HOPE หนังไซไฟ–ทริลเลอร์จากเกาหลีใต้ของผู้กำกับ นาฮงจิน ที่หลายคนอาจคุ้นชื่อจาก The Wailing เรื่องนี้บอกเลยว่า ตอนแรกผมคิดว่าจะเป็นหนังเอเลี่ยนไล่ล่าธรรมดา ๆ แต่พอดูไปจริง ๆ กลับรู้สึกว่า หนังมีอะไรให้ลุ้นมากกว่านั้น สิ่งที่ผมชอบตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง คือ หนังไม่รีบเฉลยว่า “มันคือตัวอะไร?” เราเห็นความเสียหาย เห็นผู้คนพยายามเอาตัวรอด เห็นการไล่ล่า เห็นการยิงต่อสู้ แต่กลับไม่เห็นตัวต้นเหตุแบบเต็ม ๆ ได้ยินเพียงเสียงและรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวบางอย่าง ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาเรื่อย ๆ ว่า ตกลงพวกเขากำลังสู้อยู่กับอะไรกันแน่? นี่เป็นวิธีเล่าเรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกอยากดูต่อ เพราะยิ่งหนังปิดบัง เราก็ยิ่งอยากเห็นตัวมันเร็ว ๆ และเมื่อถึงเวลาที่หนังยอมเปิดเผยตัวจริงออกมา ก็ต้องบอกว่า... มันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่า “ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน” ขนาดนั้น รูปร่างของมันให้ความรู้สึกคล้ายอสูรหรือไททันที่เราเคยเห็นจากหนังหรืออนิเมะบางเรื่อง เพียงแต่ถูกออกแบบและปรับรายละเอียดใหม่ ความสูง ความแข็งแกร่ง ความอึด ความเร็ว รวมถึงพละกำลัง ล้วนเหนือมนุษย์ไปอีกระดับ ที่สำคัญคือมันไม่ได้เป็นสัตว์ประหลาดที่เอาแต่วิ่งไล่คนอย่างเดียว แต่หนังพยายามทำให้เราเห็นว่า มนุษย์กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่มีศักยภาพเหนือกว่าตัวเอง ดังนั้นฝั่งมนุษย์จึงต้องใช้สิ่งที่ตัวเองมี... ไหวพริบ การวางแผน และสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด ช่วงไล่ล่าจึงเป็นอีกส่วนที่ผมว่าทำออกมาได้สนุก เพราะความรู้สึกมันเหมือนเอาคนธรรมดาไปโยนไว้ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางสู้ตรง ๆ ได้ แล้วมาดูกันว่าใครจะเอาตัวรอดได้ก่อน แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ยังดูต่อได้ แม้หลังจากที่เราเห็นตัวเอเลี่ยนแล้ว ก็คือ ตัวละคร นักแสดงหลายคนเล่นเข้าขากันดี โดยเฉพาะตัวละครหลักที่ทำให้สถานการณ์ตึง ๆ ยังมีจังหวะให้เราได้ผ่อนคลาย บางช่วงหนังเล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก กำลังลุ้นกันแทบตาย... อยู่ ๆ ก็มีมุกเรื่อง “ขี้” โผล่เข้ามา! ตอนแรกอาจคิดว่าเอาอะไรมาเล่นในสถานการณ์แบบนี้ แต่กลายเป็นว่ามันช่วยลดความเครียดของเรื่องลงได้พอดี ทำให้คนดูมีจังหวะหัวเราะ ก่อนที่หนังจะลากเรากลับเข้าสู่สถานการณ์เอาตัวรอดอีกครั้ง ส่วนเรื่องตัวละครก็มีหักมุมอยู่เหมือนกัน บางคนที่เราคิดว่าน่าจะอยู่ได้นาน กลับไปง่ายกว่าที่คิด ส่วนบางคนที่เหมือนจะหมดสภาพไปแล้ว กลับยังลากตัวเองกลับมาได้อีก โดยเฉพาะบางฉากที่ทำเอาผมคิดในใจว่า “อุตส่าห์รอดมาตั้งนาน...มาตายแบบนี้เนี่ยนะ!” อีกเรื่องที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือ หนังไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่า “เอเลี่ยนบุกโลก” เพราะเมื่อเรื่องเดินไปถึงช่วงกลาง เราจะเริ่มได้เห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ มีรายละเอียดมากกว่านั้น จากหนังที่เราคิดว่ากำลังดูมนุษย์ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด กลับค่อย ๆ ขยายเรื่องไปสู่ มนุษย์ต่างดาว ยานอวกาศ และเหตุผลที่พวกเขาต้องลงมายังโลก ตรงนี้แหละที่ทำให้เรื่องเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และหนังยังเล่นกับมุมมองของทั้งสองฝ่ายได้ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะสำหรับมนุษย์... สิ่งที่ลงมาจากฟ้าคือผู้รุกรานแต่ถ้ามองจากอีกฝ่าย มันอาจมีเรื่องราวอีกแบบที่เราไม่เคยรู้มาก่อน หนังจึงไม่ได้มีแค่การยิงกันหรือการหนีตาย แต่พยายามทำให้เราเห็นว่า ความไม่รู้และความเข้าใจผิดสามารถทำให้เรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ได้ และแน่นอนว่า ฉากที่ผมคิดว่าไม่ควรพลาด คือการได้เห็นยานจากนอกโลกตกลงมาจากฟากฟ้า รวมถึงการได้เห็นตัวตนของสิ่งมีชีวิตต่างดาวแบบเต็ม ๆ ใครที่รอฉากแบบนี้ตั้งแต่ต้นเรื่อง น่าจะรู้สึกสะใจไม่น้อย แต่ปัญหาคือ... หนังไม่ได้จบเพื่อให้เราสบายใจ! เพราะช่วงท้ายเรื่องเหมือนผู้กำกับกำลังบอกคนดูว่า “เรื่องนี้ยังไม่จบ” แล้วทิ้งเครื่องหมายคำถามเอาไว้แบบใหญ่ ๆ จนผมต้องพูดว่า เสียดาย...ทำไมต้องจบตรงนี้! โดยเฉพาะเรื่องของ องค์ชายน้อยที่หายไป แล้วต่อจากนี้พวกเขาจะตามหาเจอหรือไม่? พวกเขาจะอยู่กันอย่างไร? และหลังจากที่เราได้เห็น ยานของจักรพรรดิโมงโลก จนยานระเบิด เรื่องราวของมนุษย์กับผู้มาเยือนจากต่างดาวจะเดินไปในทิศทางไหน? คำตอบทั้งหมดคงต้องรอติดตามกันต่อ เพราะจากสิ่งที่หนังทิ้งเอาไว้... ภาคต่อไม่น่าจะใช่เรื่องที่เราต้องเดากันนานนัก สรุปความรู้สึกหลังดู สำหรับผม HOPE เป็นหนังที่ดูสนุกและมีอะไรให้ลุ้นตั้งแต่ต้นจนจบ จุดเด่นคือการไม่รีบเปิดเผยตัวประหลาด ทำให้คนดูอยากรู้ว่า “มันคือตัวอะไร” ขณะที่ฉากไล่ล่าและการเอาตัวรอดก็ทำออกมาได้เร้าใจ เมื่อเฉลยตัวตนออกมาแล้ว แม้รูปร่างอาจไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว้าวจนตกเก้าอี้ เพราะมีกลิ่นอายของอสูรหรือสิ่งมีชีวิตเหนือมนุษย์ที่เราเคยเห็นกันมาบ้าง แต่ความแข็งแกร่ง ความเร็ว และความอึดของมันก็ทำให้การต่อสู้กับมนุษย์ดูน่าติดตาม ที่สำคัญคือ นักแสดงช่วยพยุงหนังเอาไว้ได้ดี มีทั้งความตึงเครียด ความระทึก การหักมุม และมุกตลกที่เข้ามาถูกจังหวะ ส่วนตอนจบ... https://youtu.be/dBUM0G64ysQ?si=5E_KaNc24jfoACHE ผมขอไม่เล่ามากกว่านี้ เพราะถ้าคุณยังไม่ได้ดู ผมอยากให้ไปดูเอง แล้วลองตอบคำถามเดียวกับผมว่า “ถ้าคุณเป็นมนุษย์ที่อยู่ตรงนั้น คุณจะเลือกสู้กับพวกมัน หรือเลือกหนี?” ถ้าชอบหนังแนว ไซไฟ + เอเลี่ยน + สัตว์ประหลาด + เอาตัวรอด + ไล่ล่า เรื่องนี้ก็น่าลองครับ และถ้าคุณชอบรีวิวหนังแบบ เล่าจากความรู้สึกของคนดูจริง ๆ ไม่ใช่แค่เอาเรื่องย่อมาเล่า ฝากกด ไลค์ กดแชร์ และกดติดตาม กันไว้ด้วยนะครับ เพราะผมยังมีหนังอีกหลายเรื่องที่อยากเอามาเล่าให้ฟังว่า “ดูแล้วคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปหรือเปล่า?” กดติดตามไว้ แล้วเรื่องต่อไป... ผมจะมาเล่าให้ฟังเองครับ ภาพประกอบบทความ (1)(2)(3)(4) ภาพปกประกอบบทความ (1) ดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !