หากวันหนึ่งคุณตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า “ตัวเองจะไม่มีวันแก่” ได้เห็นผู้คนรอบตัวเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ขณะที่ตัวคุณยังคงเหมือนเดิม คุณอาจต้องย้ายบ้าน เปลี่ยนชื่อ หรือหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์บางอย่างเพื่อปกปิดตัวเอง เวลาที่ไม่เปลี่ยนแปลงทำให้คุณมีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และทำสิ่งที่อยากทำได้มากกว่าคนอื่น แต่ในขณะเดียวกันมันก็อาจทำให้คุณรู้สึกโดดเดี่ยว เหงา หรือไม่สามารถสร้างความผูกพันได้อย่างเต็มที่ คุณยังต้องการ ‘ความเยาว์วัย’ นั้นอยู่หรือเปล่า วันนี้ซามะมีหนังโรแมนติกแฟนตาซีมารีวิวให้ทุกคน นั้นคือเรื่อง The Age of Adaline อดาไลน์ หยุดเวลา รอปาฏิหาริย์รัก (2015) เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุและเกิดเรื่องปาฏิหาริย์ที่ทำให้เธอไม่แก่ชราอีกเลย ในวันหนึ่งเธอก็ได้พบกับความรักที่อบอุ่นหัวใจและมีความสุขอีกครั้ง แต่เพราะอายุที่ไม่แก่ลงทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดและหวาดกลัวกับความรักปัจจุบัน เธอจะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ ใครพร้อมอ่านแล้วเลื่อนนิ้วเลยจ้า (การรีวิวนี้เป็นความเห็น และความรู้สึกส่วนตัวของซามะนะคะ ผิดพลาดประการใดขออภัยล่วงหน้าจ้า) รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! ตัวอย่าง คลิปตัวอย่าง Age of Adaline "อดาไลน์ หยุดเวลา รอปาฏิหาริย์รัก" - Official Trailer [ซับไทย] ขอบคุณคลิปจาก Youtube : Mongkol Major Mongkol Cinema เรื่องย่อ เรื่องราวของ 'อดาไลน์ โบว์แมน' หญิงสาวที่ใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุข แต่ในวันหนึ่งชีวิตเธอนั้นก็ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล ในคืนหิมะตก อดาไลน์ประสบอุบัติเหตุรถตกสะพานลงไปในแม่น้ำ อุณหภูมิของน้ำที่เย็นเฉียบทำให้หัวใจของเธอเต้นช้าลงและกำลังจะเสียชีวิต แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อมีสายฟ้าฟาดลงมาที่ตัวรถ แรงไฟฟ้าสูงพุ่งไปที่ร่าของอดาไลน์ ทำให้หัวใจกลับมาเต้นอีกครั้งและรอดตายมาได้ ทว่าการรอดตายนี้ต้องแลกกับการที่เธอจะไม่มีวันแก่ชราอีกเลย อดาไลน์ต้องใช้ชีวิตในวัย 29 ปี มาถึง 8 ทศวรรษ และไม่กล้าเปิดใจกับใครอีกเลย จนกระทั่งเธอได้พบกับ 'เอลลิส โจนส์' ชายหนุ่มที่ทำให้หัวใจของอดาไลน์พองโต และอยากจะมีความรักอีกครั้ง ขณะที่เธอนั้นก็ต้องเก็บความลับของเธอไปพร้อม ๆ กัน อายุที่ยืนยาวตลอดกาล คือ ของขวัญวิเศษ (จริงหรือ) เราอาจเป็นอีกหนึ่งคนที่เคยอยากจะคงความสาวความสวยของตนไว้นิจนิรันดร์ หรือมีอายุยืนยาวตลอดไป ด้วยเหตุผลต่างต่างนานา อยากกินของเอร็ดอร่อย อยากใช้ชีวิตสนุกสุดเหวี่ยง หรือไม่ก็อยากอยู่กับคนที่เราปรารถนาจะอยู่ด้วยตลอดไป นั่นอาจเป็นความฝันของเราในวัยหนึ่ง (มักจะเป็นวัยเด็กที่ยังมองโลกอย่างสนุกสนานน่าอภิรมย์) แต่สำหรับอดาไลน์ ร่างกายที่มหัศจรรย์ของเธอนี้ก็คงไม่ต่างกับการตกนรกทั้งเป็น เพราะในขณะที่เธอยังเป็นสาวสะพรั่งวัย 29 ปี แต่ต้องทนดูลูกสาวที่แก่ขึ้นทุก ๆ วัน ต้องเห็นคนที่รักจากไป ต้องคอยเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนที่อยู่เพื่อไม่ให้ใครสงสัย และต้องทนอยู่อย่างโดดเดี่ยว ตัดใจที่จะมีความรักกับใคร ถ้าเปรียบเทียบความสาวและมีชีวิตยืนยาวคือของขวัญจากพระเจ้าล่ะก็ นั่นคงเป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานให้เธอแบบส่งเดช ของขวัญชิ้นนี้มันไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขขึ้นเลย เธอกลายเป็นคนที่อยู่ระหว่าง “อดีตกับปัจจุบัน” เหมือนภาพถ่ายเก่าที่ถูกเก็บไว้ในกรอบสวยงามแต่ไม่เคยมีชีวิตอีกครั้ง หนัง The Age of Adaline จึงใช้ความเป็นอมตะเป็นเครื่องมือสะท้อนความจริงที่ว่า มนุษย์อาจไม่กลัวความตายเท่ากับการต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ความรักที่ย้อนกลับมาในกาลเวลา เรื่องราวของแอดาไลน์ไม่ได้เป็นเพียงการเผชิญหน้ากับเวลาเท่านั้น แต่ยังเป็นการเผชิญหน้ากับ “อดีต” ที่ย้อนกลับมาทดสอบหัวใจของเธออีกครั้ง เมื่อเธอได้พบกับเอลลิส ชายหนุ่มที่ทำให้เธอรู้สึกถึงชีวิตที่เธอเคยพยายามหนี แต่สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์นี้ซับซ้อนยิ่งขึ้นคือเมื่อเธอได้พบกับ “วิลเลียม” พ่อของเอลลิส ชายคนเดียวกับที่เธอเคยรักในวัยหนุ่มเมื่อหลายสิบปีก่อน ฉากนั้นไม่เพียงทำให้หนังพลิกจากโรแมนติกเป็นดราม่าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความจริงอันเจ็บปวดว่า “เวลาที่หยุดนิ่งสำหรับใครบางคน หมายถึงความทรงจำที่ไม่อาจลืมสำหรับอีกคนหนึ่ง” วิลเลียมจดจำเธอได้ในทันที แม้เวลาผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษ เพราะเธอคือภาพในใจที่ไม่เคยจาง ขณะที่แอดาไลน์ต้องต่อสู้กับความจริงว่าอดีตที่เธอพยายามลืม กลับเป็นสิ่งที่คนอื่นจดจำตลอดกาล นี่คือการปะทะกันของ “หัวใจที่ไม่เดินตามเวลา” กับ “หัวใจที่แก่ขึ้นเพราะรัก” รีวิวจากซามะ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของ The Age of Adaline คือ “โทน” และ “อารมณ์” ที่ละเมียดละไมมากกว่าหนังโรแมนติกทั่วไป ทั้งภาพ แสง และจังหวะการเล่าเรื่องให้ความรู้สึกเหมือนนิทานร่วมสมัยมากกว่านิยายวิทยาศาสตร์ แม้จะมีพล็อตเหนือจริง แต่หนังก็เลือกที่จะเล่าอย่างเรียบ เงียบ และเต็มไปด้วยอารมณ์ของ “การใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง” ซึ่งเข้ากับบุคลิกของตัวเอกของเรื่อง โดยรวมเป็นหนังที่ไม่ได้พยายามทำให้คนดูตื่นเต้น แต่พยายามทำให้คนดูรู้สึกผ่านความนิ่งและความเงียบ เป็นเรื่องราวของคนที่เหมือนถูกพรากจากเวลา แต่กลับกลายเป็นการเดินทางเพื่อกลับมารู้จักชีวิตอีกครั้ง หนังอาจไม่สมบูรณ์ในเชิงพลังการเล่าเรื่อง แต่ในแง่ความงามของอารมณ์และแนวคิด มันอบอุ่น ละเมียด และมีเสน่ห์เฉพาะตัว ถ้าใครยังไม่ไปดู อย่าลืมไปชม The Age of Adaline อดาไลน์ หยุดเวลา รอปาฏิหาริย์รัก (2015) นะคะ ใครอยากอ่านบทความอื่นๆ คลิ๊กชื่อ ซามะ และลิงก์ด้านล่างนะคะ ต่อไปจะรีวิวหนังแนวไหน หนังเรื่องอะไรต้องรอดูกันต่อไป สำหรับวันนี้ลาไปก่อน สวัสดีค่า บทความอื่นๆ: มูฟวี่รีวิว :: The Godfather เดอะ ก็อดฟาเธอร์ (1972) เบื้องหลังโชคมหาศาลคืออาชญากรรม มูฟวี่รีวิว :: Ocean Waves สองหัวใจ หนึ่งรักเดียว (1993) แอนิเมชันรักสามเศร้าของวัยรุ่นยุค 90s จากสตูดิโอจิบลิ! มูฟวี่รีวิว :: The Silence of the Lambs อำมหิตไม่เงียบ (1991) หนึ่งในหนังสยองขวัญที่ดีที่สุดของฮอลลีวูด มูฟวี่รีวิว :: Sanju ซันจู (2018) เพราะสื่อไม่ได้ "น่าเชื่อถือ" เสมอไป เครดิตรูปภาพ ภาพปก : Canva จาก ผู้เขียน (ซามะ) I ภาพประกอบโดย Facebook: Age of Adaline (1) (2) ภาพที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 จาก Facebook: Age of Adaline เครดิตคลิป YouTube: Age of Adaline "อดาไลน์ หยุดเวลา รอปาฏิหาริย์รัก" - Official Trailer [ซับไทย] คลิปตัวอย่าง Mongkol Major Mongkol Cinema จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !