รีเซต

"บิ๊ก สิรนัท" ผู้กำกับศิลป์สุดเจ๋ง ทำหนัง "The Last Full Measure" วีรบุรุษโลกไม่จำ

"บิ๊ก สิรนัท" ผู้กำกับศิลป์สุดเจ๋ง ทำหนัง "The Last Full Measure" วีรบุรุษโลกไม่จำ
Jeaneration
29 กันยายน 2563 ( 10:15 )
498

ข่าวสารวงการหนัง The Last Full Measure วีรบุรุษโลกไม่จำ

สุดสัปดาห์นี้เราจะได้ดูหนังสงครามของตำนานฮีโร่ในสมรภูมิรบที่สร้างวีรกรรมอันเด็ดเดี่ยวเอาไว้ แต่สิ่งที่เขาทำและช่วยเหลือชีวิตผู้คนนับร้อยเอาไว้ในครั้งนี้กลับไม่เป็นที่กล่าวถึง และถูกลบเลือนไปตามกาลเวลา นั่นจึงเป็นที่มาของ "The Last Full Measure" (วีรบุุรุษโลกไม่จำ) ที่อัดแน่นไปด้วยทีมนักแสดงคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น "เซบาสเตียน สแตน", "เจเรมี เออร์วีน ", "เอ็ด แฮริส" หรือ "แซมมวล แอล. แจ็คสัน" เป็นต้น

The Last Full Measure เป็นผลงานของผู้กำกับ "ท็อดด์ โรบินสัน" (จาก Lonely Hearts) แต่คงจะมีน้อยคนนักที่ทราบว่าในหนังเรื่องนี้ได้หนังทำหนังชาวไทยร่วมสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ด้วย เขาก็คือ "บิ๊ก-สิรนัท รัชชุศานติ" ผู้กำกับศิลป์ ที่เคยฝากผลงานในหนังไทยชื่อดังหลายๆ เรื่อง เช่น ชั่วฟ้าดินสลาย, มนต์รักทรานซิสเตอร์ หรือ หนังฮอลลิวูด Stealth เมื่อปี 2005 ล่าสุดเขาได้มีโอกาสมาเปิดใจถึงประสบการณ์ทำหนังเรื่องนี้ว่า...

"เริ่มเรื่องจริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้ตามกำหนดแผนงานเดิมจะไม่ได้มาถ่ายทำที่ประเทศไทย มีการเตรียมการที่จะไปถ่ายประเทศทางแอฟริกา แต่ผมจำชื่อประเทศไม่ได้ มีการเทสต์ถ่ายทำที่ประเทศนั้นแล้ว มีการซ้อมฉากเฮลิคอปเตอร์ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยปัญหาการถ่ายทำในอเมริกามีปัญหา ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ตารางถ่ายทำที่ประเทศทางแอฟริกา ที่จะใช้เป็นฉากเวียดนามจึงมีปัญหาตาม แล้วหนึ่งในโปรดิวเซอร์ของหนังเรื่องนี้เคยมาทำงานร่วมงานกับบริษัท SC Flim ที่เป็นบริษัทซัพพอร์ตของไทย รวมทั้งผมด้วยก็เคยทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์คนนี้จึงได้มีโอกาสร่วมงานกันอีกครั้งครับ"

• ทราบมาว่าปักหลักการถ่ายทำกันที่จังหวัดกาญจนบุรี ทำไมถึงเลือกโลเกชั่นเป็นที่นั่น?

"โจทย์แรก ที่ทางผู้กำกับ ต้องการคือป่าดิบชื้น ต้นไม้ใหญ่ และภูมิประเทศใกล้เคียงกับเวียดนาม แล้วด้วยความที่เป็นหนังสงครามหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการมีเอฟเฟคต์ ระเบิด ปืน และมีการใช้ เฮลิคอปเตอร์ประกอบฉาก เเละเวลาในการเตรียมงานน้อย เราจึงเลือกจังหวัดกาญจนบุรีที่น่าจะตอบโจทย์ทั้งหมด คือมีป่าดิบชื้น มีหน่วยงานทหาร สนามบิน ที่สามารถจอดเฮลิคอปเตอร์ได้ อีกอย่างที่สำคัญ เราต้องหลีกเลี่ยงพื้นที่ของอุทยาน เพราะอย่างที่บอก เป็นหนังสงคราม และจำนวนทีมงานจำนวนเยอะมาก มีทั้งระเบิด และเสียงปืนทุกวัน เราจึงได้ข้อสรุปเป็นพื้นที่ป่าของเอกชนแต่ก็มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาดูแลห้ามตัดต้นไม้ใหญ่ถึงเป็นที่เอกชนก็ตาม"

• มีการถ่ายทำที่จุดไหนบ้างในจังหวัดกาญจนบุรี?

"เราใช้พื้นที่ป่าของเอกชน (ของชาวบ้าน) เลยขึ้นไปทางเขื่อนเขาแหลม ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 45 นาที เป็นสถานที่ถ่ายทำหลัก และสนามบินของค่ายสุรสีห์ เป็นที่ขึ้นลงของเฮลิคอปเตอร์ และยังมีพื้นที่ในเขาชนไก่เป็นที่ฝึกซ้อมทหาร ซ้อมระเบิด ซ้อมยิงปืน และท่าทางของนักแสดงให้เป็นทหาร"

• ต้องจำลองโลเกชั่นให้เป็นฉากหลังในสงครามเวียดนาม ตอนนั้นต้องทำการบ้านอะไรบ้าง?

"เรานั่งค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับสงครามเวียดนามว่ามีรูปแบบอย่างไร ใช้ปืนอะไร มีอุปกรณ์ประกอบแบบไหนบ้าง รูปแบบของทหารอเมริกันที่มารบในเวียดนามเป็นอย่างไร ใช้เฮลิคอปเตอร์รุ่นไหน ซึ่งในแต่ละปีก็ต่างกัน ทหารต่างหน่วยกันก็ใส่เสื้อผ้าไม่เหมือนกัน สูบบุหรี่ยี่ห้ออะไร มีน้ำยากันน้ำกัดเท้าเหน็บหมวก แต่ที่ตลกมาก คือทางอเมริกาได้เตรียมเสื้อผ้าส่งมาให้ไทยส่งตรงมาจากอเมริกา แต่ทางสไตลิสท์ทีมเสื้อผ้าของเรา พี่บั๊วได้ศึกษามาเป็นอย่างดี เสื้อผ้าที่ส่งมา ลายเสื้อไม่ถูก ซึ่งมองด้วยตาเปล่าบางทีก็ไม่รู้ แต่ทางทีมเสื้อผ้าของไทยไม่ยอม หาผ้าในไทยตัดใหม่ และสิ่งที่โชคดี ของทหารอเมริกันบางอย่าง เราได้ของสะสมเก่าจริง จากพี่ๆ ในเมืองไทยที่สะสมไว้ ของในฉาก รถ เฮลิคอปเตอร์ หมวกนักบินที่เห็นจึงเป็นของเก่าจริงใช้จริงในสมัยสงครามเวียดนาม"

• สิ่งที่คิดว่าท้าทายที่สุดในการทำงานในหนังที่ต้องเน้นความสมจริงแบบ The Last Full Measure คืออะไร?

"เราสนุกและท้าทายเสมอ เมือทำภาพยนตร์ที่เป็นหนังชีวประวัติ หรืออ้างอิงเรื่องราวประวัติศาสตร์จริง เพราะนั้นหมายถึงเรามีหลักฐานยืนยัน มีรูปภาพ มีหลักฐาน อ้างอิงยืนยัน มีภาพยนตร์สงครามเวียดนาม ที่ทำออกมามากมาย ถ้าเราทำผิดพลาดนิดเดียว มันก็จะฟ้องออกมาด้วยภาพ และภาพยนตร์ก็จะอยู่ไปตลอด เพราะฉะนั้น เราจึงซีเรียสเรื่องของและอุปกรณ์ประกอบฉากจะต้องถูกต้องตรงยุคสมัย และเพื่อให้เกิดความสมจริงของภาพยนตร์มากขึ้น"

• ฉากไหนที่คิดว่ายากที่สุดสำหรับการส่วนของการเป็นผู้กำกับศิลป์ในเรื่องนี้?

"ฉากที่รบกันในป่าทั้งหมด เพราะเราต้องทำต้นไม้ปลอม ผิวไม้ปลอม ปลูกต้นไม้ที่เรานำมาเองเพื่อรับเอฟเฟคต์ลูกกระสุนและระเบิดเองโดยไม่ไปทำลายต้นไม้ของสถานที่ที่เราไปใช้ถ่ายทำ การขุดหลุมสำหรับทหารเวียดกง ทำนั่งร้านบนต้นไม้ศุงให้ทหารเวียดกงอยู่ และฉากที่มีเฮลิคอปเตอร์ประกอบฉาก เพราะการนำเฮลิคอปเตอร์ รุ่นฮิวอี้ ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้จริงในสมัยสงครามเวียดนามจริง ซึ่งทางกองทัพอเมริกัน เมื่อทำการรบสงครามเวียดนามเสร็จไม่ได้นำกลับ มอบให้ทางกองทัพไทยได้ใช้ต่อมา อายุของเฮลิคอปเตอร์นั้นเก่ามาก ประมาณ 30-40 ปี ทั่วทั้งประเทศที่สามารถบินได้ มีไม่เกิน 5 ลำ

เรานำเฮลิคอปเตอร์มาจากเชียงใหม่และตาก ต้องใช้เวลาบินมา 3 วัน ถึงจะถึงที่กาญจนบุรี เพราะด้วยอายุของเฮลิคอปเตอร์ต้องบินระยะสั้นๆ พักมาตลอด พอมาถึงเราก็ต้องทำการเปลี่ยน เป็นเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอเมริกาโดยการลบป้ายตัวหนังสือไทย แล้วนำป้ายตัวอักษรอเมริกันติดเข้าไปแทน แล้วการถ่ายทำบนท้องฟ้ายากมาก ในการสื่อสารกับนักบินตากล้อง สื่อสารกับนักแสดงภาคพื้นดิน"

• สิ่งที่น่าสนใจที่อยากจะแชร์ให้คอหนังคนไทยฟังเกี่ยวกับการทำงานกับผู้กำกับหรือกองถ่ายจากฮอลลิวูด

"จริงๆ ผมรู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ไทย หรือภาพยนตร์ฮอลลิวูด ผมว่าความทุ่มเทและการทำงานของทีมงานไทยและผู้กำกับ นักแสดง ไม่ต่างกัน เพียงแต่เราจะรู้สึกว่าหนังฮอลลีวู้ดทำไมดูยิ่งใหญ่กว่า แน่นอนเพราะทุนสร้าง และตลาดในการรับชมใหญ่กว่า มันเลยเป็นความท้าทายที่เมื่อได้ทำงานหนังฮอลลีวู้ดทุกครั้ง มันหมายถึงที่เราจะได้แสดงให้ชาวโลกได้เห็นทุกครั้งว่า ฝีมือคนไทย ทีมงานไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก สถานที่ถ่ายทำในไทย และคนไทยทุกคนก็ทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี อยากฝากให้ช่วยอุดหนุนทั้งหนังไทยและหนังต่างประเทศคนทำหนังจะได้มีกำลังใจทำต่อไปครับ"

• อยากให้พูดถึงการทำงานของนักแสดงในเรื่องจากประสบการณ์จริงสักหน่อย?

"อย่างที่ผมบอก นักแสดงไม่ว่าต่างชาติและนักแสดงไทยในภาพยนตร์ไทย ที่ผมเห็นทุ่มเททุกคนที่ได้รับบทบาทนั้นๆ เพียงแต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ความท้าทายคือเป็นการรวมนักแสดงหน้าใหม่ ในส่วนของสงครามเวียดนามพวกนักแสดงทุกคนต้องมาเรียนรู้การจับปืน การเดินแบบทหาร การหมอบการคลาน การวิ่งแบบทหาร โดยทำฝึกซ้อมในเวลาน้อยมาก การถ่ายทำที่ต้องเจอเสียงปืนเสียงระเบิดทุกวัน ต้องอดทนมากครับ"

• คิดว่าการถ่ายทอดเรื่องราววีรกรรมที่โลกไม่เคยรู้ใน The Last Full Measure มีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง?

"ผมว่าประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้ ยิ่งเป็นเรื่องราววีรกรรมชีวิตจริงของทหารอเมริกันคนนึง ที่มารบในสงครามเวียดนาม ทีได้สร้างวีรกรรมจริงให้กลับกองทัพอเมริกัน และคนอเมริกันจะได้มีความภาคภูมิใจไปกับประวัติศาสตร์จริงๆ ขนาดผมเอง ตอนถ่ายทำฉากสุดท้ายที่นายทหารนายนี้เสียชีวิต ผมก็รู้ทั้งรู้ว่าเป็นการแสดง ผมยังแอบน้ำตารื้นตอนดูผ่านมอนิเตอร์เลยครับ"

สำหรับ The Last Full Measure วีรบุรุษที่โลกไม่จำ ถ่ายทอดวีรกรรมของ “วิลเลียม เอช. พิตเซนบาร์เกอร์” หน่วยพลร่มสังกัดกองทัพอากาศสหรัฐฯ ระหว่างสงครามเวียดนามปี 1966 เมื่อเขาโรยตัวลงมาเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนทหารราบ และตัดสินใจทิ้งโอกาสในการหนีออกจากเขตปะทะไปพร้อมเฮลิคอปเตอร์ลำสุดท้าย เพื่อช่วยรักษาและต่อลมหายใจให้เพื่อนทหารอีก 60 ชีวิต จนท้ายสุดสงครามครั้งนั้นก็หลงเหลือไว้เพียงร่างของเขา และความยุติธรรมที่ถูกเพิกเฉย

ถึงแม้ต้องใช้เวลานานถึง 30 ปี แต่วันนี้ความจริงทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผย เมื่ออดีตสหายร่วมรบลุกขึ้นมาขอความช่วยเหลือจากทนายกระทรวงกลาโหม “สก็อตต์ ฮัฟฟ์แมน” เพื่อเสนอชื่อ “วิลเลียม เอช. พิตเซนบาร์เกอร์” รับเหรียญเกียรติยศ เชิดชูความกล้าหาญชั้นสูงสุดของประเทศ นำมาสู่จุดเริ่มต้นของการตามหาความจริงจากครอบครัวของวีรบุรุษ และทหารผ่านศึกคนอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อทวงความกล้าหาญ แด่ฮีโร่ที่โลกลืม รวมทั้งเปิดโปง “ความลับ” บางอย่างที่เกือบถูกลบหายไปพร้อมกับสงครามครั้งนั้น เขาจะเป็นที่จดจำไปอีกนานในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/2RDrg8O