รีเซต

รีวิวหนัง “Street Fighter 2026” ความเบียวที่ไม่สัมฤทธิ์ผล บู๊บล็อกกิ้งที่ท้าทายให้ต่อสู้กับอาการสัปหงก

รีวิวหนัง “Street Fighter 2026” ความเบียวที่ไม่สัมฤทธิ์ผล บู๊บล็อกกิ้งที่ท้าทายให้ต่อสู้กับอาการสัปหงก
Jeaneration
16 ตุลาคม 2569 ( 00:00 )
10

ในยุคที่วิดีโอเกมหลาย ๆ คอนเทนท์ได้มีโอกาสพากันขึ้นจอใหญ่ กลายเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ที่ประสบความสำเร็จ ลบล้างอาถรรพ์หนังจากเมื่อทศวรรษก่อนไปได้ให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นสักหน่อย แล้วอีกหนึ่งเกมระดับตำนานที่มีฐานแฟนจำนวนไม่น้อยเฝ้ารอคอย อย่าง “Street Fighter สตรีท ไฟเตอร์” หวนกลับมาในฉบับรีบูตใหม่ปี 2026 ท่ามกลางความคาดหวังที่น่าจะมาล้างตาแฟน ๆ ได้อีกครั้ง แต่บอกเลยว่า..อย่าหวังมากเกินไป

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1993 เมื่อสองนักสู้ที่ห่างเหินกันไปอย่าง ริว และ เคน มาสเตอร์ส ต้องหวนคืนสู่สังเวียนอีกครั้ง หลังจาก ชุนลี หญิงสาวปริศนาชักชวนพวกเขาเข้าร่วมการแข่งขัน World Warrior Tournament ครั้งใหม่ ศึกสุดเดือดที่เต็มไปด้วยหมัด โชคชะตาและความดุดัน แต่เบื้องหลังแบทเทิลรอยัลครั้งนี้กลับซ่อนแผนสมคบคิดสุดอันตราย ที่บีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากันเอง พร้อมกับปีศาจจากอดีตที่ยังคงตามหลอกหลอน และหากพวกเขาหยุดมันไม่ได้... GAME OVER!

แม้ว่าจะมีความคาดหวังเล็ก ๆ ว่า Street Fighter เวอร์ชันนี้มันน่าจะมีอะไรที่ดูดีกว่าฉบับเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะแอบหวังมากเกินไปทั้งที่ไม่ได้หวังอะไรมากมายเลย เพราะผลลลัพธ์ของ Street Fighter 2026 ก็แทบจะไม่ต่างจากเวอร์ชันก่อน ๆ ออกมาในรูปแบบหนังสร้างจากเกมที่ดัดแปลงออกมาด้วยท่วงท่าที่แย่ น่าเบื่อ และไม่มีอะไรให้น่าจดจำเลย ราวกับว่ากำลังนั่งดูหนังเห่ย ๆ ที่สร้างออกมาในช่วงต้นยุคปี 2000s ที่หลาย ๆ องค์ประกอบแทบจะไร้แก่นสารโดยสิ้นเชิง

หนังอาจจะมีกลิ่นอายคล้าย ๆ กับ Mortal Kombat หนังจากเกมดังที่อีกสตูดิโอหนึ่งเคยสร้างเอาไว้ ถึงเรื่องนั้นจะยังไม่ใช่หนังจากเกมที่สมบูรณ์แบบใด ๆ แต่การมาของ Street Fighter 2026 กลับทำให้หนังที่หยิบนำมาเปรียบเทียบเรื่องดังกล่าวดูดีขึ้นไปเลย เพราะหนังไม่ต่างกับพาย้อนกลับไปใช้กิมมิกและลูกเล่นแบบเชย ๆ ที่ไม่สมควรจะหยิบนำมาสร้างสรรค์ในศักราชนี้อีกแล้ว ทั้งเก่า ทั้งตกยุค และไม่ควรค่าใด ๆ กับตัวหนังเลย นอกจากความพยายามสุด ๆ ที่จะเซอร์ไพรส์แฟนเกมแบบหน้าแห้ง ๆ

สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนคือ “คิตาโอะ คากุระอิ” ไม่สามารถควบคุมงานสร้างในสเกลยิ่งใหญ่ระดับนี้ได้เลย ดูจะใหญ่เกินตัวและเกินทักษะของเขาไปเสียด้วยซ้ำ ลายเส้นในงานกำกับแทบไม่มีอะไรที่ออกมาได้เด่นชัด เพราะถูกกลบไปด้วยซีจีแบบเชย ๆ และลีลาการออกแบบฉากต่อสู้สไตล์จับบล็อกกิ้งเก่า ๆ ที่เข้าใจว่าต้องการสดุดีต้นฉบับและเซิร์ฟแฟนต้นฉบับโดยเฉพาะ แต่ต้องยอมรับว่า…มันจูนไม่ติดกับหนังเลยสักนิดเดียว

เพราะเทคนิคหนังพัฒนาไปเยอะมากจากงานสร้างในยุค 90s รวมทั้งไอเดียและท่วงท่าการดีไซน์ฉากบู๊จัดจ้านก็ก้าวกระโดดไปไกลเรื่อย ๆ มีมาตรฐานใหม่เกิดขึ้นตลอด แต่ในหนังเรื่องนี้เหมือนตั้งใจให้เก่า เก่าแล้วก็ยังเก่าต่อ ทีมผู้สร้างมัวแต่ขับเคลื่อนหนังด้วยการฉากต่อสู้ที่เยอะแยะเกินจำเป็น จนแทบจะทิ้งเนื้อหาและเนื้อเรื่องของหนังไปอย่างน่าผิดหวัง และนั่นยังทำให้ในส่วนของบทหนังเผชิญหน้ากับกลิ่นความหายนะอีกทางด้วย

คิตาโอะ คากุระอิ ได้ร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วย ร่วมด้วย “ที.เจ. ฟิกซ์แมน” ที่ถือว่าเก็บรายละเอียดมาจากต้นฉบับเกมได้ค่อนข้างถี่ถ้วน แต่เมื่อนำมารังสรรค์ออกมาเป็นพล็อตเรื่องและบทหนังขึ้นจอใหญ่ ซีเควนท์ต่าง ๆ ที่ใส่เข้ามาแทบไร้ปฏิกิริยาใด ๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะหนังไม่มีอะไรที่เล่าได้สุดสักทาง ตัวละครเด่นต่าง ๆ ที่พยายามชูขึ้นมาก็ไร้มิติและลืมเน้นย้ำความโดดเด่น ซ้ำร้ายหนังยังพยายามอย่างแรงกล้าที่ใส่ความเบียว เพื่อหวังให้สัมฤทธิ์ผลเป็นมุกตลกโปกฮา แต่ขอโทษที…คนดูพากันนั่งหาว

สิ่งที่พอจะถูไถไปได้ใน Street Fighter เวอร์ชันก็คงจะเป็นการใส่รายละเอียดในการดีไซน์ตัวละครต่าง ๆ ที่เรียกได้พยายามสร้างคาแรกเตอร์ออกมาจากเกมเพื่อแฟน ๆ โดยแท้ ถือว่าแฟนเกมน่าจะเอ็นจอยไปกับการปรากฏตัวของตัวละครตัวโปรดของส่วนบุคคล ที่ต้องยอมรับว่าในส่วนนี้ของานโปรดักชันค่อนข้างทำได้ดี แม้จะมีการปรับองค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เข้ากับยุคสมัยไปบ้างก็ตาม แต่โดยภาพรวมถือว่าใช้ได้อยู่

แต่ก็กลับมีสิ่งที่ทำให้รู้สึกผิดหวังซ้ำ ๆ อีก ก็คืองานวิชวลเอฟเฟกและซีจีต่าง ๆ ที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ สำหรับหนังในปี 2026 แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาแทบจะไม่ต่างจากซีจีเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ฝีมือการตัดต่อหนังของ “ลุค ลินช์” น่าตีมือมาก ๆ เป็นการตัดสลับเล่าเรื่องในหนังที่เกือบจะเป็นแค่เพียงการปะติดปะต่อคลิปสั้น ๆ ออกมาเป็นคลิปยาว ไม่ต่างกับรวมไฮไลต์บนบ้านแดง เข้าขั้นเกือบจะเละเทะ

กับฝันร้ายเบา ๆ ในรสนิยมการใช้เพลงประกอบหนังเรื่องนี้ ที่โยนแทรคเพลงเข้ามาได้แบบขัดใจและไม่มีเทสเลยสักนิด เข้าใจอยู่ว่าหนังมีไทม์ไลน์เป็นยุค 90s มีการเลือกใช้เพลงดัง ๆ จากยุคนั้นมาประกอบ แต่จังหวะในการเปิดขึ้นมานั้น...ตกร่องแผ่นเสียงไปทั้งหมด ยังดีที่ซาวน์เพลงบรรเลงประกอบของ “ลีโอ ไบเรนเบิร์ก” กับ “แซ็ค โรบินสัน” ยังพอชวนถูไถและบิวต์อารมณ์ความดือดดาลต่าง ๆ ในฉากต่อสู้ไปได้อยู่บ้าง

ในพาร์ทของการแสดง ต้องยอมรับเลยว่า...พังยกแผง เพราะโครงสร้างบทหนังที่สะเปะสะปะเกินทน ไม่สามารถคัดความโดดเด่นของตัวละครต่าง ๆ ออกมาได้เด่นชัด จึงทำให้การแสดงของ “โนอาห์​ เซนตินีโอ”, “แอนดรูว์ โคจิ”, “คัลลินา เหลียง” แทบจะไม่มีอะไรที่โดดเด่นเปล่งประกายออกมาได้เลย ขณะที่ทีมดาราสมทบทุกคนต่างทำการแสดงที่อยู่แต่ในบทบาทของตัวเอง เป็นการพ่นไปปล่อยของเฉพาะตัวเอง กลายเป็นการแสดงที่ต่างคนต่างเล่นกันไป

โดยเฉพาะการแสดงของ “เดวิด แดสท์มัลเชน” ในบทวายร้ายหลักของเรื่อง ให้ตายเถอะ…เราเห็นแอคติ้งและท่วงท่าการดีไซน์ทางการแสดงของเขาแบบนี้มาในหนังกี่เรื่องแล้ว แล้วทุกเรื่องเขาก็ยังคงมอบผลลัพธ์และสีหน้าแบบเดิม ๆ กลายเป็นความซ้ำซากอย่างไม่น่าให้อภัย ทั้งที่เขาก็ทำหน้าที่ตามบทบาทที่ตีความออกมาอย่างดีแล้วก็ตาม และนั่นก็ทำให้ในแอคติ้งใน Street Fighter ฉบับนี้ เราจำใครไม่ได้เลยสักคน

ดังนั้นโดยภาพรวมแล้ว การกลับมาอีกครั้งบนจอใหญ่ของตำนานเกมดังจากยุค 80s อย่าง Street Fighter ก็ยังเป็นอีกครั้งที่ได้ผลลัพธ์ออกมาค่อนข้างน่าผิดหวัง ยิ่งผลักดันสร้างออกมาในยุคที่หนังจากเกมต่างพากันลบล้างอาถรรพ์ของตัวเองกันได้แล้ว แต่หนังเรื่องนี้กลับแหวกแนวด้วยการซ้ำรอยประวัติศาสตร์เดิม หนังแทบจะสอบตกในทุก ๆ ข้อในแง่การเป็นภาพยนตร์ ทุกอย่างคือสูตรสำเร็จที่ตกยุคไปแล้ว เหมือนกำลังพาคนดูนั่งดูอะไรเก่า ๆ จากยุคก่อน ทั้งที่มันควรจะพัฒนาได้ดีกว่านี้ได้อีกด้วยซ้ำ ...ง่วงจัง!

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Street Fighter สตรีท ไฟเตอร์

  • ประเภท: แอคชัน / แฟนตาซี / ระทึกขวัญ
  • ผู้กำกับ: คิตาโอะ ซากุระงิ
  • นำแสดงโดย: โนอาห์ เซนตินีโอ, แอนดรูว์ โคจิ, คาลลินา เหลียง, เจสัน โมโมอา
  • ความยาว: 119 นาที
  • กำหนดฉายในไทย: 15 ตุลาคม 2026

Movie.TrueID METRIC: Street Fighter สตรีท ไฟเตอร์

  • ภาพรวม
    ⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.1/10)
  • การเล่าเรื่อง
    ⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.4/10)
  • การแสดง
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.0/10)
  • การกำกับ
    ⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰✰ (4.8/10)
  • เทคนิคงานสร้าง
    ⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.7/10)
  • บทภาพยนตร์
    ⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰✰ (4.5/10)

-------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa