The Voice Thailand 2026 EP.2 ยังคงเดินหน้าสร้างความประทับใจอย่างต่อเนื่องกับการแข่งขันรอบ Blind Auditions โดยตอนนี้ออกอากาศเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 การกลับมาของรายการในซีซั่นนี้ยังคงมีเสน่ห์จากการผสมผสานระหว่างคุณภาพเสียงร้อง ความสนุกบนเวที และปฏิกิริยาของเหล่าโค้ชทั้ง 4 คน ได้แก่ โค้ชก้อง สหรัถ, โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม, โค้ชโอ๊ต ปราโมทย์ และโค้ชจ๋าย ไททศมิตร ที่ต่างมีแนวทางในการเลือกผู้เข้าแข่งขันเป็นของตัวเอง บทความนี้จะพาไปย้อนชมไฮไลต์สำคัญของ EP.2 พร้อมวิเคราะห์เสน่ห์ของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน และเหตุผลที่ทำให้ตอนนี้เป็นอีกหนึ่งตอนที่แฟนรายการไม่ควรพลาด 1. โอเปิ้ล ชนกานต์ กับความฝันที่รอคอยมานานกว่า 10 ปี หนึ่งในโมเมนต์ที่โดดเด่นที่สุดของ EP.2 ต้องยกให้ โอเปิ้ล ชนกานต์ ราชธิเสน ผู้เข้าแข่งขันที่เดินตามความฝันบนเวที The Voice มาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี ก่อนจะกลับมาพิสูจน์ความสามารถของตัวเองอีกครั้งในซีซั่นนี้ โอเปิ้ลเลือกเพลงสากลสุดท้าทายอย่าง Chandelier มาถ่ายทอดบนเวที ด้วยพลังเสียงที่หนักแน่นและการแสดงอารมณ์อย่างเต็มที่ จนสามารถทำให้โค้ชทั้ง 4 คนกดหันเก้าอี้กลับมาพร้อมกันได้สำเร็จ สิ่งที่น่าสนใจคือเรื่องราวของโอเปิ้ลไม่ได้สะท้อนเพียงความสามารถในการร้องเพลง แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามของคนที่ไม่ยอมละทิ้งความฝัน แม้ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้รับโอกาสสำคัญ 2. แบล็ค ทิฆัมพร ถ่ายทอดอารมณ์จนโค้ชคิ้มประทับใจ อีกหนึ่งผู้เข้าแข่งขันที่น่าจับตามองคือ แบล็ค ทิฆัมพร นามแดง ศิลปินอิสระที่มีความฝันด้านดนตรีมาตั้งแต่วัยเด็ก และสั่งสมประสบการณ์จากการร้องเพลงบนโลกออนไลน์ ก่อนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางศิลปินอิสระอย่างจริงจัง โชว์ของแบล็คทำให้โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้มประทับใจอย่างมาก ถึงขั้นแสดงความหวังว่าอยากเห็นแบล็คเดินทางไปจนถึงรอบสุดท้ายของการแข่งขัน แม้การแสดงครั้งนี้จะไม่ได้ทำให้เก้าอี้ทุกตัวหันกลับมา แต่เรื่องราวของแบล็คพิสูจน์ให้เห็นว่า การแสดงที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเพียงพลังเสียงที่โดดเด่นเท่านั้น หากยังต้องมีความสามารถในการสื่อสารอารมณ์ให้เข้าถึงผู้ฟังด้วย 3. มีอา นิภาพร เสียงทรงพลังที่คว้า 4 Chairs หากพูดถึงโชว์ที่ทำให้เวทีคึกคักขึ้นอีกครั้ง ชื่อของ มีอา นิภาพร คลทัศน์ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของตอนนี้ โค้ชจ๋ายเป็นคนแรกที่กดหันเก้าอี้ พร้อมแสดงความชื่นชมทั้งน้ำเสียงและความพร้อมในการเป็นศิลปิน ขณะที่โค้ชคิ้มเปรียบเทียบลีลาการลากเสียงของมีอากับ Adele ส่วนนักร้องและโปรดิวเซอร์อย่างโค้ชโอ๊ตก็ชื่นชมเอกลักษณ์ของเสียงในช่วงไฮโน้ต นอกจากความสามารถบนเวทีแล้ว ช่วงการเลือกทีมยังเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่เรียกเสียงหัวเราะ เพราะโค้ชจ๋ายพยายามโน้มน้าวให้มีอาเลือกเข้าทีมตัวเองอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายกลับต้องผิดหวังเมื่อเธอตัดสินใจเลือกเส้นทางของตัวเอง 4. เก้ง เขมวัฒน์ กับการกลับมาที่แฟนเพลงพูดถึง อีกหนึ่งประเด็นที่เพิ่มความน่าสนใจให้กับสัปดาห์ที่สองคือการกลับมาของ เก้ง เขมวัฒน์ อดีตนักร้องนำวง Crescendo ซึ่งเป็นศิลปินที่มีประสบการณ์บนเส้นทางดนตรีมาแล้วอย่างยาวนาน การปรากฏตัวของเก้งสร้างกระแสพูดถึงจากผู้ชม เนื่องจากเป็นการได้เห็นศิลปินที่คุ้นเคยกลับมายืนบนเวที The Voice อีกครั้ง โดยการกลับมาครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มมิติให้กับรายการ เพราะผู้เข้าแข่งขันไม่ได้มีเพียงคนที่กำลังเริ่มต้นตามหาความฝัน แต่ยังมีศิลปินที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองผ่านอีกหนึ่งบทบาทด้วย จุดนี้ทำให้ The Voice Thailand 2026 มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่ของประสบการณ์ทางดนตรี แนวทางการร้อง และเหตุผลที่แต่ละคนเลือกกลับมายืนต่อหน้าเก้าอี้โค้ช Q&A ไม่พลาดโมเมนต์สำคัญ Q : โชว์ของผู้เข้าแข่งขันคนไหนใน EP.2 ที่สร้างความฮือฮาและทำให้โค้ชหันมาครบ 4 คน? A : โอเปิ้ลและมีอาเป็นสองผู้เข้าแข่งขันที่คว้า 4 Chairs ได้สำเร็จ Q : ทำไมรอบ Blind Auditions จึงเป็นรอบที่น่าติดตาม? A : เพราะโค้ชต้องตัดสินใจจากเสียงร้องเป็นหลัก ก่อนจะได้เห็นตัวผู้เข้าแข่งขัน และผู้ชมยังได้ลุ้นว่าใครจะทำให้โค้ชหันเก้าอี้ได้สำเร็จ Q : สามารถรับชมรายการ The Voice Thailand 2026 ได้ที่ไหน? A : ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 18:00 น. ดูสดที่ TrueVisions NOW และ True4U (ช่อง24) ขอบคุณภาพประกอบบทความจาก thevoiceth ภาพปก 1 2 3 4 ภาพที่ 1 2 3 4 5 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !