รีวิวภาพยนต์ เกมจารชนคนในเงา ใครที่เห็นชื่อผู้กำกับ รยูซึงวาน (Ryoo Seung-wan) แล้วก็น่าจะพอเดาโทนได้เลย ว่างานต้องออกมาดูสนุกและโปรดักชันแน่นแน่ ๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังคงมาตรฐานนั้นไว้ครบเช่นเดิม แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ รอบนี้เขาไม่ได้เน้นความมันแบบยิงกันสะใจอย่างเดียว กลับเลือกเล่าเรื่องแบบนิ่ง ๆ หน่อย เน้นตัวละครกับสถานการณ์มากขึ้น ทำให้ฟีลของหนังออกไปทางจริงจังและหม่นกว่าที่เคย รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! ในโลกของภาพยนตร์สายลับที่มักเน้นความเท่และฉากแอ็กชันสุดระห่ำ Humint เลือกเล่าอีกด้านหนึ่ง ด้านที่เต็มไปด้วยความคลุมเครือทางศีลธรรม ความสูญเสีย และราคาที่ต้องจ่ายของการล้วงความลับ ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่แอ็กชันสายลับ แต่คือดราม่าที่เจ็บลึกในโลกข่าวกรองแทนค่ะ Humint (เกมจารชนคนในเงา) เรื่องย่อ ภารกิจเริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเกาหลีใต้ “ผู้จัดการโซ” (รับบทโดย Zo In-sung) ถูกส่งไปยังเมืองวลาดิวอสต็อก ประเทศรัสเซีย เพื่อสืบสวนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาและค้ามนุษย์ ที่นั่น เขาได้ร่วมมือกับ “แชซอนฮวา” หญิงชาวเกาหลีเหนือซึ่งทำหน้าที่เป็นสายข่าว (Humint) ให้ข้อมูลจากวงใน ขณะเดียวกัน “พัคกอน” เจ้าหน้าที่จากฝั่งเกาหลีเหนือก็เข้ามาเกี่ยวข้องในภารกิจเดียวกัน เมื่อผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายไม่ตรงกัน ความร่วมมือจึงเต็มไปด้วยความระแวง การหักหลัง และการตัดสินใจที่อาจหมายถึงชีวิตของใครบางคน ยิ่งสืบลึกลงไป ความจริงยิ่งโหดร้าย และไม่มีใครในเกมนี้ปลอดภัยอย่างแท้จริง รีวิว Humint (เกมจารชนคนในเงา) โช อิน-ซ็อง Zo In-sung เล่นออกมาเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดูเก่ง แต่ก็มีความล้าและความรู้สึกผิดอยู่ข้างใน ไม่ได้มาในภาพพระเอกเท่ ๆ อย่างเดียว หลายฉากใช้แค่สีหน้ากับสายตาก็พอแล้ว ฝั่ง ชินเซคยอง Shin Se-kyung ในบทสายข่าว ถือว่าเด่นพอสมควร เพราะเป็นตัวแทนของคนธรรมดาที่ต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์อันตรายจริง ๆ อารมณ์ที่ออกมาจะดูเปราะบางและกดดันตลอด ส่วน พัค จอง มิน Park Jung-min กับ พัก แฮ-จุน Park Hae-joon ก็ช่วยเติมความเข้มข้นให้เรื่องได้ดี โดยเฉพาะฝั่งเกาหลีเหนือที่ไม่ได้ถูกเขียนให้เป็นตัวร้ายตรง ๆ แต่มีเหตุผลของตัวเอง บอกเลยว่าเรื่องนี้นักแสดงค่อนข้างเอาอยู่ทั้งทีม ชอบที่เคมีระหว่างตัวละครเต็มไปด้วยความตึงเครียดมากกว่าความเป็นมิตร ทำให้ทุกฉากสนทนามีแรงกดดันอยู่ตลอดเวลา ธีมและการดำเนินเรื่อง คำว่า “Humint” (Human Intelligence) ในเรื่องไม่ได้หมายถึงแค่ข้อมูล แต่หมายถึง “คน” ที่ต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงตายเพื่อแลกกับข่าวกรอง การเล่าเรื่องเป็นแบบ slow burn ค่อย ๆ ปูสถานการณ์และตัวละครอย่างละเอียดในช่วงแรก ก่อนจะเร่งจังหวะในช่วงท้ายที่เต็มไปด้วยฉากแอ็กชันทั้งการยิงปืน การต่อสู้ระยะประชิด และการไล่ล่า ต้องบอกตามตรงว่า ช่วงแรกของเรื่องเดินค่อนข้างช้า ใช้เวลาปูพื้นตัวละครและสถานการณ์พอสมควร ใครที่ชอบอะไรเร็ว ๆ อาจต้องใช้ความอดทนนิดนึง แต่พอผ่านช่วงตั้งต้นไปแล้ว เรื่องจะเริ่มเข้มขึ้นเรื่อย ๆ ความสนุกของมันไม่ได้อยู่ที่เหตุการณ์ใหญ่ตลอดเวลา แต่เป็นความตึงเครียดเล็ก ๆ ที่สะสมมาเรื่อย ๆ แล้วพอถึงช่วงท้าย เรื่องจะเร่งขึ้นชัดเจน ทั้งจังหวะและเหตุการณ์ ทำให้ดูต่อเนื่องแบบหยุดยาก และฉากพีคช่วงท้ายก็ทำออกมาได้คุ้มกับที่ปูเรื่องมา ธีมหลักของภาพยนต์ คือราคาของการเป็นสายลับ ความคลุมเครือระหว่างหน้าที่กับศีลธรรม และการใช้มนุษย์เป็นเครื่องมือในเกมอำนาจ อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงกับ The Berlin File ซึ่งเป็นผลงานก่อนหน้าของผู้กำกับ ทำให้แฟน ๆ สายหนังจารชนเกาหลีรู้สึกเหมือนอยู่ในจักรวาลเดียวกัน ความคิดเห็นส่วนตัว ส่วนตัวรู้สึกว่าเรื่องนี้ดูเพลินในแบบของมันเอง ถึงจะไม่ได้หวือหวาตลอดเวลา แต่มีอะไรให้ตามต่อเรื่อย ๆ สิ่งที่ชอบคือมันทำให้เราเห็นอีกมุมของงานสายลับ ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังข้อมูลสำคัญ จริง ๆ แล้วต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง ช่วงต้นอาจจะช้าไปนิด แต่พอถึงครึ่งหลังแล้วถือว่าคุ้ม โดยเฉพาะตอนท้ายที่อัดทั้งอารมณ์และเหตุการณ์มาเต็ม เกมจารชนคนในเงา ไม่ใช่หนังสายลับที่ดูง่ายหรือเน้นความบันเทิงล้วน ๆ แต่เป็นหนังที่ต้องใช้สมาธิและอารมณ์ร่วมสูง หนังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คนที่อยู่เบื้องหลังข้อมูลสำคัญที่สุด กลับเป็นคนที่ถูกมองข้ามและถูกเสียสละได้ง่ายที่สุด นี่คือหนังสายลับที่ผสมผสานแอ็กชันกับดราม่าได้อย่างลงตัว พร้อมนำเสนอด้านมืดของโลกข่าวกรองได้อย่างสมจริง เหมาะสำหรับคนที่ชอบหนังสายลับที่มีเนื้อหา ไม่ได้เน้นแค่ความมันอย่างเดียว ความสมจริงของเรื่องราวที่เน้นคนมากกว่าภารกิจ เครดิตภาพ iMBC연예 ภาพปก ภาพประกอบ 1/2-5/6 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !