Cover Image by Jan Vašek from Pixabayสวัสดีเวิร์คกิ้งเกิร์ลทั้งหลาย รู้นะว่าคุณเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะมาผ่านพ้นไปในแต่ละวันเก่งแค่ไหน ขยันแค่ไหน สู้แค่ไหน แต่ปัญหาก็ยังดาหน้าเข้ามารีดเรี่ยวแรงคุณไปจนหมดฉันเป็นคนหนึ่งที่ผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมา และรู้ดีว่ามันเป็นภาวะหมดใจแค่ชั่วคราว บางปัญหาแค่เข้านอนและตื่นมาสู้มันใหม่ได้ในตอนเช้า แต่บางเรื่องคุณต้องแสวงหาแรงบันดาลใจ ที่จะผลักดันให้คุณสู้ต่อไปจนเอาชนะมันสำเร็จเชื่อเถอะ ไม่มีอะไรที่จะถีบเราให้ไฟลุกอีกครั้งได้ง่าย เท่ากับเสพ “หนังดี ๆ” ย้อมใจสักเรื่องไม่รู้ว่ามีใครเป็นอย่างฉันหรือเปล่า ที่กอบเอาแรงบันดาลใจมาใช้ชีวิตจาก “หนังดี ๆ” ได้แทบตลอดเวลา อาจเพราะในหนังมีตัวละครที่ต้องผจญกับปัญหา และสถานการณ์ในหนังมักเครียดเข้มและคับขันกว่า จนทำให้เราคิดได้ขึ้นมาว่า เรื่องของเรามันคงไม่เกินมือที่จะแก้ในยามอารมณ์ตื้อตัน แนะนำว่าเลิกคิดวนกับงานสักครู่ แล้วลองหาหนัง “ผู้หญิงผจญงาน” มาดู ภายในแค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น หัวทึบ ๆ อารมณ์ตึ้บ ๆ ของคุณอาจจะเปลี่ยนไปเลยถ้านึกไม่ออกว่าวันแย่ ๆ นี้ ควรจะดูหนังเรื่องไหน ฉันขอเลือกหนัง “ผู้หญิงผจญงาน” ในดวงใจของฉันมาแบ่งปันสัก 3 เรื่อง1.The Devil Wears Prada (2006)จำได้ว่าฉันรู้จัก The Devil Wears Prada จากการอ่านหนังสือแปลก่อน ตอนที่อ่านรู้สึกออกจะขัดใจ เหมือนกำลังอ่านหนังสือของเลขา (ขี้) นินทานายอะไรแบบนั้น แต่ความรู้สึกนี้กลับมลายหายไปเมื่อมาดูเวอร์ชั่นหนัง ที่เปี่ยมไปด้วยพลังของการค้นหาตัวเองCredit : IMDBนี่คือหนังดรามาดี้ที่นอกจากจะเพลินตาไปกับเสื้อผ้าและวงการแฟชั่น สาวทำงานยังรู้สึกเหมือนได้เจอคนหัวอกเดียวกันอย่างแอนดี้ (แอนน์ แฮทธาเวย์) เพราะสาวเนิร์ดคนนี้เพิ่งจบการศึกษา แล้วมาได้งานที่สาวอื่นต้องอิจฉาในนิตยสาร “รันเวย์” อันลือลั่น แต่ปัญหาหนักหน่วงคือไม่เพียงแค่เธอไม่รู้เรื่องแต่งตัวเท่านั้น แต่เธอยังต้องรองรับอารมณ์ร้ายรายวันของเจ้านายสายวีน มิแรนด้า พรีสทลีย์ (เมอรีล สตรีพ) คุณบอสสุดโหดที่ถูกจำลองมาจากแคแรคเตอร์บรรรณาธิการในชีวิตจริงของ “โว้ค” นั่นคือ แอนนา วินทัวร์ Credit : IMDB แค่อ่านเรื่องย่อ สาว ๆ ก็คงรู้เลยว่างานนี้ต้องอลังการงานเรื่องคอสตูมเป็นแม่นมั่น แต่สนุกกว่านั้นคือการที่เราได้เห็นพัฒนาการเรื่องสไตล์ของสาวเนิร์ด แอนดี้ต้องลุกขึ้นมาแต่งเติมเสริมความคูลให้ตัวเอง แรก ๆ อาจเพื่อความอยู่รอดในงาน แต่พอนาน ๆ มันกลับกลายเป็นหัวโขนที่เธอถอดไม่ออกสาวน้อยที่เคยรักและรู้ว่าตัวเองเป็นใคร กำลังจะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นที่เธอไม่ได้เป็น จนมาถึงที่สุดของคำถามสำคัญ ว่างานมันสำคัญจนต้องละทิ้งตัวตนที่แท้จริงไหมCredit : IMDB อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ สุดท้ายทั้งแอนดี้และมิแรนด้า ก็คือผู้หญิงทำงานสองคนที่โฟกัสความสำเร็จในอาชีพเหมือนกัน แต่ใช่ว่าพวกเธอจะเลือกทางเดินชีวิตเหมือนกันเสมอไป ส่วนคนดูจะเลือกอะไร นั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องย้อนถามตัวเอง Credit : IMDB 2. Morning Glory (2010)ขอบคุณสวรรค์ที่มีคนสร้างหนังเรื่องนี้ในโลก แม้อาจจะไม่โด่งดังทำเงินสักเท่าไหร่ แต่ Morning Glory ให้ความบันเทิงกับฉันเต็มที่มาก ด้วยฝีมือการเขียนบทของ เอลิน โบรช แมคเคนน่า คนเดียวกับที่ดัดแปลง The Devil Wears Prada จนสนุกกว่าหนังสือหลายขุมนั่นแหละCredit : IMDBหนังพูดถึงสาวทำงานที่อัดแน่นด้วยความฝันที่จะประสบความสำเร็จ เหมือนฉันในวัยยี่สิบเศษที่ยอมพลีได้ทุกอย่าง บ้าคลั่งเหมือนโลกจะแตกพรุ่งนี้ก็ไม่ปาน เพราะไม่มีอะไรสำคัญเท่างานอีกแล้วCredit : IMDBเบ็คกี้ ฟุลเลอร์ (เรเชล แม็คอาดัมส์) ดาราสาวคนโปรดของฉัน มารับบทอดีตนักข่าวสาวที่ได้งานใหม่ในตำแหน่งโปรดิวเซอร์รายการช่วงเช้า Daybreak เธอต้องร่วมงานกับตำนานคนข่าวอย่างไมค์ โพเมอรอย (แฮร์ริสัน ฟอร์ด) ผู้เกลียดการทำรายการข่าวให้ดูเหมือนรายการบันเทิงแบบเข้าไส้ สาวเก่งปนโก๊ะอย่างเบ็คกี้จึงต้องรับมือให้ได้ ทั้งเรตติ้งรายการที่กำลังร่วงลงทุกที กับความวีนเหวี่ยงอย่างไม่ปราณีของพิธีกร Credit : IMDBอาจเพราะเข้าใจความกดดันของงานทีวีที่เคยผ่านมาด้วยตัวเอง ฉันจึงอินกับความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยของเบ็คกี้เป็นที่สุด จะทำให้งานและรายการอยู่รอดยังไง โดยที่ยังรักษาคุณภาพรายการไว้ และรักษาน้ำใจของคนที่ร่วมงานด้วยหากคุณเป็นนักพลีชีพเพื่องาน ถึงกับยอมขึ้นคานกับความรักที่ล้มเหลว คงเห็นเงาตัวเองสะท้อนในตัวเบ็คกี้ชัดแจ๋ว เวิร์คกิ้งเกิร์ลดูแล้วอาจต้องหยุดคิด งานอาจเป็นทุกอย่างในชีวิตคุณ แต่การรักษาสมดุลระหว่างงานกับเรื่องส่วนตัวให้ได้ อาจเป็นเรื่องที่ท้าทายกว่านะสาว ๆCredit : IMDB 3. Hidden Figures (2016)ใครที่รู้สึกเป็นไก่รองบ่อนในออฟฟิศ Hidden Figures จะทำให้ชีวิต ณ ที่ทำงานคุณเป็นสวรรค์ไปเลยหนังสนุกเรื่องนี้อิงมาจากเรื่องจริงของสามสาวผิวสีแห่งองค์การนาซ่า พวกเธอคือคณิตกรระดับอัจฉริยะที่ดันเกิดมาในวันที่อเมริกายังระอุด้วยการเหยียดผิวและเหยียดเพศCredit : IMDBแคทเธอรีน จอห์นสัน , โดโรธี วอห์น และแมรี่ แจ๊คสัน (รับบทโดย ทาราจิ พี. เฮนสัน , ออคทาเวีย สเปนเซอร์ และ จาเนล โมเน่) ต้องอดทนอดกลั้นเพื่อพิสูจน์ตัวตนในงานมากกว่าเราร้อยเท่า กว่าจะได้รับความเท่าเทียมกับเพื่อนร่วมงานผู้ชายและคนขาว และกว่าที่ผลงานของพวกเธอจะมีส่วนช่วยเปลี่ยนประวัติศาสตร์อเมริกาการได้รับเลือกเข้าร่วมภารกิจนำนักบินอวกาศ จอห์น เกลน กลับสู่อวกาศในปี 1962 นั้นยิ่งใหญ่ แต่ในชีวิตจริงพวกเธอยังต้องดิ้นรนเลี้ยงครอบครัวเล็ก ๆ ของตัวเองอย่างยากลำบาก ภายใต้กฎหมายที่ยังเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ พวกเธอได้รับการปฏิบัติจากเพื่อนร่วมงานอย่างไม่เห็นหัวCredit : IMDBไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ามีเรื่องแบบนี้ คนผิวสีไม่อนุญาตให้เข้าห้องน้ำร่วมกับคนขาว จนสาว ๆ ต้องวิ่งไปปลดทุกข์ที่ห้องน้ำคนผิวสีที่อยู่ไกลเป็นกิโลทุกวัน หรือแค่จะกดน้ำร้อนชงกาแฟจากกระติกน้ำร้อนเดียวกันกับคนขาวก็ยังไม่ได้ ขนาดฉันเองเกิดมาทันยุคที่กำลังเรียกร้องสิทธิสตรี แต่เรื่องแบ่งแยกมนุษย์แบบนี้ทำเอารู้สึกอึ้งเดชะบุญที่สามสาวไม่ยอมจำนนกับการกดขี่ สุดท้ายพวกเธอก็ใช้ความแข็งแกร่งที่มี ต่อสู้ด้วยความสามารถล้วน ๆ จนได้รับการยอมรับจากคนที่เคยมองข้าม องค์การนาซ่าถึงกับยอมทลายกฏเกณฑ์บางอย่างให้Credit : IMDBสิ่งที่คุณจะได้รับเต็มเปี่ยมจากหนังเรื่องนี้คือพลังแห่งความรักตัวเอง เมื่อถูกใครปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม จะในที่ทำงานหรือในชีวิตจริง คุณจำเป็นต้องยืนหยัดรักษาคุณค่าในตัวคุณไว้เพราะเมื่อคุณนับถือตัวเองได้ รับรองไม่ว่าใครก็ข่มคุณไม่ลง