รีเซต

รีวิวหนัง "Follow My Voice ฝากใจให้เสียงนำทาง" รักสำเนียงสเปนปนเกาหลี..ชวนฮีลใจได้ดี

รีวิวหนัง "Follow My Voice ฝากใจให้เสียงนำทาง" รักสำเนียงสเปนปนเกาหลี..ชวนฮีลใจได้ดี
Jeaneration
4 มกราคม 2569 ( 17:00 )
92

ต้องยอมรับเลยว่าในช่วง 2-3 ปีมานี้ คอนเทนท์วัยรุ่นวัยร้อนฉบับเอสปันญา ที่ส่งตรงมาจากสเปน กลายเป็นผลผลิตที่ค่อนข้างแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ และได้รับความนิยมจากคนดูทั่วโลกระดับสากล ล่าสุดก็เป็นคิวของ "Follow My Voice ฝากใจให้เสียงนำทาง" หนังรักสำเนียงสเปนเรื่องล่าสุด ที่หยิบเอานิยายของนักเขียนชื่อดังมาขึ้นจอ มาพร้อมกับประเด็นรักชวนเลี่ยนที่กลับหนักแน่นแข็งแกร่งกว่าที่คิดเอาไว้ทีเดียว

หลังจากที่กักตัวและเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านมาเป็นเวลา 76 วันติดต่อกัน เนื่องจากภาวะสุขภาพทางจิตหลังจากผลกระทบการเผชิญหน้ากับความสูญเสียครั้งใหญ่ คลาร่า มีเพียงเสียงชายหนุ่มนักจัดรายการที่ชื่อว่า ตามเสียงผมมา ที่บัดนี้เป็นเหมือนเซฟโซนเดียวของเธอในตอนนี้ โดยที่เธอกำลังสงสัยว่าจะไปไหนได้แค่ไหนที่คนเราจะตกหลุมรักใครสักคนที่ได้ยินแค่เสียง แต่ไม่เคยพบเจอหน้าและทำความรู้จักกันและกันมาก่อน

แน่นอนว่า Follow My Voice เรื่องนี้ก็ดัดแปลงสร้างมาจากนิยายของนักเขียนชื่อดังของสเปน "อารีอานา โกดอย" ที่คุณน่าจะรู้จักผลงานก่อนหน้านี้ของเธอกันดี อย่าง Through My Window ที่นำมาสร้างมาเป็นหนังรักอีโรติกทางเน็ตฟลิกซ์นั่นเอง ซึ่งนิยายเล่มนี้เพิ่มจะตีพิมพ์ออกมาเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว แต่ก็ถูกซือลิขสิทธิ์สร้างเป็นหนังตั้งแต่เล่มยังไม่วางขายด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าอนาคตเราน่าจะเห็นนิยายของสาวคนนี้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังรักออนไลน์อีกหลายเรื่องเลย

นี่คือผลงานสร้างหนังเรื่องแรกของคู่หูผู้กำกับ "อิงเนส พินตอร์" กับ "พาโบล ซานติดริอัน" ที่ทั้งสองคร่ำหวอดทำงานอยู่เบื้องหลังมาหลายปี พร้อมกับสั่งสมประสบการณ์ในการทำหนังสั้นมาหลายเรื่อง การเดบิวต์หนังเรื่องแรกของเขาก็จัดหนักจัดเต็มในแง่ไอเดียวแนวคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งเขายังร่วมกันดัดแปลงเขียนบทหนังเรื่องนี้กันเองด้วย ที่คงจะต้องบอกตรง ๆ ว่าพล็อตอาจจะตามนิยมของนิยายรัก สูตรสำเร็จแห่งความสัมพันธ์โรแมนซ์แบบที่ไม่แตกแถวเช่นเดิม

แต่อย่างน้อย ๆ Follow My Voice ก็เป็นหนังรักที่ชูประเด็นที่ค่อนข้างชัดเจนดี เพราะหยิบเอาเรื่องราวความแตกสลายของมนุษย์ พร้อมกับแนวทางที่จะกลับมาลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง มาเป็นแรงขับเคลื่อนและโจทย์หลักของหนังได้อย่างทรงพลัง ถึงจังหวะและเรื่องราวมันจะอยู่ในขั้นธรรมดาทั่วไป ไม่มีอะไรที่ใหม่เลยสักนิด แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวละครหลักของเรื่องนี้ มีมิติที่น่าค้นหาและเปิดออกมาทีละน้อยได้อย่างอบอวลความละมุนด้วยดี

โครงสร้างหนังอาจจะค่อนข้างชวนเลี่ยนไปนิด แต่อย่างน้อย ๆ หนังก็เข้าถึงจุดประสงค์หลักที่ต้องการจะสื่อสารถึงผู้ชมเป็นอย่างดี ออกมาเป็นหนังรักวัยรุ่นกลิ่นอาย Coming-of-Age รวมทั้งความพยายามค้นหาตัวเองในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่อาจจะไม่ใช่ลีลาที่คมคายสมบูรณ์แบบอะไรมากนัก แต่ก็จัดว่าเป็นหนังรักวัยรุ่นที่กำลังเหมาะเจาะ ให้อรรถรสตามโจทย์ผู้ชมได้เป็นอย่างดีเลย

องค์ประกอบงานสร้างก็ถือว่าน่าหลงใหลอยู่ไม่น้อย เพราะการเซ็ตฉากและวางทิศทางของแสงกับสีในการสื่ออารมณ์ทั้งหมดในเรื่องนี้ สัมผัสได้ชัดเจนว่าผ่านกระบวนการความคิดและจัดลำดับในการถ่ายทอดแต่ละซีนออกมาอย่างพิถีพิถันไม่น้อย โทนของหนังอาจจะหม่นและมัวไปหน่อย แต่นั่นก็แฝงไปด้วยความหมายที่ซ่อนเอาไว้ในเนื้อหานั่นเอง อีกทั้งก็ใช้สีแดงกับสีม่วงเข้ามาเป็นส่วนประกอบต่าง ๆ ของหนังเรื่องนี้ ก็เป็นกิมมิกที่สะท้อนสื่อถึงภาวะอารมณ์ที่คาแรกเตอร์ต่าง ๆ กำลังเผชิญอยู่นั่นเอง

กับลูกเล่นการใช้ซีจีเนวอาร์ตเข้ามาประดับประกอบในฉากภาวะทางอารมณ์ของตัวละครนั่น ถือว่าเข้าใจสอดแทรกเป็นลูกเล่นที่ขยายความถึงคนดูได้อย่างตรงไปตรงมาดี เป็นเทคนิคแบบเดียวกับที่ซีรีส์วัยรุ่นเรื่องดังฝั่งอังกฤษ อย่าง Heartstopper มักจะนำมาใช้อยู่เสมอ ๆ เป็นสีสันของแอนิเมเตอร์ที่ทำให้ห้วงทางอารมณ์เป็นสิ่งที่จับต้องได้มากขึ้นอย่างมีนัยยะ

ทางพาร์ทการแสดงก็นับว่าแคสติ้งมาได้ลงตัวมาก จากดาราเด็กมาเป็นนักแสดงสาวเต็มตัว "เบอร์ต้า กัสตาเญ" ลื่นไหลไปกับมาก ๆ ผู้ชมจะหลงเสน่ห์นัยต์ตากลมโตของเธอแบบหมดใจ ถือว่าเป็นนักแสดงที่สะสมประสบการณ์ทางการแสดงมาหลายปี และบัดนี้ยืนหยัดแบกหนักทั้งเรื่องเอาไว้ได้สบาย ๆ กับการตีโจทย์ค่อนข้างแตกในบทบาทที่เธอได้ถือครอง เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของเรื่องนี้ได้เปล่งประกาย

โดยมาประกบคู่กับหนุ่มเกาหลีหน้าใหม่ "ยางแจอู" ที่เอาจริง ๆ แทบจะไม่มีประวัติเกี่ยวกับเขาให้เราได้ทำความรู้จักเลย น่าจะเป็นหน้าใหม่จริง ๆ โดยที่เลือกมาได้เหมาะเจาะกับคาแรกเตอร์ตามบทประพันธ์ที่เป็นหนุ่มเกาหลีพูดสเปน ถือว่าการแสดงหนังเรื่องแรกของเขาทำออกมาได้ใช้ได้ ถึงจะยังต้องฝีกฝนและสะสมประสบการณ์ต่อไป แต่ก็โชคดีที่เรื่องนี้ได้น้องเบอร์ต้ามาช่วยผลักดันตีคู่ให้ จึงยังทำให้การคู่กันของทั้งสองยังค่อนข้างเหมาะเจาะลงตัวกันดี เกิดเคมีขึ้นในระดับที่น่าพึงพอใจ

ดังนั้นโดยสรุปแล้ว Follow My Voice จะว่าไปก็เหมาะจะเป็นหนังที่เปิดดูในช่วงปีใหม่ ที่หลายคนกำลังตั้งเป้าหมายใหม่ ๆ ในการเริ่มต้นทำอะไรบางอย่าง เพราะกิมมิกของหนังเรื่องนี้ก็มาเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจการก้าวข้ามปัญหาและภาวะความคิดต่าง ๆ ที่ยากต่อการขับเคลื่อน ถึงจะเป็นหนังรักแต่กลับมาฟุ้งเฟ้อใช้นิยามน้ำเน่ามาผลักดันตัวหนังให้ชวนเลี่ยน อาจจะไม่ใช่รักหวาน ๆ แบบนั้น แต่กลับเป็นหนังที่มาเพื่อฮีลใจทั้งตัวละครและคนดูได้ดีทั้งสองฝ่ายเลย

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Follow My Voice ฝากใจให้เสียงนำทาง

  • ประเภท: ดรามา / โรแมนติก
  • ผู้กำกับ: อิงเนส พินตอร์, พาโบล ซานติดริอัน
  • นำแสดงโดย: เบอร์ต้า กัสตาเญ, ยางแจอู, คลอเดีย ทราแซ็ค, นูโน กัลเลโก
  • ความยาว: 101 นาที
  • กำหนดฉายในไทย: 2 มกราคม 2026 (ที่ Prime Video)

Movie.TrueID METRIC: Follow My Voice ฝากใจให้เสียงนำทาง

  • ภาพรวม
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.5/10)
  • การเล่าเรื่อง
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.6/10)
  • การแสดง
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.2/10)
  • เทคนิคงานสร้าง
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10)
  • บทภาพยนตร์
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.2/10)

คุณสามารถรับชม Prime Video ได้ง่าย ๆ จากกล่อง TrueID TV ตอบโจทย์ความบันเทิงได้ครบ!

-------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa