จากวันแรกถึงวันสุดท้าย ผู้จัดซีรีส์ "The Boys" ขอคอมเมนต์ถึง 9 นักแสดงตัวจี๊ด!
เพราะงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา "เอริค คริปเก้" ผู้จัดซีรีส์คนเก่ง ที่อยู่คู่กับการรังสรรค์สร้างซีรีส์ "The Boys" มาตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนบัดนี้กำลังจะก้าวเข้าสู่บทสรุปตอนอวสานอย่างสมบูรณ์ มีหลายสิ่งหลายอย่าง รวมทั้งหลายสถานการณ์ที่ต้องเข้าแก้ปัญหามากมายระหว่างทาง นับว่าเป็นเขาเป็นผู้จัดที่ทีมงานและนักแสดงต่างเคารพนับถือมาก ๆ คนหนึ่งในวงการ เพราะไอเดียสร้างสรรค์ของเขา..เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็อยากจะร่วมงานด้วย
สำหรับในซีซั่นที่ 5 ซึ่งจะเป็นซีซั่นสุดท้ายของซีรีส์ The Boys ว่าด้วยเรื่องราวเมื่อทั้งโลกตกอยู่ในอำนาจมืดและความบ้าคลั่งที่คาดเดาไม่ได้ของโฮมแลนเดอร์อย่างสมบูรณ์ ฮิวอี้ (Hughie), เอ็มเอ็ม (M.M. หรือ Mother’s Milk) และเฟรนชี่ (Frenchie) ถูกจับกุมตัวไว้ใน Freedom Camp ส่วน แอนนี่ (Annie) ก็ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อรวบรวมแนวร่วมต่อกรกับกองทัพซูเปอร์ฮีโร่ที่มีพลังเหนือกว่า
ในขณะที่ คิมิโกะ (Kimiko) หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่แล้วเมื่อ บุตเชอร์ (Butcher) กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง พร้อมกับแผนการที่จะใช้ไวรัสล้างบางพวกซูเปอร์ฮีโร่ให้หมดสิ้นไปจากโลก เขาได้จุดชนวนเหตุการณ์ลูกโซ่ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกและทุกคนไปตลอดกาล จนกลายเป็นจุดพลิกสำคัญของเรื่องราว เตรียมพบกับเหตุการครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้เลย
อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกว่าน่าสนใจตั้งแต่แรกเกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้?
ตอนที่ผมเริ่มเขียน The Boys สิ่งที่ผมรู้สึกว่าน่าสนใจที่สุดคือการนำซูเปอร์ฮีโร่มาอยู่ในโลกความเป็นจริง เพราะมันเป็นความคิดที่แย่มากที่จะให้มนุษย์ธรรมดามีพลังในระดับนั้น ผมอยากสร้างซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่มีความสมจริงที่สุด เมื่อเราพัฒนาเรื่องไปมากขึ้น เราเริ่มเห็นว่าซูเปอร์ฮีโร่คือจุดตัดระหว่าง “คนดัง” และ “อำนาจนิยม” พวกเขามีชื่อเสียง ยิ้มแย้ม เป็นที่รักของผู้คน มีภาพลักษณ์ที่ดีในที่สาธารณะ แต่เบื้องหลังกลับมีความเป็นเผด็จการ และสิ่งแบบนั้นก็เกิดขึ้นในโลกจริงในช่วงเวลาเดียวกันพอดี มันเหมือนเราบังเอิญไปเจอว่ากำลังเล่าอุปมาที่ตรงกับยุคสมัยนั้นอย่างสมบูรณ์ ในชีวิตการทำงาน คุณรอช่วงเวลาที่งานของคุณสอดคล้องกับกระแสสังคมแบบนี้ พอเราเห็นจุดนั้น เราก็เดินหน้าต่อในทิศทางนั้นอย่างเต็มที่
คอมิกต้นฉบับออกในปี 2006 และคุณเริ่มทำซีรีส์ในปี 2018 ช่วงพัฒนามีความเป็นมาอย่างไร?
การเมืองเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของ The Boys มาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เล่มแรกของ Garth ก็พูดถึงวอชิงตัน ดี.ซี. นักการเมือง และทุกคนก็เลวร้ายหมด สิบปีต่อมาเมื่อเราได้สิทธิ์มาทำต่อ ด้วยการเติบโตของโซเชียลมีเดีย มีม คลิป และภาพต่าง ๆ ทำให้มันถูกขยายพลังขึ้นอย่างมาก ผมคิดว่า The Boys ยิ่งมีความเกี่ยวข้องกับยุคปัจจุบันมากขึ้น การสร้างภาพลักษณ์สาธารณะที่ดูดี แต่จริงๆ แล้วไม่จริงใจ ไม่เคยแพร่หลายเท่าทุกวันนี้มาก่อน
ในช่วงเริ่มต้นซีซั่นหนึ่ง คุณคาดหวังกับซีรีส์เรื่องนี้อย่างไร?
ความทรงจำของผมคือทุกคนค่อนข้างกังวลมาก ยกเว้นผม ผมก็มีความกังวลในแบบของผม แต่แปลกที่ผมมั่นใจว่ามันจะเวิร์ก ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับผม เพราะมันตรงกับอารมณ์ขันและสิ่งที่ผมชอบ ผมมีความสุขมากที่ได้อยู่ในพื้นที่สร้างสรรค์แบบนี้ คนอื่นๆ อาจจะยังลังเล แต่ผมค่อนข้างชัดเจนกับโทนของเรื่อง ตรงไปตรงมา มีอารมณ์ขันแบบเจ็บแสบ และมีหัวใจ มีคำถามมากมายว่า มันจะเกินไปไหม รุนแรงไปไหม โป๊เกินไปไหม คุณต้องรับมือกับแรงกดดันจากผู้บริหารอยู่ตลอด แต่เมื่อซีรีส์ออกฉายและประสบความสำเร็จ ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นมาก ฉากการตายของ Robin ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง Hughie เป็นหนึ่งในฉากที่ใกล้เคียงกับคอมิกมากที่สุด ผมคุยกับ Garth และ Darick ก่อนเริ่มเขียน ว่ามีอะไรสำคัญสำหรับพวกเขา Garth บอกว่า “ทำ Butcher ให้ถูก” Darick บอกว่า “ฉากการตายของ Robin ต้องมี” เพราะมันทรงพลังมาก และผมก็รู้ตั้งแต่แรกว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่อง
คุณเริ่มรู้สึกเมื่อไหร่ว่าซีรีส์กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก?
ผมไม่รู้จริง ๆ จนกระทั่งเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นใน Comic-Con และในโลกออนไลน์ แต่โลกออนไลน์ก็เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของผู้ชมทั้งหมด อีกอย่างคือเวลาที่ผมเจอคน แล้วบอกว่า “ผมเป็นโชว์รันเนอร์ของ The Boys” แล้วพวกเขาตอบว่า “The Boys เหรอ โอ้โห ตอน Robin ฉากนั้น…” ผมเลยบอกภรรยาว่า นี่น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี แต่ในปีแรก เราก็ยังพยายามประเมินสถานการณ์เหมือนคนอื่นๆ
คุณมองว่าทุกตัวละครเป็นฮีโร่ในเรื่องของตัวเองหรือไม่?
ตัวร้ายหรือซูเปอร์ฮีโร่ในเรื่องนี้มีความเป็นมนุษย์และซับซ้อนไม่ต่างจาก The Boys ผมไม่สนใจการเขียนตัวร้ายที่เลวบริสุทธิ์ ผมสนใจ “ความธรรมดาของความชั่ว” และสิ่งที่ทำให้คนทำเรื่องเลวร้าย หลักสำคัญในห้องเขียนบทคือ ทุกคนคือฮีโร่ในเรื่องของตัวเอง Homelander เชื่อว่าเขากำลังช่วยโลก Butcher ก็คิดแบบนั้น Hughie ก็เช่นกัน แม้แต่ The Deep ก็คิดในแบบของเขา ตัวละครแต่ละตัวถูกขับเคลื่อนจากอดีตและตัวตนของพวกเขา Homelander เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เขาเกลียดความอ่อนแอของมนุษย์ แต่ก็หนีไม่พ้นความเป็นมนุษย์ของตัวเอง ความต้องการความรัก การยอมรับ และอัตตา ทำให้เขาเสียสติและโหดร้ายมากขึ้น ในทางกลับกัน คนที่ยอมรับความเปราะบาง ยอมรับความผิดพลาด และกล้าพูดความรู้สึก คือคนที่แข็งแกร่งที่สุด สิ่งที่ผมชอบมากในงานนี้คือการได้เป็นเหมือนนักจิตวิทยาสมัครเล่น ผมชอบมองตัวละครที่เลวที่สุดแล้วถามว่า อะไรทำให้พวกเขาเป็นแบบนั้น มันทำให้ตัวละครมีความซับซ้อน ผมไม่จำเป็นต้องให้คุณเห็นใจพวกเขา แต่ผมอยากให้คุณเข้าใจพวกเขา
คุณรู้สึกอย่างไรกับความย้อนแย้งของการเขียนเรื่องที่พูดถึงสื่อและองค์กรขนาดใหญ่?
ผมชอบเขียนเรื่องเกี่ยวกับสื่อมาก ผมชอบที่ได้แซะฮอลลีวูด วิธีการถ่ายทำภาพยนตร์ การตลาด และการเล่าเรื่องในซีรีส์ ล้วนมีความสมจริงมาก ผมก็รู้ดีถึงความย้อนแย้งที่ซีรีส์ต่อต้านองค์กร แต่กลับอยู่ภายใต้บริษัทขนาดใหญ่ ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไร นอกจากบอกว่าพวกเขาเปิดโอกาสให้ผมทำ พวกเขาไม่ได้เซ็นเซอร์ผม บางทีผมอาจเป็นเหมือนตัวตลกในราชสำนัก แต่ตัวตลกก็เป็นคนที่พูดความจริงได้เช่นกัน
คุณปรับสมดุลโทนเรื่องและจังหวะคอเมดี้อย่างไรเมื่อเนื้อหามีความมืดมาก?
ห้องเขียนบทของเราค่อนข้างบ้าคลั่ง มีไอเดียแปลกๆ ตลอดเวลา เราทดลองผิดลองถูก ว่าอะไรเวิร์ก อะไรเกินไป หรือยังไม่พ มันเหมือนการทดลองมุกตลกแบบสแตนด์อัป กระบวนการนี้ต่อเนื่องไปจนถึงขั้นตอนตัดต่อ เราดู ปรับ และลองใหม่อยู่ตลอด
คุณอธิบายทีมนักแสดงอย่างไร?
นี่คือทีมนักแสดงที่ดีที่สุดที่ผมเคยทำงานด้วย ผมเคยทำงานกับนักแสดงเก่งๆ มาก่อน แต่ไม่เคยมี 13 คนที่เก่งขนาดนี้พร้อมกัน พวกเขาทุ่มเทกับซีรีส์มาก ไม่ได้แยกตัวไปอยู่คนเดียวระหว่างถ่าย แต่จะนั่งเล่นเกมด้วยกัน พวกเขารักและดูแลกันจริงๆ และใส่ใจในตัวละคร
- Karl Urban / Butcher
ผมจำการเจอเขาครั้งแรกได้ เขามีเสน่ห์แบบรุนแรงมาก เขาทำให้ Butcher ทั้งโหดร้ายและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน - Antony Starr / Homelander
แม้จะออดิชันด้วยวิดีโอคุณภาพแย่มาก แต่ผมเห็นบางอย่างในตัวเขา เขาเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่ดีที่สุดในทีวี - Jack Quaid / Hughie
เขาเป็นตัวเลือกแรกของผม และเหมาะกับบทนี้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถทำให้ตัวละครดูทั้งแปลกและน่าเชื่อถือ - Erin Moriarty / Starlight
เธอสามารถถ่ายทอดทั้งความดี ความฉลาด และความเข้มแข็งได้ในเวลาเดียวกัน - Jessie T. Usher / A-Train
เขามีทั้งความมั่นใจและความละเอียดอ่อน สามารถทำให้คนดูทั้งรักและสะเทือนใจได้ - Laz Alonso / MM
เขาเป็นเหมือนตัวละคร MM จริงๆ เป็นคนที่อบอุ่นและเป็นศูนย์กลางของทีม - Chace Crawford / The Deep
เขาเป็นนักแสดงคอเมดี้ที่ยอดเยี่ยม สามารถเล่นตัวละครที่ดูโง่ได้อย่างมีมิติ - Tomer Capone / Frenchie
เป็นการแคสต์ที่ยากมาก แต่เขาสามารถถ่ายทอดทั้งความแปลก ความตลก และความเจ็บปวดได้อย่างลงตัว - Karen Fukuhara / Kimiko
เธอสามารถสื่อสารทุกอย่างได้โดยไม่ต้องพูด ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมาก และเธอทำได้อย่างน่าทึ่ง
สามารถรับชมซีรีส์ The Boys Season 5 (ซีซั่นสุดท้าย) ได้แล้ววันนี้ที่ Prime Video สตรีมตอนใหม่ทุกวันพุธ และรับชมตอนจบพร้อมกัน 20 พฤษภาคมนี้
-------------------------------------
>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa