TrueID

เปิดอกทุกเรื่องราว! มด ณปภัช แจงแหวนนิ้วนาข้างซ้าย ยังไม่พร้อมรับงานในวงการ (มีคลิป)

เปิดอกทุกเรื่องราว! มด ณปภัช แจงแหวนนิ้วนาข้างซ้าย ยังไม่พร้อมรับงานในวงการ (มีคลิป)
MusicHot
17 มี.ค. 64
48

ข่าวบันเทิงวันนี้

หายหน้าจากหน้าจอไปจนหน้าใจหาย สำหรับอดีตนักร้องดังยุค 90 มด ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ ที่ล่าสุดได้เคลียร์คิวว่างมาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 พร้อมเล่าย้อนในช่วงตัดสินใจหันหลังให้วงการบันเทิงที่ถูกเคลือบแคลงสงสัยว่าเป็นเพราะอะไร งานนี้ เจ้าตัว ก็ได้เคลียร์ให้ได้ฟังชัดๆพร้อมอัพเดทถึงเรื่องในอนาคตที่ตัวเองมองไว้ว่าคงไม่ได้กลับเข้ามาในวงการบันเทิงเต็มร้อยแล้วอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องหัวใจนั้น สาวมด ได้เปิดแบบทุกประตูกับแฟนสจ๊วตหนุ่มสายการบินเดียวกัน ทิว ธันว์ตรี ที่คนนี้แม่ปลื้มมากว่าได้คุยๆกันถึงเรื่องอนาคตไว้ตั้งแต่แรกที่คบ ส่วนแหวนนิ้วนางข้างซ้ายที่เห็นใส่มาในรายการในวันนี้ สาวมด ก็ได้ชี้แจงมาว่า

 

ห่างหายไปนานแค่ไหน?
มด ณปภัช : ตั้งแต่ไปเป็นแอร์เลยคะ ประมาณ 3-4 ปี ได้ค่ะ คือไม่ได้ออกทีวีเลยเพราะว่ามันเหนื่อยเพราะเราออกรายการร้องเพลงตั้งแต่เด็ก

เป็นโฟร์ - มด คือ กี่ปี แล้วตอนนั้นเป็นความฝันของเราไหม?
มด ณปภัช : เริ่มเข้ามาตั้งแต่อายุ 12 ที่เราเข้ามาเป็นนักร้องตอนนั้นเราได้จอยกับชีวิตได้ทำอะไรที่เราไม่เคยทำได้เป็นนักร้องสนุกๆเราก็เลยทำเพราะตอนนั้นเราชอบการแสดงออก ชอบเต้น ชอบร้องเพลง เพราะว่าเรารู้สึกสนุกเนอะถึงแม้ตอนนั้นเรายังไม่ค่อยรู้เท่าไหร่แต่มันคือสนุกแค่นั้นเองค่ะ

แล้วเพลงของเราทั้งคู่ก็โด่งดังมาก ลุคแฟชั่นคือ สุดๆแล้วจู่ๆหายเพราะว่าไปเป็นแอร์ แล้วอะไรเป็นตัวตัดสินใจให้เราเลือกทางนั้น?
มด ณปภัช : จริงๆจุดที่เราตัดสินใจคือเราตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจมาเป็นแอร์แม่เขาพูดขึ้นมาค่ะ ว่าลองไปสมัครแอร์ไหม ตอนนั้นเราก็ตกใจว่าทำไมแม่ถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาแต่เราก็ทำเป็นหูทวนลมแม่พูดอะไรมาก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเพราะว่าเราเป็นคนหนึ่งถ้าเราอยากทำอะไรเราอยากที่จะตัดสินใจด้วยตัวเราเอง เพราะเราต้องอยากทำก่อนเราถึงจะทำอะไรทุกอย่างได้ดีเราเลยรู้สึกว่ายังไม่แล้วกันเราก็ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของแม่ไปเลย เพราะว่าเรายังใส่ใจกับผลงานในวงการเพลงแล้วก็มีละครเข้ามาด้วยตอนนั้นแล้วพอเวลาผ่านไป 1 ปี แล้วอยู่ดีๆตอนนั้นว่าเราอยากจะหาอะไรที่มั่นคงกับชีวิตเลยลองปรึกษารุ่นพี่ที่เป็นแอร์อยู่แล้วว่าเราต้องทำยังเพราะเราไม่เข้าใจว่าชีวิตการสมัครงานคืออะไรเราไม่รู้ เราไม่เข้าใจเลยว่าเราต้องทำอะไรบ้างเราต้องเตรียมอะไรบ้าง พอดีเลยที่เราโทรไปหารุ่นพี่คนเดียวเขาก็บอกเราว่าพอดีเลยตอนนี้ที่แอร์เอเชียเปิดรับสมัครอยู่ให้เราไปสมัครเลย

 

ตอนนั้นที่เราเริ่มอยากจะถอยห่างจากวงการเพราะว่าเรารู้สึกว่างานในวงการเริ่มสนั่นไหว หรือลดลงไหม?
มด ณปภัช : อาจจะรู้สึกว่าเราอิ่มเริ่มถามตัวเองว่าสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ เรารู้สึกยังไงกับมัน เรายังรู้สึกว่าสนุกไหม หรือ มันไม่ใช่ทางเราแล้วก็ใช้เวลาคิดทบทวนเรื่องนี้อยู่นานว่าการที่เราจะก้าวออกจากจุดที่เราอยู่มันเป็นก้าวที่ใหญ่นะ เราจะทำอะไรเราก็จะต้องคิดให้ดีนะไม่ใช่อยากจะไปก็ไปอย่างที่บอกค่ะ เราใช้เวลาคิดเป็นปีกว่าจะตกตะกอนความคิดว่าลองดู ซึ่งตอนที่เราเข้าไปสมัครงานที่นั่นคือ หนูอายมากเลยเพราะว่าคนมองหนูเยอะมาก หนูแค่รู้สึกว่าทำไมต้องมองหนูเยอะขนาดนี้ก็คนสมัครงาน คือ หนูรู้สึกแบบนี้ แต่คนภายนอกเขาอาจจะรู้สึกว่า มด มาทำอะไรเขาอาจจะคิดแบบนี้ (ถามว่าอะไรที่ยากสุดก่อนที่จะมาเป็นแอร์) หนู ว่าตอนเทรนด์เป็นแอร์ แล้วก็โดยถามว่ามาทำงานนี้แล้วคุณได้เงินเดือนน้อยกว่าที่คุณทำอยู่ทุกวันนี้นะคุณจะทำเหรอ เราก็ตอบว่าทำค่ะ เพราะว่าเรารู้สึกว่าสิ่งที่เราเลือกเรามั่นใจในตัวเองและสิ่งที่เราเลือกมั่นคงสำหรับตัวเรา แล้วเขาก็ถามว่าล้างห้องน้ำไหวไหม เราก็บอกว่าได้เพราะว่าทุกวันนี้ก็ทำอยู่ที่บ้านเพราะไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะทำความสะอาดมันแปลกตรงไหน

แต่พอไปสอบหลายคนก็จะมองว่าเส้นหรือเปล่าเพราะว่าส่วนใหญ่ที่มีชื่อเสียงจะมีเรื่องแบบนี้มาอยากจะเคลียร์ตัวเองยังไง?
มด ณปภัช : ใช้คำคำนี้ดีกว่าค่ะ ว่าเวลาที่เราจะทำอะไรเราทำด้วยตัวเองดีที่สุด เราไม่อยากเพิ่งใคร ถ้าเราจะได้เราก็ต้องได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเราที่เราได้งานนี้เราเหมือนเด็กเลยคือ กรี๊ดลั่นบ้านเลยตอนนั้น เขาโทรมาบอกว่ายินดีด้วยนะคะ แล้วก็นัดเราเข้าไปเซ็นสัญญา

ณ วันที่เราตัดสินใจที่จะไปเป็นแอร์เราตัดสินใจที่จะทิ้งความเป็นโฟร์ มดเลย หรือว่าไม่หรอกเหยียบไว้ทั้งสองอย่าง?
มด ณปภัช : ตอนแรกก็ยังหรอกค่ะ เพราะเราก็ต้องลองไปทำว่ามันจะได้ไหมเพราะว่าส่วนตัวเป็นโรคจิตอยู่อย่างหนึ่งถ้าเราจะทำอะไรเราอยากจะทำให้เต็มที่เรารู้สึกว่าเราทำเต็มที่ทั้งสองอย่างค่อยว่ากัน แต่ถ้าเรารู้สึกว่าถ้าเราทำอย่างหนึ่งได้ดีแล้วอีกอย่างได้ไม่เต็มที่เราไม่อยากทำเพราะว่าเรารู้สึกว่าเราไม่อยากทำความลำบากให้คนอื่น

คุณแม่คือคนที่ให้เราไปสมัครเป็นแอร์ และตอนนี้ก็เป็นคนที่มาถามว่าไม่รับงานในวงการบ้างเลยเหรอลูก ละครไม่เอาเลยเหรอ?
มด ณปภัช : ไม่รับเลยค่ะ พอเราได้มาทำงานตรงนี้อย่างเต็มตัวเราได้บินเรารู้เลยว่ามันเหนื่อย พอมันเหนื่อยเรารู้เลยว่าร่างกายเราต้องการพักผ่อน เพื่อที่เราจะได้ทำงานในเซ็ตต่อไปได้ ตารางจะเป็นแบบนี้ค่ะ บิน 3-4 วัน หยุด 2 วัน แล้วบินต่อ 5 วัน หยุด 2-3 วัน แล้วเราก็ต้องมีสแตนบายด้วยนคะ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะโดนเรียกตอนไหนก็ไม่รู้รอรับโทรศัพท์อย่างเดียวเลย

 

สามารถพูดได้ไหมว่า มด วันนี้ลาจากวงการบันเทิงแล้ว?
มด ณปภัช : พูดได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์เพราะว่าเราไม่รับงานละคร งานร้องเพลงเราก็ยังรับนะคะ แต่ร่างแหลกไปเลยสามวันเพราะว่าเราไม่ได้ร้องนาน แล้วมันเหนื่อยร่างกายเราก็น็อคไปเลยค่ะ แล้วคือพอเราบินกลับมาเราอยากให้เป็นวันที่พักจริงๆ ไม่ใช่เราไปถ่ายละครแล้วเราเล่นไม่ดีทำไม่ดีพาคนอื่นเสียเวลา หรือเราเล่นละครแล้วกลับเป็นดี แต่พอเวลาเราไปบินเราไม่มีสมาธิพอคือ ไม่ได้งั้นเราไม่รับดีกว่า

ซึ่งปกติแล้วเวลาบินจะแถมน้ำหนัก แต่อันนี้บินแถมแฟน แล้วแหวนนิ้วนางข้างซ้ายยังไง?
มด ณปภัช : คือ พอเราเข้าไปแล้วเวลาเราเทรนด์เราก็เทรนด์กันเป็นกลุ่มเราก็เจอเขาตอนแรกที่เราเจอคือ สภาพคือเพื่อนกันค่ะ จนเราสนิทกันมากขึ้นรู้จักกันมากขึ้นความชอบคล้ายกัน กิจกรรมที่เราทำคล้ายกัน นิสัยคล้ายกันเราเลยคลิก แล้วเขาก็ตรงสเปกเราด้วย

ปกติ มด เป็นคนที่แม่หวงมากแล้วทำไมคนนี้แม่ให้ผ่านได้?
มด ณปภัช : หนูก็ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรที่ ทิว ไปเจอแม่แล้วเป็นจังหวะที่เรายังไม่ได้บอกแม่ด้วยว่าเราคุยกันอยู่นะ แต่เป็นจังหวะที่เราไปเทรนด์กลับมาแล้ว ทิว เขาก็ยืนรอเป็นเพื่อน มด เพราะรอคุณแม่มารับพอเราขึ้นรถไปแม่ก็ไม่ได้ถามอะไรเลย แต่พอเรามารู้ทีหลังคือแม่รู้ตั้งแต่วันนั้นแล้วว่าคือคุยกันอยู่แน่นอน แล้วแม่เขาก็โอเคตั้งแต่วันนั้นแล้ว (คือ วันที่หนูไปพอแม่วันหลังจากวันนั้น) แม่เขาก็บอกให้ฟังค่ะ

แล้วตอนนี้ สเตตัส ยังไงขอแต่งงานแล้วเหรอ?
มด ณปภัช : ยังค่ะ ไม่ได้ขอค่ะ แต่อันนี้เป็นแหวนแทนใจคบกันมาก็ 2-3 ปีแล้ว ถามว่าคิดเรื่องแต่งงานไหมจริงๆแล้ว มด กับ ทิว ตั้งแต่ตอนแรกที่คุยกันก็คุยกันว่าเราก็โตๆกันแล้วเนอะ เราไม่ใช่เด็กๆที่คบกันแล้วไม่มีจุดหมาย เราก็ได้คุยว่าจุดหมายของเราคืออะไร เรามองอนาคตด้วยกันไหมเราก็มองอนาคตร่วมกัน ก็คิดว่าอาจจะแต่งงานอยู่ด้วยกันแต่เราไม่รีบนะคะ เมื่อไหร่เมื่อนั้น (หัวเราะ) เอาให้เขารู้สึกว่าเขาพร้อมก่อนไม่อยากไปเร่งอะไรเขา

นอกเหนือจากนั้นเพราะโควิดด้วยเลยได้ทำธุรกิจจริงต้องบอกว่าเป็นของคุณแม่ไหม?
มด ณปภัช : ของคุณแม่เลยค่ะ มีหมูฝอย หมูแดดเดียว มีเนื้อ ใช้ชื่อว่า Mama-Mod ช่วงโควิดคุณแม่เขาอยากทำอาหารแล้วพอทำไปทำมาแล้วเขาชอบ เขาสนุก มีความสุข แม่เขาทำเองคิดสูตรเองทุกอย่างเลย สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่ LINE : mama-mad โทร. 062-907-785