Credit pic : https://unsplash.com/photos/11SgH7U6TmIสวัสดีจ้าทุกคน...ผู้เขียนเองจะมาเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องละคร ซึ่งผู้เขียนเองก็ชื่นชอบการดูละครมาก แต่จะเป็นบางเรื่องที่ถูกจริตในการดู จะมาเล่าในส่วนของเรื่องราวที่เกี่ยวกับละครดราม่า ที่ใคร ๆ เรียกกันว่า "ละครน้ำเน่า" บางทีเราดูไปดูมาก็ไม่ค่อยจรรโลงใจสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นละครที่มีฉากในเรื่องตบตีแย่งผู้ชาย ชิงรักหักสวาทบ้าง ใช้ความรวยข่มคนจนบ้าง รักแท้แต่คนในครอบครัวไม่ปลื้ม ยอมกัดก้อนเกลือทนเพื่อรักแท้ แม้แต่โดนตัวร้ายทำร้ายแต่ก็ยังทนแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และร้ายกว่านั้นก็คือขืนใจเพราะรักเธอ เห็นแต่ละซีนแล้วอยากกุมขมับเหลือเกิน มันช่างขัดใจเสียจริง อย่าลืมว่า...นี่ พ.ศ.ไหนกันแล้ว?Credit pic : https://unsplash.com/photos/MBCWO39JVsIก่อนอื่นละครดราม่าในปัจจุบันจะปรับรูปแบบให้ทันสมัยตามยุคที่เปลี่ยนไป แต่ก็มีไม่กี่เรื่องที่ยังคงเป็น Concept เดิม เพื่อให้ดูละครเป็นที่จดจำช่องนั้น จนบางทีดูเกินจริงไปมาก บทละครยืดยาว เหมือนใส่สีตีไข่มากไปกว่าเดิมจากที่ควรจะเป็น ทำให้อรรถรสในการรับชมดูแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง สิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นเพิ่มความมอมเมาให้กับผู้ชม จนเกินคำว่า "บันเทิงคดี" ไปโดยปริยาย จึงไม่พ้นกับประโยค "น่าเบื่อจนอยากเปลี่ยนช่องหนี" เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ละครเริ่มพัฒนาบทให้มีเค้าความเป็นจริงมากขึ้นข้อดีและข้อเสียของ "ละครน้ำเน่า"1. ข้อเสียของ "ละครน้ำเน่า"จะหาเรื่องราวที่จรรโลงใจได้ยากมาก เพราะบางส่วนในละครถูกดัดแปลงไปจากบทประพันธ์ดั้งเดิมมาก จึงมีการนำเสนอที่ผิดรูปแบบ เช่น เจ้าน้ำตาจนกระทั่งจบละคร หรือบทที่พระเอกเป็นคนเจ้าชู้ แต่ไม่รับความผิดอะไรเลยในสิ่งที่ทำมาการสร้างละครเน้นตามใจการตลาดมากเกินไป เช่น ขายคู่จิ้น ขายตามใจคนดู ทำให้สาระที่นำเสนอไปค่อนข้างน้อย บางเรื่องมีสาระ มีข้อคติสอนคนแต่ไม่ติดตลาดคนดู จึงกลายเป็นนำละครน้ำเน่าเพิ่มเรตติ้ง เพราะเรียกกระแสคนดู และกระแสให้ทางช่อง (Channel) ได้มากกว่าฉากที่ไม่เหมาะสมจะกลายเป็นฉากเลียนแบบ เช่น การด่าทอด้วยวาจารุนแรง ตบตีแย่งผู้ชาย หรือชกต่อยแย่งผู้หญิง ฉากทำร้ายร่างกายและจิตใจทุกรูปแบบ แม้กระทั่งฉากสนับสนุนให้เกิดการนอกใจคนรักละครน้ำเน่าบางเรื่องผิดกฎในเรื่องของสัญลักษณ์ความเหมาะสมของรายการ เช่น ใช้สัญลักษณ์ ท. (สามารถรับชมได้ทั่วไป) แต่ให้เนื้อหารุนแรงไม่ว่าจะเรื่องเพศ และการใช้ภาษา ซึ่งเยาวชนต้องได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครอง รวมทั้งวิจารณญาณในการรับชมละครที่มีการนำมาทำใหม่ (Remake) ไม่ว่าจะนำละครเก่ามาสร้างใหม่ หรือซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศเข้ามา บางเรื่องจะติดตาคนดูใน Version ก่อน แต่ใน Version นี้อาจจะตอบโจทย์บ้าง ไม่ตอบโจทย์บ้าง ก็เพิ่มซีนดราม่า ซีนอารมณ์เข้ามา เพิ่มมาจนเกินขอบเขต เช่น เพิ่มให้ตัวละครส่งเสริมในเรื่องการฆ่าตัวตาย เพิ่มภาคสองแต่ขาดการต่อเนื่องของเนื้อหา ซึ่งทำไปเพื่อกระตุ้นให้ละครน่าสนใจ แต่อาจจะผิดจากเดิมที่เคยทำไว้ดีเยี่ยมขาดการระมัดระวังในการสื่อทางเพศ ซึ่งไม่ได้คิดว่าดัดจริตรับไม่ได้แต่อย่างใด แต่ยังสื่อในเรื่องของความไม่เสมอภาคทางเพศชัดเจน เช่น ขืนใจแล้วรักเอง แนวตบจูบที่มากเกินไป จนสื่อไปในแนวแบบนี้โดยปริยาย2. ข้อดีของ "ละครน้ำเน่า"บทละครเริ่มปรับบทจากนางเอกเป็นฝ่ายโดนตบตีตลอดเวลา จนเปลี่ยนให้เป็นนางเอกสู้คน ไม่ยอมกระทำแต่เพียงฝ่ายเดียว เปลี่ยนบทจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นที่ระบายอารมณ์ ให้พูดจากันด้วยเหตุผล และให้ตัวละครมีสติ กล้าพอที่จะสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เปลี่ยนบทจากตัวละครที่มีสีดำและสีขาว ให้เป็นตัวละครที่มีสีเทาเท่ากัน เป็นตัวละครยืนหยัดด้วยสติ ซึ่งทำให้คนดูรู้สึกชื่นชอบ และเห็นว่าตัวละครมีคุณค่า ควรค่าแก่การเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตในสังคมเราเห็นด้านดีและไม่ดีของตัวละคร เราเลือกได้ว่าจะเอามาประยุกต์กับชีวิตตนในด้านใด ชีวิตจริงอาจจะยิ่งกว่าในละครก็ได้ เพราะละครมีตอนจบชัดเจน แต่ชีวิตจริงอาจจะยิ่งกว่าละคร เช่น "เพลิงบุญ" ถ้าไม่มองความใจดีของนางเอกเป็นเหตุ ก็สอนให้รู้จักความประมาณตนให้ดี อะไรที่มากเกินไปก็ส่งผลเสียละครบางเรื่องอาจจะสอดแทรกเนื้อหาที่เตือนคติ อาจจะไม่ได้ระบุตรง ๆ อยู่ที่การตรงจริตของแต่ละคน ยกตัวอย่างเรื่อง "กรงกรรม" ที่สอดแทรกความเป็นมนุษย์มากกว่าความบันเทิง และสอนคนได้ดี นอกจากละครมีวลีเด็ด ๆ และมีซีนที่ติดตา ทำให้คนดูได้คิดตามCredit pic : https://unsplash.com/photos/EOQhsfFBhRkในทางกลับกัน...ละคร "น้ำเน่า" ที่มีเนื้อหารุนแรง ที่ต้องได้รับคำแนะนำในการรับชม ยังมีอยู่แทบทุกเรื่อง แทนที่ละครนั้นจะสอนคนดู กลายเป็นว่าเกิดภาพเลียนแบบที่ไม่ดีในสายตาคนดู ครอบครัวถือว่าเป็นสถาบันหลักในการชี้แนะ สั่งสอน ตักเตือนว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ และสิ่งที่ตัวละครสื่อออกมา เขาสอนอะไรกับคนดู และให้คติอะไรกับคนดูบ้างนอกจากเพื่อความบันเทิง และเพื่อความสนุกกับเนื้อหาละครจนอิน ในปัจจุบันนี้เนื้อหาละครแต่ละเรื่องเปิดในหลายช่องทาง ไม่ว่าจะสื่อต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ แอพลิเคชั่นทาง Smartphone และช่องทางลิขสิทธิ์ เช่น Line TV Netflix HBO และช่องทางอื่น ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่ามุมมองในการดูละครของผู้คนมีความเป็นกลาง ไม่มีความอคติไม่ว่าจะไม่ชื่นชอบตัวละครหรือตัวนักแสดง ผู้เขียนมีความเห็นว่าการดูละครน้ำเน่า ถ้าละครเรื่องนั้นไม่เกินขอบเขตเกินไป ก็สร้างสุนทรียภาพในการรับชมได้ดีไม่น้อย และสามารถสอนเรื่องราวเหตุต้น ผลที่ได้รับตามมาชัดเจน จึงทำให้ทุกคนไม่ประมาทในการใช้ชีวิต ยืนหยัดบนโลกแห่งความเป็นจริงอย่างมีเหตุผล และมีสติCredit pic ภาพปก : https://unsplash.com/photos/Hn3S90f6aak