สวัสดีค่า วันนี้แมวง่วงขอเสนอรีวิวภาพยนตร์อนิเมชั่นจากดิสนีย์และพิกซาร์ Inside Out 2 ที่กลับมาหลังภาคแรกออกฉายนานถึง 9 ปี ซึ่งคุ้มค่ากับการรอคอยเป็นอย่างยิ่ง ด้วยการตีความอารมณ์ในจิตใจของเราที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นInside Out เป็นเรื่องที่กล่าวถึงอารมณ์พื้นฐานทั้ง 5 ได้แก่ ลั้ลลา (Joy), เศร้าซึม (Sadness), กลั๊วกลัว (Fear), ฉุนเฉียว (Anger) และหยะแหยง (Disgust) ซึ่งผลัดกันควบคุมการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆที่ผ่านมาเป็นประสบการณ์ของเด็กหญิงตัวน้อยที่ชื่อไรลีย์ ในภาคแรกจะกล่าวถึงเหตุการณ์การผจญภัยของอารมณ์ลั้ลลา และเศร้าซึม ซึ่งมีอุบัติเหตุทำให้หลุดออกมาจากศูนย์บัญชาการ ขณะที่ไรลีย์มีความจำเป็นต้องย้ายบ้านและโรงเรียน โดยมีอุปสรรค และการเปลี่ยนแปลงต่างๆรอเธออยู่ เพื่อไม่ให้ยาวเกินไปจะขอยกไปพูดถึงในอีกบทความนะคะสำหรับเด็กๆที่มาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ จะได้พบกับความสนุกสนานจากการผจญภัยของเหล่าอารมณ์ทั้ง 5 ซึ่งถูกอารมณ์ใหม่ทั้ง 4 ได้แก่ ว้าวุ่น (Anxiety), อิจฉา (Envy), เฉยชิล (Ennui), และเขิ๊นเขินอ๊ายอาย (Embarrassment) บุกยึดศูนย์บัญชาการ เมื่อไรลีย์เติบโตเข้าสู่การเป็นวัยรุ่น และส่งพวกเขาทั้ง 5 ไปอยู่ที่อื่น แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ บอกเลยว่ามีน้ำตาซึม ไปกับเจ้าอารมณ์ต่างๆในเรื่อง ซึ่งได้แสดงถึงภาวะอารมณ์ต่างๆที่เราเผชิญอยู่นั่นเอง บทความนี้เป็นการตีความของแมวง่วงเป็นการส่วนตัว ผิดพลาดประการใด หรือมีความเห็นต่างต้องขออภัยล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้นะคะ หรือนี่จะเป็นปกติของการเติบโต เธอจะมีความสุขน้อยลงในวัยเด็ก พวกเราต่างเรียบง่าย และใช้ชีวิตเพื่อความต้องการพื้นฐาน แต่เมื่อโตขึ้นก็ได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่หลากหลายและ สังคมที่กว้างมากขึ้นกว่าครอบครัว สิ่งเหล่านี้ทำให้อารมณ์และความรู้สึกนึกคิดของเราซับซ้อนขึ้นไปด้วย โดยอารมณ์ที่มีบทบาทมากขึ้นคือว้าวุ่นนั่นเอง ประสบการณ์ต่างๆทำให้เราจินตนาการถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ทำให้เราพยายามแสดงออกในวิธีต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์เหล่านั้น ในเรื่องคล้ายกับว้าวุ่นจะเหมือนตัวร้ายของเรื่องที่พยายามผลักความสุขออกไป แต่ถ้าเรามองดูจริงๆ ว้าวุ่นก็เป็นตัวละครที่มีความหวังดีต่อไรลีย์ เพื่อให้สามารถปรับตัวกับเพื่อนใหม่ได้ และพยายามเพื่อความสำเร็จและสิ่งที่ดีกว่าเดิม ผู้ชมน่าจะรู้สึกจุกในอกเล็กๆเมื่อกลับมาสังเกตตัวเองแล้วพบว่า ความวิตกกังวลต่อสิ่งต่างๆรอบตัวของเรา ทำให้เรามีความสุขน้อยลงจริงๆ ความวิตกกังวลก็เป็นส่วนที่ดี แต่เราต้องปรับสมดุลอารมณ์ของเรา ไม่ให้ความกังวลมามีอิทธิพลต่อเราจนเกินไปนักเธอผิดพลาดได้นะ พรุ่งนี้เธอก็จะผิดพลาดอีกในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และทุกคนล้วนแสดงออกถึงด้านที่สวยงามของแต่ละคนผ่านสื่อโซเชียล สิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราเหมือนถูกมองผ่านแว่นขยายทำให้ดูใหญ่โตกว่าความเป็นจริง ทั้งคาดหวังกับตนเอง และเปรียบเทียบกับคนอื่น เมื่อได้ฟังประโยคนี้จากตัวละคร ทำให้เราหันกลับมามองดูตัวเองว่า เราคาดหวังกับตัวเองมากเกินไปหรือไม่ สิ่งที่สมบูรณ์แบบมีจริงไหม และทำให้เราย้อนกลับมาคิดว่า หลายๆครั้งที่เราได้ให้กำลังใจคนรอบตัวที่ทำผิดพลาด แต่เราเคยได้ให้กำลังใจตัวเองบ้างไหม การได้รับกำลังใจจากคนอื่น อาจไม่สู้กำลังใจจากตัวเอง และพยายามทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง ผิดก็แก้ไข และทำให้ดีกว่าเดิม ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ อย่าลืมให้กำลังใจตัวเองด้วยนะคะ :)ทุกอารมณ์มีความหมาย และดีต่อเธอจากเรื่องเราจะเห็นว่าภายในสมองนั้นมีอารมณ์ทั้งด้านบวก และลบ แต่ทุกๆอารมณ์ต่างมีหน้าที่ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้ และมีการตอบสนองต่อผู้อื่น และสิ่งแวดล้อม หลายๆครั้ง เราอาจปฏิเสธความรู้สึกในด้านลบ และฝืนตัวเองให้คิดในแง่ดีอยู่เสมอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า อารมณ์ในด้านลบ เช่น ความกลัว และความวิตกกังวล จะช่วยปกป้องเราจากสถานการณ์เลวร้ายได้ ความเศร้า และความโกรธจะช่วยเราด้านปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ทั้งนี้การให้พื้นที่ของทุกอารมณ์อย่างพอดีจึงสำคัญ เมื่อไรที่เราปล่อยให้อารมณ์ด้านลบควบคุมมากเกินไป ก็จะส่งผลต่อร่างกายด้วยเช่นกัน ดังนั้น การได้สังเกตและสำรวจอารมณ์ของตัวเองอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้เราใช้ชีวิตแบบมีสติมากขึ้น อนิเมชั่นเรื่องนี้ ทำให้เหล่าอารมณ์ที่เป็นนามธรรม มีรูปธรรมขึ้นมา แมวง่วงคิดว่าหลังจากดูจบแล้ว เราจะสามารถสังเกตอารมณ์ของตัวเองในชีวิตประจำวันได้ชัดเจนขึ้นมากๆโอบกอดความเป็นตัวเองในเรื่องนี้มีส่วนที่นำเสนอว่า ประสบการณ์ต่างๆ จะเป็นรากฐานของความเชื่อในจิตใต้สำนึกและแสดงออกมาเป็นตัวตนของเรา ลั้ลลาพยายามอย่างยิ่งที่จะคัดเลือกเฉพาะความทรงจำที่ดี มาใส่ในจิตใต้สำนึกของไรลีย์ แต่ในตอนท้ายเราก็ได้เรียนรู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำที่ดีหรือไม่ดี ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นตัวของตัวเรา คนเราทุกคนไม่ได้มีแต่ด้านดีเพียงด้านเดียว บางครั้งก็มีด้านที่ไม่น่ารัก สุดท้ายทั้งหมดทั้งมวลก็คือตัวของไรลีย์ ทุกๆอารมณ์รู้ได้ในตอนนั้นว่า ไม่ว่าตัวตนของไรลีย์จะแสดงออกมาเป็นอย่างไร ทุกๆอารมณ์ก็จะโอบกอดไรลีย์ไว้ด้วยความรัก อย่าลืมรักตัวเองให้มากๆนะนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีรายละเอียด และข้อคิดอีกมากมายที่ซ่อนอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ที่รอให้ทุกคนได้สัมผัสในโรงภาพยนตร์ ยิ่งดูหลายรอบยิ่งได้อะไรมากขึ้น เราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจ และใส่ใจในรายละเอียดของทีมสร้างมากๆค่ะ นอกจากข้อคิดต่างๆจากเรื่องที่ทำให้น้ำตาซึมแล้ว ภาพและฉากต่างๆ ก็มีความสวยงาม ละเอียดอ่อนมากๆ คุ้มค่ากับการดูในโรงภาพยนตร์เป็นอย่างยิ่ง แมวง่วงขอแนะนำให้ดูระบบ 3 มิติขึ้นไปค่ะ ภาพสวย และมีความละเอียดมากๆ ค่ะ ตัวละครต่างๆออกแบบมาได้น่ารักมากๆ และมุกตลกต่างๆ ในเรื่องก็ทำให้อมยิ้ม หัวเราะ ดูเพลินมากๆ ถึงตอนจบแล้วไม่อยากให้จบเลย ใครที่ได้ชม รับประกันความหัวใจพองโตกลับบ้านแน่นอนขอให้ทุกคนให้อภัย และโอบกอดตัวตนของตัวเองในทุกวัน มีความสุขกับการชมภาพยนตร์นะคะ *** และอย่าลืมติดตาม แลนซ์ ดาบเชือดใจนะคะ ออกมาแป๊บเดียว แต่ฉากนี้จะเป็นอีกฉากที่ประทับใจแน่นอน > <ขอบคุณภาพประกอบจาก Facebook page Walt Disney Studios: ภาพปก ตกแต่งด้วย Photoshop CS3, ภาพที่1, ภาพที่2, ภาพที่3, ภาพที่4, ภาพที่5, ภาพที่6, ภาพที่7, ภาพที่8, ภาพที่9, ภาพที่10, ภาพที่11, ภาพที่12, ภาพที่13, ภาพที่14, ภาพที่15, ภาพที่16 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !