สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมจะมาแชร์ข้อคิดที่ได้จากหนังเรื่อง The Match ให้ฟังกัน จากที่ได้ไปดูมาแล้ว รู้สึกประทับใจมาก ได้ข้อคิดหลายอย่างเลยครับ สิ่งที่ชอบอีกอย่างหนึ่งคือ ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง ที่นักแสดงเล่นสมบทบาทมาก ข้อคิดที่ได้จะเป็นยังไงนั้น ไปดูกันเลยครับ แต่ก่อนอื่นสรุปเรื่องย่อให้ฟังคร่าวๆ ตามนี้เลย รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เรื่องย่อ The Match เป็นเรื่องราวการแข่งขันกีฬาหมากล้อมของเกาหลีใต้ ที่แชมป์โลกได้กลายเป็นอาจารย์ของเด็ก 1 คน ต่อมาได้อบรมสั่งสอนและฝึกฝนเขาจนเชี่ยวชาญจนเก่งเหนือกว่าตัวเองได้ จนนำมาสู่เรื่องที่ทำให้ผิดใจกัน แชมป์โลกที่ว่าแกร่งที่สุดของโลก จะเอาชนะอีโก้ของตัวเองได้หรือไม่ ต้องไปติดตามกันในหนังเรื่องนี้เลยครับ ถ้าใครเคยดูหนัง The Match จะรู้เลยว่ามันไม่ได้เป็นแค่หนังที่เกี่ยวกับกีฬาเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยบทเรียนชีวิตที่เราสามารถนำมาปรับใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนรู้ การพัฒนาตัวเอง หรือแม้แต่การมองความสำเร็จและความพ่ายแพ้ในแบบที่ลึกซึ้งขึ้น นี่คือข้อคิดสำคัญที่ผมได้จากหนังเรื่องนี้ 10 ข้อคิดที่ได้จากหนัง The Match 1. เลือกเชื่อใครไม่ผิด อยู่ที่ว่าเราอยากมีชีวิตแบบไหน ถ้าเราอยากมีชีวิตแบบไหนให้เชื่อคนที่ทำได้แบบนั้น ผมว่าไม่เกินจริงเลยครับ หนังเรื่องนี้เเสดงให้เห็นชัดเจนดี อาจารย์ก็เลือกศิษย์ ศิษย์ก็เลือกอาจารย์เช่นกัน ในชีวิตจริงถ้าเราอยากเป็นแบบใคร ให้อยู่ใกล้เขา เลียนแบบเขาหรือให้เขาสอน อันนี้จะได้เปรียบมากครับ กลับกันถ้าเราไม่อยากมีชีวิตแบบเขา ก็ไม่ต้องเชื่อ ฟังหูไว้หู ไม่ต้องทำตามก็ได้ ชีวิตเราจะง่ายขึ้นเยอะเลยในการเลือกเชื่อ 2. ไม่เก่งตอนนี้ วันหน้าไม่แน่ ความสามารถไม่ได้ตายตัว เพราะทุกคนพัฒนาได้ถ้าตั้งใจและฝึกฝน ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่คือการฝึกซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่องเหมือนในหนังที่ลูกศิษย์พยายามฝึกซ้อม จดรายละเอียดการเล่นของตัวเอง บันทึก ปรับปรุง พัฒนา แน่นอนว่าช่วงเเรกมันอาจจะไม่ได้ดั่งใจ ไม่ใช่เพราะว่ามันยาก เเต่มันเเค่เป็นเรื่องใหม่ เรายังชินกับนิสัยเดิมเท่านั้นเอง ถ้าเราพัฒนาต่อไป เราก็จะเก่งขึ้นในที่สุด 3. แบบอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน การสอนที่ดีที่สุด คือการทำให้เห็นก่อน ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง มันคงจะยากมากเมื่อเราบอกให้ใครทำบางอย่าง ซึ่งเราเองก็ยังทำไม่ได้ ผมว่ามันละอายใจน่าดู ถึงทำได้ก็พูดไม่ได้เต็มปาก การเป็นตัวอย่างเลยสำคัญครับ อย่าพูด เเต่จงทำให้เห็น เราเลยต้องเป็นตัวอย่างของสิ่งนั้นก่อนเสมอ เหมือนคำคมหนึ่งที่มีคนบอกว่า "They don't believe what you say, They believe what you do." 4. ครูคนแรกสำคัญที่สุด พื้นฐานของตึกคืออิฐ พื้นฐานของชีวิตคือ การศึกษา ครูที่ดีอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่เขาคือผู้ที่ให้โอกาส วางพื้นฐาน และทำให้เราเริ่มต้นได้ดี ครูคนเเรกของทุกคนผมเชื่อว่า คือ คุณพ่อและคุณแม่ สำคัญมากในช่วงที่เราตั้งไข่ พอโตขึ้น เราก็มีครูอีกหลายคนสำหรับเรื่องต่างๆ ก็สำคัญไม่แพ้กันในทุกช่วงต้นของการเรียนรู้ เพราะการได้ถูกสอนจะทำให้ได้รับพื้นฐานที่ถูกต้องซึ่งเราจะสามารถต่อยอดไปได้ในอนาคตครับ 5. อย่าอวดดีจนลืมพื้นฐาน ยิ่งรู้สึกว่า “รู้แล้ว” ยิ่งอันตราย คนที่รู้เเล้ว คือ คนที่มีกรอบความคิดแบบตายตัว พัฒนาได้ยากเพราะเป็นน้ำเต็มแก้วซะเเล้ว ทำให้ติดประมาทไม่ใส่ใจกับพื้นฐานสำคัญ ถ้าในชีวิตจริงเราคงเห็นได้จากในกีฬาต่างๆ ที่หัวใจสำคัญ คือ พื้นฐานทั้งนั้น นักกีฬาต้องซ้อมทุกวัน ซ้อมในสิ่งพื้นฐานและแบบใหม่เพื่อพัฒนาเช่นกัน 6. การทำตามคนสำเร็จ คือ ทางลัด เราไม่จำเป็นต้องลองผิดทุกอย่างด้วยตัวเอง เพราะเราไม่ได้มีเวลามากมายขนาดนั้น การมีต้นแบบในชีวิตแล้วเดินตามผมว่ามันง่ายกว่ามาก ทำให้เราเรียนรู้ได้เต็มที่ อีกทั้งเมื่อมีต้นแบบเเล้วเราก็จะได้เห็นปลายทางที่เราต้องการจะเป็นอีกด้วย ดังนั้น การเดินตามรอยคนที่สำเร็จมาแล้ว จะช่วยให้เราประหยัดเวลาและพลังงานมากขึ้นครับ 7. นวัตกรรมคือ การทำสิ่งเดิมให้ดีขึ้น สิ่งเดิมที่คิดว่าดีอยู่เเล้วมันอาจดีขึ้นได้ดี เเค่เราไม่ยึดติดกับสิ่งเดิม เพราะนวัตกรรม คือ การทำสิ่งเดิมให้ดีขึ้น ในหนังจะมีฉากที่ศิษย์อยากคิดเอง ใช้แผนของตัวเองที่พัฒนา ปรับปรุงมาจากอาจารย์ของเขา ซึ่งอาจารย์ก็ไม่อยากให้คิดต่าง ผมดูเเล้วก็นึกถึง สตีฟจ๊อบส์ เลยครับ เพราะมันเป็นแบบนั้นเสมอ การมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นจะมักมีคนไม่เห็นด้วยในช่วงเเรก เพราะไม่เข้าใจ แต่กาลเวลาจะพิสูจน์สิ่งนั้นเอง 8. การแข่งขันคือธรรมชาติของชีวิต ชีวิตจริงเราต้องแข่งขัน แม้แต่กับเพื่อนหรืออาจารย์ เราแข่งขันมาตั้งเเต่เกิดอยู่เเล้ว ผมว่าการเเข่งขันทำให้เรามีแรงใจ แต่ข้อควรระวัง คือ การเปรียบเทียบกับคนอื่น การคุยกับตัวเอง การคิดลบกับตัวเอง สิ่งนี้อันตรายเหมือนกัน ให้เอาเขามาเป็นแรงบันดาลใจก็พอเเล้ว อย่าเอาเขามาทำร้ายจิตใจตัวเอง 9. การแพ้คือบทเรียน การแพ้ให้เป็นสำคัญกว่าการชนะแบบอวดดี ชัยชนะสร้างความภูมิใจเเละประมาท ส่วนความพ่ายแพ้ สอนบทเรียนได้มากกว่าเยอะเลย เช่น การพัฒนาตัวเองเพิ่ม การฝึกฝนให้หนักขึ้น การเปลี่ยนกลยุทธ์ การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นต้น การเป็นแชมป์ก็น่ากลัว เพราะทำให้กลัวการแพ้ แต่จริง ๆ แล้วการแพ้เป็นบทเรียนที่สำคัญ มันทำให้เราโตขึ้นและรู้ว่าควรพัฒนาอะไรต่อไป 10. แพ้–ชนะ คือธรรมชาติของเกม ไม่ว่าเก่งแค่ไหน ทุกคนก็ต้องมีวันที่แพ้ได้ และเราไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ สิ่งสำคัญคือ เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง ชนะไม่ได้หมายความว่ามีความสุขเสมอไป แพ้ก็ไม่ได้แปลว่าต้องทุกข์เสมอไป ขอแค่เรายอมรับมันได้ ชีวิตก็จะง่ายขึ้นเช่นกัน สรุป หนัง The Match สอนเราว่าชีวิตก็เหมือนกับเกมการแข่งขัน เราต้องเลือกครู เลือกเส้นทาง รักษาพื้นฐาน ฝึกฝนซ้ำ ๆ และพร้อมยอมรับทั้งชัยชนะและความพ่ายแพ้ เพราะสิ่งเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของการเติบโต ผมชอบตรงที่มันตรงกับความจริงของชีวิตที่เราต้องแพ้มากกว่าชนะ ไม่ได้ดั่งใจมากกว่าได้ดั่งใจ สิ่งนี้เองเป็นสิ่งเตือนใจเราไม่ให้หลง ทำให้เรายอมรับตัวตนเเละอีโก้ของตัวเองได้ในที่สุด ใครที่มองหาหนังที่ได้ข้อคิดดีๆ แบบนี้ แนะนำเลยครับ เเล้วคุณจะไม่เสียใจ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์แก่ทุกท่าน เครดิตรูปภาพ หน้าปก - Facebook: Netflix / ภาพปก ภาพประกอบ - ภาพ1 / ภาพ2 / ภาพ3 / ภาพ4 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !