เครดิตภาพ Fast Saga Officialในภาคที่ 5 ที่คิดว่าจะจบ พระเอกจะวางมือไปแล้วเพราะได้เงินกันไปเยอะมาก สุดท้ายก็ยังกลับมาสร้างความมันส์ให้แฟน ๆ อีกครั้ง ซึ่งในภาคนี้ จะเป็นภาคที่เลตตี้จะกลับมามีบทบาทอีกครั้งเรื่องเริ่มต้นที่ ฮ็อบ (Dwayne Johnson) กำลังเผชิญกับศัตรูตัวร้ายอย่าง โอเวน ชอว์ (Luke Evans) ที่เป็นอาชญากรตัวฉกาจที่สร้างประวัติอาชญากรรมไว้ถึง 12 ประเทศ และฮ็อบรู้ว่างานนี้หนักมากจึงได้ไปขอร้องให้ โดมินิค ทอร์เรตโต้ (Vin Deasel) โจรฝีมือระห่ำ ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับแฟนสาว เอเลน่า (Elsa Pataky) ให้ไปช่วยจับโอเว่นให้ โดยมีข้อเสนอที่โดมินิคไม่สามารถปฎิเสธได้อย่าง ภาพถ่ายล่าสุดของเลตตี้ (Michelle Rodríguez) อดีตคนรักของโดมินิคที่เขาคิดว่าตายไปแล้ว เครดิตภาพ Fast Saga Officialแม้จะกระอักกระอ่วนใจ แต่เอเลน่าก็ให้โดมินิคไปค้นหาความจริงเกี่ยวกับเลตตี้ โดมินิคจึงได้รวบรวมทีมอย่าง ไบรอัน (Paul Walker) , ฮาน (Sung Kung) , โรมัน เพียร์ซ (Tyrese Gibson) , เทจ (Tyrese Gibson) , จีเซล (Gal Gadot) เพื่อมาช่วยลุยกับศัตรูในครั้งนี้ โดยจะตอบแทนทีมของโดมินิคด้วยการล้างประวัติให้ขาวสะอาดหากทำภารกิจลุล่วงแค่เปิดเรื่องแทนที่จะเป็นฝ่ายไปล่าเขา ก็เป็นฝ่ายถูกล่าเข้าซะแล้ว ก็ใช่สิ ศัตรูไม่ได้ระดับล่าง ๆ เหมือนที่ผ่านมาแล้ว หนังพยายามชูแรงว่าเรื่องของเล็ตตี้คือประเด็นสำคัญในภาคนี้ แต่ทำไมผมรู้สึกว่า มันไม่โดดเด่นสักเท่าไร หนังเน้นไล่ล่าด้วยาวุธปืนกันซะแทบจะทั้งเรื่องเครดิตภาพ Fast Saga Officialก่อนจะไล่ล่า ไบรอันก็กลับไปหาบราก้า ศัตรูในภาค 4 เพื่อถามข้อมูล เพราะบราก้ากับโอเว่นเป็นพันธมิตรธุรกิจกัน จึงได้ความเกี่ยวกับเลตตี้ว่า ตัวบราก้ารู้อยู่แล้วเลตตี้จะส่งมาเป็นสายลับ และลูกน้องของบราก้า ก็ไม่ได้ฆ่าเลตตี้โดยตรง แต่ยิงถังน้ำมันทำให้เลตตี้ตกเขา สูญเสียความทรงจำ โอเว่นก็ตั้งใจจะไปปิดปากเล็ตตี้ แต่ดันชอบเล็ตตี้ขึ้นมาจึงได้นำมาอยู่ด้วย เมื่อถึงบทสรุป เลตตี้ก็กลับมาอยู่กับโดมินิคตามสเตป ส่วนเอเลน่าก็ต้องถอยออกมา บอกตามตรงสงสารมาก แต่เอเลน่าก็คงรู้ดีว่าเค้ารักกัน เดี๋ยวฉันไปเอง ถ้าหลายคนจะหวังว่าจะเจอบทบู๊ของเมียเก่า เมียใหม่ เตรียมผิดหวังได้เลยจ้า เพราะเลตตี้ยังเอ๋อ จำไรไม่ได้อยู่ดี แต่ถึงจำได้ ก็คงคุยกันได้ ไม่ตีกันแน่ ๆเครดิตภาพ Fast Saga Officialคะแนนเนื้อเรื่อง 7/10 ผมว่าหนังน่าสนใจน้อยลงตรงที่ หนังพยายามชูบทเลตตี้ให้เด่น แต่กลับไปให้ความสำคัญกับการแข่งรถไล่ล่ามากกว่า ทำให้หนังผิดวัตถุประสงค์ในการนำเสนอไปครับ เลตตี้ก็เลยมีความสำคัญในเรื่องน้อยเกินไป แล้วมาถึง ณ ตอนนี้ กลิ่นอายของรถแต่งก็ไม่มีให้เห็นอีกแล้ว หนังกลายเป็น Action ที่ผสมการแข่งรถไป แต่ก็เป็นการพัฒนาที่พอรับได้ เพราะหนังจะพยายามให้เห็นความเก่งในการขับรถมากกว่าคะแนนเอฟเฟคต์ 9/10 ทั้งฉากรถถังไล่ล่าบนถนน คือต่อให้โดมินิคซิ่งแค่ไหน ก็ยากมากจะหนีพ้น ฉากโดดข้ามเกาะถนนโทลเวย์ และฉากการต่อสู้บนเครื่องบิน หลาย ๆ ฉากคือล้วนแต่น่าจะเทใจให้คะแนนมาก ๆ ถึงแม้จะไม่ได้อลังการอะไรมากมาย แต่ก็เป็นซิกเนเจอร์ของภาคเลยเครดิตภาพ Fast Saga Officialข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้1. ความรักที่ไม่เคยจางลง ถึงโดมินิคจะมีแฟนใหม่ แต่ใจเค้าก็ยังคงรักเลตตี้ไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อรู้ว่ายังมีชีวิต เค้าก็เต็มใจที่จะไล่ล่า พาตัวเลตตี้กลับมา อาจจะดูเห็นแก่ตัวกับเอเลน่า แต่ว่าไม่หลอกตัวเองดีที่สุด2. ความเสียสละในความรักของเอเลน่า เอเลน่ารู้อยู่แล้วว่าโดมินิคไม่ได้รักตนเท่าเลตตี้ เมื่อเลตตี้กลับมา เอเลน่าก็พร้อมจะหลีกทางให้ เพราะคงตระหนักดีว่าไม่มีวันไปแทนเลตตี้ได้3. จุดเปลี่ยนในชีวิตฮาน เมื่อสูญเสียจีเซลสาวที่รักไป ต้องบอกว่าภาคนี้คือภาคเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้าภาค 3 เพราะเมื่อฮานสูญเสียจีเซล เค้าก็ตัดสินใจกลับโตเกียวทันที และมีแค่รูปถ่ายของจีเซล และความทรงจำของเค้าเท่านั้น น่าสงสารฮานมาก ๆภาคนี้อาจจะไม่สุดในหลาย ๆ อย่าง เพราะหนังปูทางให้เลตตี้เด่น แต่กลับไปให้ความสำคัญกับส่วนอื่น เช่นการไล่ล่ากับคนร้าย ทำให้หนังค่อนข้างใช้คำว่า ไม่สมกับเป็น Fast ซักเท่าไหร่เลย แต่ก็แล้วแต่คนชอบนะครับเครดิตภาพปก Fast Saga Official