รีเซต

รีวิวหนัง "Godzilla Minus Zero" ประคับประคองงานสร้างยิ่งใหญ่เอาไว้ กลางบาดแผลที่เริ่มปรากฏขึ้น

รีวิวหนัง "Godzilla Minus Zero" ประคับประคองงานสร้างยิ่งใหญ่เอาไว้ กลางบาดแผลที่เริ่มปรากฏขึ้น
Jeaneration
4 พฤศจิกายน 2569 ( 10:00 )
107

กลับมาเติมเต็มสานต่อกับต้นตำหรับบ้านเกิดแห่งอสุรกายขวัญใจชาวโลก หลังจากที่การปรากฏตัวและปฏิบัติการครั้งก่อน กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ยกระดับหนังญี่ปุ่นสู่ระดับสากลได้อย่างเกรียงไกร ทำให้ภาคต่อในเรื่องนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เป็นมุดหมายหนังฟอร์มยักษ์ไปทั่วโลกใน "Godzilla Minus Zero ก็อดซิลล่า ไมนัส ซีโร่" ศึกครั้งใหม่ของพี่ก็อดตัวยักษ์ ที่จะออกมาปรากฏโฉมอีกครั้ง ในแฟน ๆ ได้หวีดร้องกันพัลวัน

สงครามลดทอนญี่ปุ่นให้สูญสิ้น และ ก็อตซิลล่า ก็ทำให้มันจมลงไปกลายเป็นติดลบ จนถึงในตอนนี้ เวลาได้ผ่านไปแล้วสองปี และประเทศนี้ก็ได้เผชิญกับความยากลำบากและทนทุกข์ทรมานกับพการฟื้นฟู และในที่สุดก็สามารถทวงคืนชีวิตปกติกลับมาได้ แต่ในตอนที่มนุษยชาติสามารถไขว่คว้าสันติภาพที่ได้มาอย่างยากลำบากได้ ภัยคุกคามครั้งใหม่ก็เข้าจู่โจม พังทลายความหวังในเพียบพริบตา

แน่นอนว่าหนังในภาคนี้ยังคงได้ทีมงานผู้สร้างชุดเดิมหวนกลับมาร่วมงานด้วยกันอีกครั้ง นั่นจึงทำให้หนังแทบจะไม่มีรอยต่อระหว่างภาคที่เด่นชัดเลย ฝีมือการกำกับของ "ทาคาชิ ยามาซะกิ" ยังคงเฉียบคมอีกเช่นเคย วิสัยทัศน์และแพสชันในการหยิบเอาตำนานไคจูมาขึ้นจอใหญ่ให้กับญี่ปุ่นยังคงหนักแน่นและมั่นคง สามารถเป็นเสาหลักในการประคับประคองหนังเรื่องนี้เอาไว้ได้สุดตื่นตา เช่นเดิม ทาคาชิ ยามาซะกิ ยังคงรับหน้าที่เขียนบทหนังเอง ที่เป็นเหมือนการสานต่อและขยายเส้นเรื่องออกไปจากเดิม ที่ยังคงผสมผสานเส้นเรื่องระหว่างการขับเคลื่อนชีวิตโดยมนุษย์และอสุรกาย

ถ้าหากว่าภาคที่แล้ว Godzilla Minus One เป็นการโหมโรงกลับมาที่น่าอัศจรรย์ การสานต่ออีกครั้งใน Godzilla Minus Zero อาจจะเรียกได้เป็นว่าการเพิ่มพูนแตกแขนงที่ช่วยเต็มเติมขึ้นจากพื้นฐานเดิม ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ภาคที่แล้วทำผลงานเอาไว้ได้น่าตื่นตาจริง ๆ แทบจะไร้ที่ติ มีหลายองค์ประกอบที่ค่อนข้างแข็งแรง แต่การกลับมาของหนังชุดนี้อีกครั้งในปีนี้ ค่อนข้างมองว่าทำหน้าที่เพียงแค่เติมเต็มจากเดิมเท่านั้นเอง แน่นอนว่าหนังไม่สามารถสร้างปฏิกิริยาในลักษณะ First Impressions แบบครั้งก่อนได้แล้ว เพราะทุก ๆ สิ่งอย่างในหนังมันคือการสานต่อจากสิ่งเดิมนั่นเอง

ต้องยอมรับว่า Godzilla Minus Zero มีจุดด้อยที่ผุดขึ้นมาเพิ่มขึ้นจากสิ่งที่ภาคก่อนหน้านี้แทบจะถูกกลบร่องรอยเอาไว้ด้วยเทคนิคงานสร้างเจ๋ง ๆ ได้ทั้งหมด แต่มันกลับปรากฏให้เห็นชัดขึ้นในภาคนี้ โดยเฉพาะในแง่พล็อตเรื่องและเค้าโครงเรื่องของหนัง กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกตยบตีกันอยู่ในความรู้สึก เพราะมองว่าหนังยังค่อนข้างเล่าเรื่องได้ดี เป็นสไตล์ที่ชัดเจน และย่อยได้ง่าย แต่ขณะเดียวกัน บทหนังก็ค่อนข้างอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เต็มไปด้วยแง่มุมที่ไม่สมเหตุสมผล และไร้ซึ่งเหตุผลรองรับ ที่ทำให้ไม่รู้สึกเชื่อสักเท่าไหร่กับแนวทางการกระทำต่าง ๆ ของตัวละคร

บทหนังเรื่องนี้ก็ยังคงใช้สูตรสำเร็จแบบเดิม ๆ สไตล์หนังญี่ปุ่น ที่ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเท่าไหร่ แต่ก็มีหลายจุดที่ชวนให้รู้สึกเอ๊ะ..ขึ้นมาอยู่เรื่อย ๆ ราวกับว่าเป็นการทรีเมนต์บทที่ยังไม่ค่อยกลมกล่อมเท่าที่ควร นั่นจึงทำให้การส่งเสริมพลังเกี่ยวกับโครงสร้างเรื่องและมิติของคาแรกเตอร์ตัวละครต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้ (ที่มีเยอะแยะเหลือเกิน) แทบจะไม่มีความโดดเด่น หรือพูดง่าย ๆ ก็คือไม่มีเสน่ห์ได้แบบที่ภาคก่อนเคยทำเอาไว้ได้พอใช้ได้ระดับหนึ่ง นั่นทำให้เป็นอีกแง่มุมที่หนังยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำให้คนดูรู้สึกคล้อยตามและอินตามไปด้วย

อีกองค์ประกอบที่รู้สึกยังไม่อยากซื้อสักเท่าไหร่ใน Godzilla Minus Zero ก็คือพาร์ทการแสดง ด้วยความที่จังหวะการแสดงในคอนเทนต์ต่าง ๆ จากญี่ปุ่น มักจะมีเอกลักษณ์และสไตล์แบบญี่ปุ่นเฉพาะตัวอยู่แล้ว แต่มาในหนังภาคนี้ที่บทหนังค่อนข้างอ่อน จะพยายามพึงพาอินเนอร์ทางการแสดงของทีมดารายอดฝีมือ ก็สัมผัสได้ถึงจังหวะการแอคติ้งที่ค่อนข้างโอเวอร์เกินเบอร์ไปนิดหน่อย ไม่ใช่แค่เพียง 1-2 ตัวละคร แต่แทบจะทุกตัวละครที่นักแสดงทุกคนรับบทบาทในหนังเรื่องนี้ ถ่ายทอดออกมาในท่วงท่าที่มีความญี่ปุ่นเด่นจริง ๆ เด่นจนทำให้อรรถรสแปลกแยกกับตัวหนังทีละเรื่อย ๆ ทั้งที่ไม่ใช่การแสดงที่แย่ เพราะทุกคนสวมบทบาทได้อย่างเป็นมืออาชีพจริง ๆ แต่กลายเป็นจุดเด่นที่เทิร์นเป็นความด้อยในหนังไปเสียอย่างนั้น

แล้วก็แน่นอนว่าเทคนิคงานสร้างใน Godzilla Minus Zero ยังคงตื่นตาตื่นใจและประทับใจอีกเช่นเคย ทีมงานกองถ่ายหลัก ๆ ยังคงเป็นชุดเดิม รวมทั้งทีมสร้าง VFX และงานซีจีต่าง ๆ ก็ยังเป็นกองเดิม งานถ่ายภาพและดีไซน์ภาพของ "โคโซะ ชิบาสะกิ" ยังขับเอกลักษณ์ของหนังได้ดี ทั้งการแต่งแต้มย้อมสีและเล่นกับแสดงธรรมชาติ ขณะที่ฝีมือการตัดต่อของ "ริวจิ มิยาจิมะ" ยังค่อนข้าไหลลื่นไปด้วยดีอีกเหมือนเคย และงานประพันธ์เพลงอันเป็นไฮไลต์ของ "นาโอกิ ซาโตะ" ก็ยังใช้เสน่ห์ของต้นฉบับมาปรุงแต่งออกมาเป็นท่วงทำนองที่ปลุกเร้าอารมณ์ในหนังได้อย่างประทับใจ เช่นเดียวกับ งานออกแบบด้านซาวด์ที่ยังกระหึ่มกังวาล เป็นไฮไลต์ที่เด็ดดวงดีเหมือนเดิม

อาจจะขอตัดคะแนนหนังไปอีกเล็กน้อย แทนใจติ่งแฟน ๆ ก็อดซิลลา เพราะใน Godzilla Minus Zero ค่อนข้างตอบโจทย์ออกมาในแง่ซีนอสุรกายที่ค่อนข้างไม่จุใจเท่าที่ควร โดยเฉพาะการปรากฏตัวของพระเอกเด่นของเรื่อง อย่าง พี่ก็อด สมกับเป็นซุปตาร์จริง ๆ เพราะแอร์ไทม์ของเขาในภาคนี้ไม่จุใจเลย แม้ว่าทุกฉากที่พี่แกโผล่ออกมาจะเด็ดทั้งหมด แต่ใด ๆ ฉากเหล่านั้นทั้งหมดก็แทบจะเห็นอยู่ในทีเซอร์ตัวอย่างที่ตัดออกมาโปรโมตทั้งสิ้น แต่อย่างน้อย ๆ ก็บอกคะแนนกลับไปให้เพิ่ม เพราะหนังก็แอบเซอร์ไพรส์ ด้วยการให้ซีนกับอสุรกายลับ ที่กลายมาเป็นดาวเด่นประจำภาคนี้แทน ด้วยพลังและการออกแบบที่ทดแทนกันได้ และยังยกนิ้วให้ทีมงานสร้างสรรค์อีกเช่นเคย

ดังนั้นโดยสรุปแล้ว การกลับมาสานต่อมหาศึกของมนุษย์และอสุรกายจากแดนญี่ปุ่นใน Godzilla Minus Zero ครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นการกลับเซอร์วิสเติมเต็มแฟน ๆ ได้อย่างอิ่มเอม แม้ว่าพลังในแง่ต่าง ๆ จะค่อนข้างลดทอนความเจิดจ้าลง เมื่อเปรียบเทียบกับถาคที่แล้วทำเอาไว้ได้ดีเยี่ยม ปัญหาหลัก ๆ ของหนังกลายเป็นบทหนังที่ค่อนข้างอ่อนเกินไป ไม่สมเหตุสมผลในหลาย ๆ จุด พร้อมกับการแสดงที่ติดความเป็นญี่ปุ่นจนทำให้ไม่กลมกล่อมไปกับเนื้อหา แต่ใด ๆ เทคนิคงานสร้างยังต้องปรับมือชื่มชมให้อีกเช่นเคย ต้องยอมรับว่าฝีมือของผู้กำกับยังหลักแหลมไม่แปรเปลี่ยน แม้ว่าจะคัดซีนพระเอกออกมาน้อยจนอยากหักคะแนน แต่ใด ๆ องค์ประกอบโดยรวมก็จัดได้ว่า..ยังพอใช้ได้อยู่ 

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Godzilla Minus Zero ก็อดซิลล่า ไมนัส ซีโร่

  • ประเภท: แอคชัน / ผจญภัย / ดรามา / ไซไฟ / ระทึกขวัญ
  • ผู้กำกับ: ทาคาชิ ยามาซะกิ
  • นำแสดงโดย: เรียวโนะสุเกะ คิมิกิ, มินามิ ฮามาเบะ, ฮิเดทากะ โยชิโอะกะ, มูเนะทากะ อาโอกิ
  • ความยาว: 135 นาที
  • กำหนดฉายในไทย: 4 พฤศจิกายน 2026

Movie.TrueID METRIC: Godzilla Minus Zero ก็อดซิลล่า ไมนัส ซีโร่

  • ภาพรวม
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.8/10)
  • การเล่าเรื่อง
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10)
  • การแสดง
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.2/10)
  • การกำกับ
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.8/10)
  • เทคนิคงานสร้าง
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.0/10)
  • บทภาพยนตร์
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.0/10)

-------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa