รีเซต

ชาวเน็ตฮึ่ม! ตำหนิ ราเชล เซเกลอร์ วิจารณ์ "Snow White" ต้นฉบับน่ากลัว-เจ้าชายคือสตอลเกอร์

ชาวเน็ตฮึ่ม! ตำหนิ ราเชล เซเกลอร์ วิจารณ์ "Snow White" ต้นฉบับน่ากลัว-เจ้าชายคือสตอลเกอร์
แบไต๋
16 สิงหาคม 2566 ( 15:00 )
366

หลังจากที่ Disney ได้มีการเปิดตัวโปรเจกต์สร้างหนัง ‘Snow White’ ฉบับไลฟ์แอ็กชันออกมา ก็กลายเป็นอีกหนึ่ง Topic ที่ถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความพยายามลบภาพเดิม ๆ รวมทั้งการสอดแทรกความ Woke ลงไปในหนังตั้งแต่การเปิดตัวนักแสดงที่จะมารับบท ทั้ง ราเชล เซเกลอร์ (Rachel Zegler) นักแสดงสาวเชื้อสายลาตินอเมริกันที่มารับบทเป็นสโนว์ไวต์ และ กัล กาด็อต (Gal Gadot) รับบทเป็น ราชินีใจร้าย (Evil Queen)

ซึ่งในรายของเซเกลอร์ ก็โดนวิจารณ์ถึงความเหมาะสมต่อบทบาทที่พลิกจากต้นฉบับแบบไม่เหลือเค้า แต่ประเด็นความ Woke ดูเหมือนจะเล็กไปถนัดตา เพราะล่าสุด ชาวเน็ตได้มีการวิพากษ์วิจารณ์มุมมองของเธอที่มีต่อหนังแอนิเมชัน ‘Snow White’ ต้นฉบับปี 1937 และมุมมองความเป็นสตรีนิยมของเธอตามสื่อต่าง ๆ จนทำให้ชาวเน็ตแฟน Disney ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ความคิดเห็นของเธออย่างกว้างขวาง

จุดเริ่มต้นดราม่านี้เริ่มต้นเมื่อเซเกลอร์ได้ให้สัมภาษณ์กับ Entertainment Weekly โดยส่วนหนึ่งเธอได้เปิดเผยว่า เธอเคยชมแอนิเมชันต้นฉบับเพียงครั้งเดียว “ฉันยอมรับว่ากลัวการ์ตูนต้นฉบับค่ะ ฉันน่าจะเคยดูไปแล้วทีหนึ่ง และฉันก็ไม่คิดจะหยิบมาดูอีกเลย อันนี้จริงจังนะ ฉันดูไปรอบหนึ่ง และฉันก็ไปนั่งเครื่องเล่นใน Disney World ที่มีชื่อว่า ‘Snow White’s Scary Adventures’ (การผจญภัยแสนน่ากลัวของสโนว์ไวต์) ซึ่งฟังดูชื่อแล้ว มันดูไม่ใช่สิ่งที่เด็กเล็ก ๆ จะชอบเลย มันฟังดูน่ากลัวมาก ฉันเองเลยไม่เคยได้ดูสโนว์ไวต์อีกเลย ฉันหยิบมาดูอีกรอบก็ตอนที่ฉันได้รับบทในหนังเรื่องนี้ ตอนอายุประมาณ 16-17 ค่ะ”

เซเกลอร์ได้ให้สัมภาษณ์กับ Variety โดยเธอเผยว่ากำลังพยายามจะนำความ ‘ทันสมัย’ มาสู่ตัวละครเจ้าหญิงดิสนีย์ “ฉันแค่จะบอกว่า นี่มันไม่ใช่ปี 1937 แล้ว เธอจะไม่มัวฝันถึงรักแท้ แต่เธอจะฝันถึงการเป็นผู้นำ โดยที่ไม่ต้องร้องความช่วยเหลือจากเจ้าชายอีกต่อไป เธอรู้ตัวเองว่า พ่อผู้ล่วงลับของเธอจะบอกเธอว่า เธอสามารถป็นผู้นำได้ ถ้าเธอมีความไม่เกรงกลัว ความยุติธรรม ความกล้าหาญ และแน่วแน่”

และในการสัมภาษณ์กับทาง Extra TV เซเกลอร์ได้ให้สัมภาษณ์ในงานอีเวนต์ D23 Expo เมื่อเดือนตุลาคม 2022 โดยเธอได้ให้สัมภาษณ์ในเชิงว่า ต้นฉบับการ์ตูนที่ออกมาในปี 1937 นั้นมีเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของเธอกับผู้ชายที่เป็นพวกสตอล์กเกอร์ (Stalker) คอยสะกดรอยตามผู้หญิง ซึ่งในหนังฉบับใหม่จะไม่มีอะไรแบบนั้น พร้อมทั้งยังเล่นมุกติดตลกด้วยการแซวว่า ฉากของ แอนดรูว์ เบอร์แนป (Andrew Burnap) ผู้รับบทเป็นเจ้าชายชาร์มมิง (Prince Charming) อาจถูกตัดออกจากหนังไปเลยก็ได้

@cosywithangie

Just because a woman values something different, does not make her any less valuable. Some women want a career and not marriage. Some women want a marriage or family and not a job. Some women want BOTH. All are to be heard, and seen, and valued. Write stories about ALL women and depict them ALL as valuable and worthy, instead of trying to mold them into one specific image of what you deem worthy. Thank you. #snowwhite #snowwhiteliveaction #snowwhitecontroversy #disney

♬ original sound – Angie | Self Care

บทสัมภาษณ์ของเธอกลายมาเป็นไวรัลอีกครั้งหลังจากที่มีเจ้าของบัญชี TikTok @cosywithangie ได้พูดในเชิงวิพากษ์แนวคิดของเซเกลอร์ว่าเป็น ‘สตรีนิยมเทียม’ (Pseudo Feminism) โดยเจ้าของคลิปดังกล่าวได้วิพากษ์ว่า การจับผิดเจ้าหญิงดิสนีย์ไม่เท่ากับความเป็นสตรีนิยม และไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะกระหายอำนาจอยากเป็นผู้นำเสมอไป ผู้หญิงทุกคนล้วนมีสิทธิในการทำทุกอย่างได้ตามที่เธอเองต้องการ ความอยากตกหลุมรัก อยากแต่งงาน เป็นแม่บ้าน นิสัยเรียบร้อย ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ฯลฯ ไม่ได้ทำให้คุณค่าในฐานะของความเป็นบุคคล หรือความเป็นผู้หญิงลดน้อยถอยลง

นอกจากนี้ ชาวเน็ตต่างประเทศต่างก็ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของเซเกลอร์ ต่อบทบาทสโนว์ไวต์ที่เธอได้รับว่า ในเมื่อเธอดูจะเกลียดหนังต้นฉบับขนาดนี้ ทำไมเธอถึงอยากจะรับบทในฉบับรีเมกอีก มีบางส่วนวิจารณ์รุนแรงว่าไม่เคยเห็นเจ้าหญิงดิสนีย์ที่วางตัวแบบนี้และดูใจแคบขนาดนี้มาก่อน ในขณะที่บางส่วนมองว่า เซเกลอร์พยายามจะเหมารวมภาพลักษณ์ของผู้หญิงให้เป็นในอย่างที่เธอต้องการ นอกจากนี้ก็ยังมีความคิดเห็นที่มองว่า เซเกลอร์ไม่ได้เตรียมพร้อมในการวางตัวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อที่ดีมากนัก

ในขณะที่บางส่วนก็สนับสนุนเธอ โดยมองถึงยุคสมัยที่เปลี่ยนไปแล้ว และถ้า แฮร์ริสัน ฟอร์ด (Harrison Ford) เกลียด ‘Star Wars’ และ โรเบิร์ต แพททินสัน (Robert Pattinson) เกลียด ‘Twilight’ ได้ การเกลียดหนังต้นฉบับของเธอก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และบางคนมองว่าคาแรกเตอร์สโนว์ไวต์ในแบบของเธอนั้นเป็นแบบเชิงรุกมากกว่าจะดูอ่อนแอ ซึ่ง ณ ขณะนี้ เซเกลอร์เองยังไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นนี้แต่อย่างใด

‘Snow White’ ผลงานหนังรีเมกฉบับไลฟ์แอ็กชันของ Disney เป็นการรีเมกจากภาพยนตร์แอนิเมชันคลาสสิก สโนว์ไวต์กับคนแคระทั้งเจ็ด (Snow White and the Seven Dwarfs) ที่ฉายในปี 1937 กำกับโดย มาร์ก เวบบ์ (Marc Webb) โดยได้ทีมประพันธ์เพลงจาก ‘La La Land’ (2016) และ ‘The Greatest Showman’ (2017) มาเขียนเพลงฉบับใหม่ให้ โดยมีกำหนดตารางฉายวันที่ 22 มีนาคม ปี 2024


ที่มา: Entertainment Weekly, Insider, DailyMail, NBC News