รีวิว Monster: The Ed Gein Story (2025) ต้นแบบฆาตกรฮอลลีวูด บทความรีวิวนี้ ถูกเขียนขึ้นมาจากความรู้สึกส่วนตัวของผม หากผิดพลาดประการใด หรือไม่ถูกใจใครต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ แต่ก่อนจะมาเริ่มการรีวิวเรามาดูเรื่องย่อกันก่อนดีกว่า… รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เรื่องย่อ Monster: The Ed Gein Story (ปีศาจ: เรื่องราวของเอ็ด กีน) ซีรีส์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงของชีวิต Ed Gein (รับบทโดย Charlie Hunnam) ฆาตกรต่อเนื่องอันโด่งดังของอเมริกาผู้เป็นต้นแบบของตัวละครในภาพยนตร์สยองขวัญในตำนานหลายเรื่อง ซึ่งตัวซีรีส์จะพาผู้ชมย้อนกลับไปในช่วง ค.ศ. 1940 ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ติดตามเรื่องราวชีวิตของเขาตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าเขาเป็นคนยังไง เติบโตมาในครอบครัวแบบไหน รวมไปถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาเริ่มกลายมาเป็นฆาตกรต่อเนื่อง และบทสรุปในช่วงบั้นปลายชีวิตของเขา โดยเรื่องราวจะเข้มข้นและสยดสยองแค่ไหน ทุกคนต้องไปดูกันด้วยตาตัวเอง Monster: The Ed Gein Story (ปีศาจ: เรื่องราวของเอ็ด กีน) สามารถรับชมได้พร้อมพากย์ไทยทาง Netflix ตัวอย่าง Monster: The Ed Gein Story (ปีศาจ: เรื่องราวของเอ็ด กีน) รีวิว Monster: The Ed Gein Story (ปีศาจ: เรื่องราวของเอ็ด กีน) ซีรีส์ที่คนดูเสียงแตกเป็น 2 ฝั่งหลังดูจบ สำหรับซีรีส์เรื่องนี้นั้นถือเป็นซีซั่นที่ 3 ของซีรีส์ Monster ที่ในแต่ละซีซั่นจะติดตามเรื่องราวของฆาตกรแต่ละคน เรื่องราวไม่ได้ต่อกัน ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องดู 2 ซีซั่นแรกมาก่อนก็สามารถดูเรื่องนี้ได้เลย ซึ่งในซีซั่นนี้จะโฟกัสไปที่ชีวิตของ Ed Gein ฆาตกรจิตวิปริตระดับตำนานจากยุค 50 ที่ชอบขุดศพขึ้นมาถลกหนังไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือนำร่างของเหยื่อมาชำแหละทำเป็นหน้ากาก และยังเป็นต้นแบบของตัวละครสยองขวัญในตำนานหลายตัว อาทิเช่น Leatherface จากแฟรนไชส์ Texas Chain Saw หรือ สิงหาสับ และ Norman Bates จาก Psycho (1960) ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเขาด้วยเช่นกัน ซึ่งพอได้ดูจนจบผมก็ได้ไปอ่านรีวิวของหลายๆ คนมา ก็พบว่าผู้ชมนั้นมีเสียงแตกกันเป็น 2 ฝั่ง คือมีทั้งฝั่งที่ชอบมากๆ และรู้สึกสงสารฆาตกร เพราะซีรีส์ได้เผยให้เห็นถึงต้นกำเนิดของเขาที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีแม่เป็นคนเคร่งศาสนาจนเกินพอดี และสื่อที่รุนแรงในยุคนั้นจนทำให้เขาแยกผิดถูกไม่ออก ส่วนอีกฝั่งที่ไม่ชอบก็จะมองต่างออกไป มองว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำให้ฆาตกรคนนี้ดูน่าสงสารเกินจริง หรือเป็นการชุบตัวให้กับฆาตกรผู้โหดร้าย เพราะมองว่าการสังหารคนเป็นสิ่งที่ไม่ควรให้อภัย อันนี้ก็คงแล้วแต่มุมมองของแต่ละคนจริงๆ อีกอย่างตัวซีรีส์ก็ไม่ได้ทำตรงตามความจริงทั้งหมด มีการแต่งเติมเรื่องราวบางอย่างไปเพื่อทำให้สนุกขึ้นด้วย ตีแผ่ความโหดร้ายของสื่อยุคเก่า ประเด็นสำคัญที่ซีรีส์เรื่องนี้พยายามจะสื่อให้เราเห็นมากๆ เลยก็คือความมีอำนาจของสื่อในยุคก่อนที่มีต่อเด็กที่เติบโตในยุคสมัยนั้น เริ่มจากตัวของ Ed Gein ที่เราจะได้เห็นกันว่าเขาเติบโตมากับการอ่านหนังสือการ์ตูนสยองขวัญรุนแรงที่เล่าเรื่องของฆาตกรสาวที่ชอบชำแหละร่างเหยื่อมาทำเฟอร์นิเจอร์ จนเขาเอามาทำตามจริงๆ กับเหยื่อของเขา ไปจนถึงการที่เขาเสพติดการดูรูปภาพความรุนแรงจากสนามรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ่งเหล่านี้คือตัวแปรสำคัญที่บ่มเพาะความโหดร้ายให้ชายคนนี้ ด้วยความที่เขาเป็นคนที่ไม่ได้ปกติขนาดนั้น และเสพแต่ความรุนแรง ทำให้เขาไม่สามารถแยกแยะถูกผิดได้ คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำเป็นเรื่องปกติ บวกกับสภาพแวดล้อมครอบครัวที่เขาเติบโตมากับแม่ผู้เคร่งศาสนาที่บังคับให้เขาอยู่ภายใต้อานัติ ห้ามคบหาผู้หญิง ยิ่งทำให้เขาต้องกดอารมณ์ตัวเองไว้จนกลายเป็นคนเก็บกด และเมื่อแม่ของเขาจากไป ทุกสิ่งอย่างที่เขาพยายามกดเอาไว้หลายปีจึงปะทุจนระเบิดออกมาจนเริ่มก่อเหตุสยองขวัญ นอกจากนี้ซีรีส์ยังนำเสนอให้เห็นอีกด้วยว่ามีนักเขียน และผู้กำกับหนังหลายคนที่เอาเรื่องราวของเขาไปดัดแปลงเป็นนวนิยายหรือตัวละคร จนทำให้เขาโด่งดัง และยิ่งส่งต่อความโหดร้ายไปเป็นวงกว้างมากกว่าเดิม จะเห็นได้ในช่วงตอนท้ายๆ ที่มีการนำเสนอให้เราได้เห็นว่ามีฆาตกรต่อเนื่องในยุคหลังหลายคนที่ยึด Ed Gein เป็นไอดอลหรือต้นแบบ เรียกง่ายๆ ก็คือก่อนหน้านี้ไม่เคยมีฆาตกรที่โหดขนาดนี้มาก่อนในอเมริกา แต่หลังจากเรื่องราวของเขาโด่งดัง ก็เริ่มมีพฤติกรรมเลียนแบบมากขึ้น จนเกิดฆาตรกรที่โหดร้ายตามมาอีกหลายคน สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าสื่อมีอิทธิพลกับสังคมมนุษย์ขนาดไหน เป็นเหมือนการเตือนให้เราได้ตระหนักรู้ว่าควรเสพสื่ออย่างมีสติ รวมถึงผู้สร้างสื่อเองก็ควรนำเสนออย่างมีขอบเขตเช่นกัน แม้ว่าตัวซีรีส์นี้เองก็จะเป็นอีกหนึ่งสื่อที่ส่งต่อความรุนแรงด้วยเหมือนกันก็เถอะ เอาจริงมันก็แอบย้อนแย้งอยู่นิดหน่อย 555555 เจาะลึกความคิดและความวิปริตของฆาตกร จากที่พูดไปแล้วในย่อหน้าก่อนหน้านี้ว่าถึงซีรีส์จะสะท้อนให้เห็นเรื่องความอันตรายของอิทธิพลสื่อ แต่ก็ย้อนแย้งเพราะตัวซีรีส์ก็นำเสนอความรุนแรงเช่นกัน เพราะเขาพาเราไปเจาะลึกถึงพฤติกรรมของ Ed Gein แบบถึงพริกถึงขิง มีฉากความรุนแรงให้เห็นแบบไม่เซนเซอร์เลยซักนิด ทั้งตอนที่เขาสังหาญเหยื่อ ตอนชำแหละร่างเหยื่อ ไปจนถึงหนักสุดคือฉากที่เขามีอะไรกับศพ คือมันไปสุดมาก ไปไกลมากจนถึงขนาดที่ตอนผมดูผมยังคิดเลยว่าถ้าเด็กที่ไม่มีวุฒิภาวะหรือคนที่จิตไม่ปกติได้มาดูแล้วเอาไปทำตามนี่จะเป็นยังไง คือมันเป็นดาบสองคมมากจริงๆ แม้ว่าจุดประสงค์ของผู้สร้างคือทำเผื่อให้คนดูได้ตระหนักรู้ แต่เราก็ไม่สามารถคาดเดาเลยว่าจะมีใครได้ดูบ้าง และคนที่ได้ดูจะจับประเด็นหรือแยกออกแค่ไหน ทว่านอกจากฉากความรุนแรงแล้ว สิ่งหนึ่งที่เขาทำได้ดีคือการพาเราไปเจาะลึกอาการทางจิตของเขา ทั้งการเห็นภาพหลอนชนิดที่แยกความจริงกับความคิดในหัวไม่ออก หรือภาวะบุคลิกที่ซับซ้อนของเขาที่จะจำเรื่องราวหลายอย่างที่ตัวเองทำไม่ได้ ทำให้เราได้เห็นเลยว่าเขาป่วยทางจิตแบบรุนแรงแค่ไหน แต่อันนี้ก็ต้องดูด้วยวิจารณญาณ เพราะเรื่องราวของเขามันเก่ามาก เราไม่สามารถการันตีได้เลยว่าอะไรคือเรื่องจริงมาก ความจริงแล้วเขาอาจจะหลอกหรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ก็ได้ อันนี้ก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้จริงๆ ได้แต่นั่งเดากันไป ซึ่งส่วนตัวผมเชื่อว่าเขาไม่ถึงกับไม่รู้หรอก เขาน่าจะรู้และจำได้ แต่อาจจะแค่แกล้งลืมและแกล้งบ้าเพื่อหนีความผิดนั่นแหละ อันนี้แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนจริงๆ ทุกคนต้องลองไปดูกันเอง ภาพรวมถือว่าเป็นซีรีส์ที่ดูได้เพลินๆ ไม่ถึงกับดีมาก แต่ก็ไม่ได้แย่เช่นกัน บทใช้ได้ ดำเนินเรื่องโอเค โปรดักชั่นดี งานภาพดี และที่สำคัญคือ Charlie Hunnam ที่รับบทเป็น Ed Gein นี่แสดงดีมาก เล่นถึงสุดๆ เอาซะลืมความหล่อของเขาจากเรื่องก่อนๆ ไปเลย แบกซีรีส์ทั้งเรื่องได้สบายๆ เรียกได้ว่าแค่เข้าไปดูการแสดงของเขาอย่างเดียวก็คุ้มค่าเน็ตแล้ว ปล.หากชอบที่ผมเขียนฝากไปติดตามเพจ ซินีฟาย บน Facebook ด้วยนะครับ เพิ่งเริ่มกลับมาทำ เพจเก่าโดนแฮก สนับสนุนกันหน่อยนะค้าบ ฝากกดแชร์ และกดติดตามเพื่อจะได้เห็นบทความใหม่ๆ ของผมในอนาคตด้วยนะครับ ช่องทางในการติดตาม กลุ่มสำหรับพูดคุยเรื่องหนัง : พูดคุยเรื่องหนังทุกเรื่องบนโลก ข่าวสารหนังและซีรีส์: ซินีฟาย บทความอื่นๆของ ละเลงหนัง รีวิว Genie, Make a Wish (2025) ซีรีส์ที่ดูได้แต่ไปไม่ถึงฝัน รีวิว House of Guinness (2025) ซีรีส์น้ำดี สนุกดูเพลิน รีวิว Wayward ซีรีส์แนวลัทธิที่เปิดเรื่องดีแต่ดันแผ่วตอนปลาย รีวิว One Battle After Another (2025) หนังดีประจำปีที่ควรดู! รีวิว เมนูรักพิชิตใจราชา ซีรีส์รอมคอมสุดน่ารักที่ห้ามพลาด! รีวิว Mantis: ตั๊กแตนนักฆ่า (2025) หนังนักฆ่าในคราบนักรัก รีวิว Alice in Borderland ซีซัน 3 ศึกเกมมรณะครั้งสุดท้าย รีวิว ซ้ำวัน กับ Someone หนังไทยติดลูป แหล่งที่มาจาก Netflix ภาพปก: 1 ภาพประกอบ: 1 / 2 / 3 / 4 วิดีโอ: ปีศาจ: เรื่องราวของเอ็ด กีน (MONSTER: The Ed Gein Story) | ทีเซอร์อย่างเป็นทางการ จาก Youtube: Netflix Thailand จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !