รีเซต

"พิมรี่พาย" กับปรากฏการณ์ทุเรียน 100 บาท เมื่ออินฟลูเอนเซอร์เขย่าตลาดและกลไกสังคม

"พิมรี่พาย" กับปรากฏการณ์ทุเรียน 100 บาท เมื่ออินฟลูเอนเซอร์เขย่าตลาดและกลไกสังคม
TNN ช่อง16
29 เมษายน 2569 ( 11:31 )
8

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา "พิมรี่พาย" อินฟลูเอนเซอร์และแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง ได้สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ในวงการค้าขายออนไลน์และตลาดผลไม้ไทย ด้วยการไลฟ์สดขายทุเรียนในราคาเพียงลูกละ 100 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดอย่างมาก การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคจำนวนมหาศาล แต่ยังจุดประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคมถึงผลกระทบต่อกลไกราคาและชีวิตของเกษตรกรชาวสวนทุเรียน

ข้อเสนอ "ทุเรียนลูกละ 100 บาท" ของ "พิมรี่พาย" กลายเป็นที่จับตาอย่างรวดเร็ว ด้วยยอดผู้ชมไลฟ์สดที่พุ่งสูงถึงหลักแสนคน และยอดสั่งซื้อที่ถล่มทลายภายในเวลาอันสั้น ผู้บริโภคจำนวนมากมองว่านี่คือโอกาสทองที่จะได้ลิ้มรสทุเรียนคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งของปรากฏการณ์นี้คือความกังวลจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะชาวสวนทุเรียนและผู้ค้าส่ง ที่มองว่าการตั้งราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตและราคาตลาดอย่างมาก อาจส่งผลกระทบต่อระบบราคาและสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรในระยะยาว สมาคมทุเรียนบางแห่งถึงกับออกมาแสดงความเห็นว่า "เป็นไปไม่ได้" ที่จะขายทุเรียนเกรด A จำนวน 1 ล้านลูกในราคาลูกละ 100 บาททั้งหมด  นอกจากนี้ ยังมีข้อถกเถียงว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการ "ทำลายกลไกราคา" และ "ทำร้ายชาวสวน" หรือไม่ 


ประเด็นนี้ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อมีชื่อของ "ศุภจี" (ซึ่งหมายถึง นางศุภจี สุธัมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์) เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมีการรายงานว่า "ศุภจี" ได้ร่วมมือกับ "พิมรี่พาย" ในโครงการนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและกระตุ้นเศรษฐกิจ  อย่างไรก็ตาม "ศุภจี" ได้ออกมาชี้แจงในภายหลังว่าไม่ได้ร่วมไลฟ์สดกับ "พิมรี่พาย" โดยตรง แต่เป็นเรื่องของโปรโมชั่นและเทคนิคของอินฟลูเอนเซอร์ พร้อมยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่เกี่ยวข้องกับการควบคุมราคาผลผลิต 

ปรากฏการณ์ "พิมรี่พาย" ขายทุเรียน 100 บาท สะท้อนให้เห็นถึงหลายมิติทางสังคมที่น่าสนใจ

1. พลังของอินฟลูเอนเซอร์ : "พิมรี่พาย" แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลอันมหาศาลของอินฟลูเอนเซอร์ในยุคดิจิทัล ที่สามารถสร้างกระแสความต้องการสินค้าได้อย่างรวดเร็วและเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง การตลาดแบบปากต่อปากและการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Loyalty) กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ 

2. การเปลี่ยนแปลงกลไกตลาด : การเข้ามาของผู้เล่นรายใหญ่ที่มีแพลตฟอร์มและฐานลูกค้าของตัวเอง สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในกลไกตลาดแบบดั้งเดิมได้ การขายตรงจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคในราคาพิเศษ อาจส่งผลกระทบต่อพ่อค้าคนกลางและผู้ค้าปลีกรายย่อย ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของระบบนิเวศทางการค้า

3. จริยธรรมทางการค้าและความรับผิดชอบต่อสังคม: แม้จะมีเจตนาดีในการช่วยเหลือเกษตรกร แต่การตั้งราคาที่ต่ำกว่าตลาดมากอาจสร้างผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ได้ การถกเถียงเรื่อง "ทำลายกลไกราคา" ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพิจารณาถึงผลกระทบในวงกว้าง และความรับผิดชอบของผู้ประกอบการต่อสังคมโดยรวม

4. บทบาทของภาครัฐ: การที่ภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมหรือถูกอ้างถึงในโครงการลักษณะนี้ ทำให้เกิดคำถามถึงบทบาทของภาครัฐในการกำกับดูแลและส่งเสริมความเป็นธรรมในตลาด การชี้แจงของ "ศุภจี" สะท้อนถึงความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนผู้ประกอบการกับการดูแลกลไกตลาด

ปรากฏการณ์ "พิมรี่พาย" ขายทุเรียน 100 บาท เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในการทำความเข้าใจพลวัตของตลาดออนไลน์ พลังของอินฟลูเอนเซอร์ และความซับซ้อนของกลไกเศรษฐกิจและสังคม แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลกระทบด้านลบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า "พิมรี่พาย" ได้สร้างความตื่นตัวและกระตุ้นให้เกิดการพูดคุยถึงปัญหาและโอกาสในอุตสาหกรรมทุเรียนไทย

ในอนาคต เราอาจได้เห็นรูปแบบการค้าที่ผสมผสานระหว่างอิทธิพลของอินฟลูเอนเซอร์และแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ซึ่งจะท้าทายผู้ประกอบการทุกระดับให้ปรับตัวและหาจุดสมดุลที่ยั่งยืน เพื่อให้ทุกคนในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เกษตรกรไปจนถึงผู้บริโภค ได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม