนสายสืบอูจีมันต้องตามสืบให้แน่ชัดว่าใช่ลูกชายตัวเองจริงหรือไม่ที่เป็นฆาตกรต่อเนื่องและโอจียองก็เข้าใกล้ตัวอีนามีไปทุกทีแล้วอีนามีจะรอดได้อย่างไรค่อยๆบีบนวดหัวใจจนพาไปสู่จุดพีคในช่วงท้ายอย่างสุดระทึก ด้วยสารตั้งต้นที่ดีคือการสร้างจากนิยายชื่อดังที่ค่อนข้างขึ้นชื่อในทางละเมียดละเอียดเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมอันจะเห็นได้จากหนังที่สร้างจากนิยายมากมายจากทางญี่ปุ่น เช่นกันกับเรื่องนี้ที่บทเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ค่อยๆเล่าโดยเน้นไปที่ตัวละครสองคนคืออีนามีที่เป็นเหยื่อและเปิดหน้าฆาตกรตัวร้ายโอจุนยองออกมาแบบไม่ต้องเร้น ซึ่งการค่อยๆเล่าทำให้เรื่องมีพัฒนาการเห็นความเป็นไปเหมือนกำหัวใจคนดูไว้แล้วค่อยๆบีบนวดด้วยการวางตัวละครไว้สองข้างชัดตั้งแต่ต้น แล้วให้คนดูค่อยๆลุ้นว่าเกมการเอาล่อเอาเถิดของโอจุนยองที่จะจัดการกับเหยื่อคืออีนามีจะเดินไปอย่างไรและจะไปสิ้นสุดตรงไหน และเมื่อคนดูเลือกข้างแล้วทุกสิ่งที่มากระทบกับอีนามีจึงกลายเป็นความกดดันขึ้งโกรธต้องการเอาทุกอย่างไปลงที่โอจุนยองวายร้าย นั่นคือเมื่อถึงจุดนี้อารมณ์ของคนดูมาถึงจุดพีคเต็มที่แล้วอาการลุ้นระทึกว่าอีนามีจะเอาตัวรอดได้อย่างไรจึงเข้ามาอย่างถูกเวลา ทุกอย่างจึงมีที่มาโดยมีพื้นฐานของเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องรองรับจนเมื่อถึงตอนท้ายก็คือบีบหัวใจจนแทบแหลกคามือพิสูจน์ว่าไม่ต้องโหดเลือดสาดไม่ต้องขายความแหวะหนังแนวนี้ก็ยังสนุกเร้าใจได้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูแปลกไปจากหนังสยองขวัญฆาตกรโรคจิตทั่วไปคือการวางเหตุการณ์ฆาตกรรมไว้ข้างหลังแล้วเอาตัวละครมาวางข้างหน้า ทำให้ไม่มีเหตุการณ์ฆาตกรรมให้เห็นแบบจะๆเหมือนที่เคยแต่สิ่งที่เป็นกลับไม่ได้ทำให้ประเด็นของการฆาตกรรมอ่อนแรงลง ด้วยการวางความซับซ้อนเชิงความสัมพันธ์เพื่อเดินไปสู่ความพลิกผันที่อาจจะมีบ้างที่เมื่อคิดแทนฆาตกรแล้วยังมีเห็นต่างว่าทำไมถึงทำหรือไม่ทำอย่างนั้น ซึ่งก็คือการเล่นกับอารมณ์ของคนดูเมื่อเลือกเดินหน้าไปด้วยเหตุการณ์ปัจจุบันของตัวละครให้ได้ลุ้นและนั่นก็ทำให้ภาพความสยดสยองอย่างที่เคยมีในหนังแนวนี้ไม่มีให้เห็น ซึ่งต้องย้อนไปที่สารตั้งต้นคือบทภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายที่ยังคงอารมณ์ไว้ด้วยการสร้างจินตนาการความโหดของฆาตกรมากกว่าจะเผยภาพออกมาให้อุจาดตา นั่นก็คือบทพิสูจน์ว่าจินตนาการบางครั้งก็สำคัญกว่าประสบการณ์สำเร็จรูปเพราะคนดูจะคิดไปเองว่าฆาตกรจัดการเหยื่อยังไงทำให้อารมณ์ยังคงได้ทั้งที่ไม่ต้องขายความแหวะหรือเลือดท่วมจอมีความจิกกัดเสียดสีสังคมสมัยใหม่ในยุคสมาร์ทโฟนครองโลกได้อย่างถึงกึ๋น เพราะโลกทุกวันนี้ถูกย่อมาไว้ให้เข้าถึงเพียงลัดนิ้วมือมนุษย์จึงมีปัจจัยในการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้นที่อาจทำให้การปฏิสัมพันธ์กันเปลี่ยนไปที่มนุษย์ลุงข้างบ้านเรียกเชิงค่อนขอดว่า "สังคมก้มหน้า" แต่ทว่าปัจจุบันลุงคนนั้นดันก้มหนักกว่าเด็กอีก หรืออาจเรียกได้ว่าสมาร์ทโฟนได้เข้ายึดครองแทบทุกตารางนิ้วของสังคมและโซเชียลมีเดียกลายเป็นเรื่องจำเป็น ทำให้หนัง (หรือนิยาย) อาจกำลังบอกกับเราถึงคุณอนันต์และโทษมหันต์ของเทคโนโลยีที่กำลังครองโลกเมื่อของบางอย่างมีประโยชน์โทษก็ย่อมมีและหนังชี้ชัดทั้งความหมายโดยตรงเมื่อยังมีคนใช้ช่องความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีมาแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวและโชคร้ายที่คนคนนั้นคือฆาตกรโรคจิต หรือกระทั่งสื่อว่าแม้จะปฏิสัมพันธ์กันในโซเชียลมีเดียแต่ถ้ายังดูแลหัวใจกันก็ใช่ว่าจะห่างเหินรวมไปถึงความหมายโดยนัยเมื่อการสื่อให้เห็นภาพของคนที่เดินขวักไขว่บนท้องถนนแต่ต่างคนต่างก้มดูโทรศัพท์โดยไม่สนใจว่ารอบข้างจะเป็นเช่นไร และยังมีอีกมากมายที่ทั้งเสียดสีจิกกัดที่จะมองว่าคมคายก็ได้แล้วแต่มุมมองการแสดงที่เหมือนคนทั่วไปที่ทำให้รู้สึกว่าคำว่ารู้หน้าไม่รู้ใจมีอยู่จริง เมื่อตัวละครในเรื่องนี้คือคนธรรมดาที่เห็นได้ทั่วไปที่บางครั้งอาจจะมองไม่เห็นเพราะมัวก้มหน้าก็เป็นได้ การแสดงจึงต้องเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเกินกว่าคนทั่วไปในสังคมและชุนอูฮีกับอิมซีวานทำให้เป็นอย่างนั้น ในส่วนของชุนอูฮีที่รับบทเหยื่ออีนามียังเป็นได้ทั่วไปคือคนแถวบ้านที่เห็นกันบนรถเมล์และเป็นคนธรรมดาใช้ชีวิตสามัญตามประสาก็เป็นแบบนี้ แต่กับอิมซีวานในบทโอจุนยองที่ดูเป็นคนธรรมดาที่หน้าตาดีแต่เบื้องหลังคือฆาตกรโรคจิตที่จัดการเหยื่อด้วยความละเมียด ซึ่งก็คือถ้าเห็นแค่ภายนอกจะไม่รู้เลยว่านี่คือบุคคลอันตรายที่มีความผิดปกติทางจิตและไม่น่าเชื่อว่าผู้เขียนเพิ่งดูอิมซีวานเล่นบทประมาณนี้มาใน Emergency Declaration (2022) เมื่อมาเห็นอีกครั้งยังชิงชังจนขนลุก ส่วนอีกคนที่ดีไม่แพ้กันและเป็นตัวละครสร้างพื้นฐานคือบทสายสืบอูจีมันของคิมฮีวอนที่สร้างความอึดอัดกดดันให้คนดูได้ดี ทำให้การแสดงแบบที่เป็นคนธรรมดารู้หน้าไม่รู้ใจได้สร้างอารมณ์ร่วมให้คนดูเพราะเหมือนเป็นเรื่องของคนใกล้ตัวหรือเรื่องใกล้ตัวนับเป็นหนังสยองขวัญฆาตกรโรคจิตที่น่าพอใจแต่ก็ยังเป็นงานที่หาดูได้ทั่วไป ท่านอาจสงสัยว่าเมื่อผู้เขียนดูหนังแนวนี้ไม่มากแต่เหตุใดถึงบอกว่าหนังเรื่องนี้อยู่ในระดับที่หาได้ทั่วไปนั่นเพราะเมื่อดูไม่มากก็คือการเลือกดูหนังที่มาตรฐานสูงพอตัวสำหรับแนวนี้ ก็ใช่ที่หนังยังสร้างความเร้าใจได้และบันเทิงเพราะไม่มีภาพความสยดสยองมากมายแต่ใช้อารมณ์เป็นตัวกำหนด แต่กับการเดินเรื่องที่เป็นเส้นตรงความพลิกผันไม่ได้สร้างผลกระทบหรือแรงกระเพื่อมที่เร่งเร้าทำให้หนังออกมาเป็นความเข้มข้นเร้าใจได้ลุ้นแทบลืมหายใจก็จริง แต่ถ้าว่ากันที่ชั้นเชิงการล่อหลอกหรืออะไรก็ตามที่มากกว่าความเร้าใจและอาการลุ้นระทึกยังมีหนังที่เข้าท่ากว่านี้อีกมากหลาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่ไม่ใช่งานที่ควรมองข้ามเพราะทุกอย่างที่พึงมีในเชิงอารมณ์ยังเต็มเปี่ยมโดยเฉพาะเรื่องของอารมณ์ร่วมที่จัดจ้าน ถึงขนาดที่คิดไปเลยว่าฆาตกรคนนี้ควรโดนอะไรให้สาแก่ใจกว่านี้เพราะหัวใจคนดูถูกบีบมาจนได้ที่จึงมีอารมณ์แบบนั้น แล้วถ้าว่ากันที่สิ่งที่ได้รับจากหนังเรื่องนี้ผู้เขียนก็ดูได้ด้วยความบันเทิงไม่ลุกไปไหนซึ่งถ้าท่านชอบงานแนวนี้ก็ต้องบอกว่าไม่ผิดหวังดูไปบ่นไปขอบคุณภาพประกอบภาพปก / ภาพที่ 2,3,4,5,6,7,8 จาก Instagram netflixkrภาพที่ 1 จาก Facebook Netflix ถ้าคุณชอบเรื่องนี้ คุณจะชอบเรื่องเหล่านี้ความเห็นหลังชม Recalled : ระลึกหลอน (2021) ลุ้นระทึก พลิกผัน ชวนสงสัย ที่ "ซอเยจี" แบกเรื่องไว้สุดกำลังรีวิวหลังชม The Hypnosis : สั่งจิตสยอง (2021) "หลอน สยอง อึดอัด แต่ชวนติดตาม" ใหม่ทาง TrueID ที่เดียวรีวิวจัดเต็ม The Call : สายตรงต่ออดีต (2020) ระทึกลืมหายใจ ซับซ้อนแต่ดูง่าย ด้วยการแสดงชั้นยอดบทชั้นเยี่ยมความเห็นหลังชม Midnight คืนฆ่าไร้เสียง (2021) "อึดอัดคับแค้นเจียนคลั่ง ไม่ลุ้น...แต่ระทึกแทบกลั้นหายใจ"รีวิวจัดเต็ม Forgotten ความทรงจำพิศวง (2017) "ความเหนือชั้นของการเล่าเรื่องและชั้นเชิงที่พาให้คิด...แต่ไม่มีสิทธิ์คาดเดา"ความเห็นหลังชม Emergency Declaration ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ (2022) ลุ้นระทึกลืมหายใจที่มีหัวใจ พลิกผันในใจไม่ใช่ที่เหตุการณ์ เป็นงานดีที่ต้องดูเกาะติดซีรีส์เรื่องใหม่ๆ App TrueID โหลดฟรี!