ชวนชมThe Worst of Evil (2023)เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาสักที่แต่เริ่มต้นอย่างเข้มข้นดุเดือดดิบเกินระดับซีรีส์อย่างดูดีมีชาติตระกูลนานเหลือเกินที่ดูไปบ่นไปไม่ได้มาเขียนบทความชวนชมละครหรือซีรีส์ที่ออกอากาศสดเป็นรายสัปดาห์ที่บทความหัวข้อนี้หลังสุดก็นู่นเลยวันที่ยี่สิบมิถุนายน ซึ่งก็มาจากหลายสาเหตุเพราะบางครั้งเมื่อดูตอนเริ่มต้นแล้วรู้สึกว่าดีน่าสนใจแต่เมื่อถึงกลางๆกลับไม่ใช่แนวจนต้องสละเรือทิ้งไปก็มี หรือบางทีก็เพราะเมื่อออกอากาศได้สักพักความน่าสนใจและความเข้มข้นหดหายกลายเป็นวกวนอยู่กับที่จนมีอายบ้างเหมือนกันที่มาชวนคนอื่นดู แต่หลักๆแล้วคือเวลาในการดูละครซีรีส์ที่มักจะไม่ได้ดูตอนออกอากาศวันแรกด้วยเหตุผลด้านเวลาและการทำงานทำให้เมื่อได้ดูหลังจากนั้นก็สายเกินไปที่จะมาชวนเลยรอให้ออกอากาศจบครบทุกตอนแล้วค่อยมาเขียนดีกว่า กระนั้นก็มีซีรีส์เรื่องนี้เองที่ยอมรับว่าตั้งตารอดูในวันแรกเพราะนี่คือซีรีส์ที่มาแทน Moving ที่ทำให้วันพุธเคยเป็นวันแห่งการรอคอยเมื่อเวลาที่ผ่านมา นั่นคือต้องการพิสูจน์ว่างานที่มาแทนจะสมราคาให้รอคอยหรือไม่เพราะเนื้อหาค่อนข้างต่างไปที่ออกหน้ามาว่าจะมาแนว Gangster ที่ตึงๆ จนกระทั่งสามตอนแรกผ่านไปก็สมราคาและสามารถลากผู้เขียนให้ลุกมาชวนชมเพราะอดไม่ได้จริงๆพัคจุนโม (จีชางอุค) คือตำรวจชั้นผู้น้อยที่ประจำการอยู่ในที่ห่างไกลแต่เขามีภรรยาที่เป็นตำรวจด้วยกันคือยูอึยจอง (อิมเซมี) ที่ได้เลื่อนขั้นมียศสูงกว่าและย้ายไปอยู่ในกรุงโซล แล้วเพราะครอบครัวของภรรยาเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทุกคนพัคจุนโมจึงถูกดูแคลนอยู่เสมอแม้ยูอึยจองจะเข้าใจเขาดีแต่ลึกๆก็ยังมีบางอย่างข้างใน จนเมื่อการร่วมมือกันของตำรวจญี่ปุ่นและเกาหลีที่จะจับแก๊งค้ายาขนาดใหญ่ที่ส่งยาเข้าไปในญี่ปุ่นซึ่งมีหัวหน้าแก๊งคือจองกีชอล (วีฮาจุน) อดีตดีเจที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าแก๊งอันธพาลควบคุมย่านคังนัม ทว่าการที่จะทลายแก๊งของจองกีชอลก็ไม่ใช่ง่ายแผนการของสำนักงานตำรวจคือส่งตำรวจเข้าไปแฝงตัวอยู่ในแก๊งนี้และคนที่เหมาะกับงานนี้ที่สุดก็ไม่ใช่อื่นไกลพัคจุนโมนี่เอง เพราะพัคจุนโมต้องการข้อแลกเปลี่ยนคือการเลื่อนขั้นสองขั้นรวดเพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้ภรรยาเขาจึงรับภารกิจและแฝงตัวเข้าไปอยู่ในแก๊งของจองกีชอลได้จนเริ่มได้รับความไว้วางใจจากการสร้างความรุนแรงสารพัด แต่ตัวแปรดันอยู่ที่ยูอึยจองที่เป็นภรรยาของพัคจุนโมแต่กลับเป็นรักแรกของจองกีชอลเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาสักที่ทำให้เห็นข้อดีอีกครั้งในการยำของที่ดูซ้ำๆให้ออกมาสนุก เพราะเกาหลีจะมีดีที่การหยิบชิ้นส่วนเก่าๆเรื่องเก่าๆมุขเก่าๆหรืออะไรที่คนดูเคยผ่านตามาซ้ำๆเอามายำให้มีความเป็นตัวเอง ซึ่งที่น่าทึ่งคือมันดูสนุกทั้งที่ก็คิดตลอดว่าเคยเห็นอะไรเหล่านี้ที่หยิบเอามาเล่นก็เป็นเรื่องที่เคยเห็นในหนังหรือซีรีส์เรื่องโน้นเรื่องนี้มากมาย อย่าเรื่องนี้ด้วยอารมณ์กับโทนเรื่องที่ออกมานัวร์ๆมืดๆทึมๆเล่าเรื่องของแก๊งอันธพาลที่หาเงินในย่านเริงรมย์ยุค 90 ใครเลยจะไม่คิดถึงหนังชุดกู๋หว่าใจ๋ หรือจะเป็นตัวละครมาเฟียค้ายาที่พยายามทำตัวเป็นคนธรรมดาและเป็นพ่อพระในบางเวลาของจองกีชอลใครจะไม่นึกถึงบท Frank Lucas ของ Denzel Washington ใน American Gangster หรือบทตำรวจที่แฝงในแก๊งอันธพาลแล้วไต่เต้าจนเป็นที่ไว้ใจคงเป็นไปไม่ได้จะไม่คิดถึงอาหยั่นในสองคนสองคมแสดงโดยเหลียงเฉาเหว่ย หรือจะเป็นความเข้มในการเล่าเรื่องกับบางฉากที่ต้องคิดถึงหนังเกาหลีเองอย่าง The Gangster, the Cop, the Devil หรือ Nameless Gangster: Rules of the Time ทั้งยังรวมถึงชิ้นส่วนมากมายแต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้กลับเข้ากันได้ดีเพราะยังออกมาสนุกและเป็นงานดราม่าอาชญากรรมมาเฟียชั้นดีที่ไม่เพลียหัวใจตั้งใจมาใส่อารมณ์เคร่งตึงทำให้ความเข้มข้นมาพร้อมความรุนแรงดุเดือดดิบเต็มขั้นเกินกว่างานระดับซีรีส์ สามตอนที่ผ่านไปคนที่ได้ดูอาจไม่ทันสังเกตเพราะมันแค่การดูสามตอนรวดนั้นคือไม่มีจังหวะให้หย่อนใจหรือมีอะไรมาดึงให้หย่อนลงเลย อาจไม่ถึงกับบีบจนอึดอัดแต่การเล่าเรื่องกลับไปเรื่อยๆแบบเคร่งตึงเสมอต้นเสมอปลายเสนอตัวเป็นความเข้มข้นตามแนวเพราะงานแนวนี้จะมาใส่อารมณ์ขันมาก็อาจไม่ใช่ที่ ทำให้สามตอนที่ผ่านไปเรื่องมีการพัฒนาจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งซึ่งเข้าใกล้ไปทีละนิดกับการที่หนึ่งตำรวจที่แฝงตัวเข้าไปจะเป็นเพื่อนตายกับมาเฟียที่เขาต้องจับ ซึ่งเรื่องแนวนี้มันจะมาทางนี้เสมอแล้วเมื่อลองมองดูจากสามตอนผ่านไปกล้าบอกเลยว่าไม่หลุดไปจากนี้เพื่อมาฟาดฟันกันทางหัวใจกันในเวลาต่อมา แล้วเมื่อเรื่องถูกเล่าอย่างมีพัฒนาการได้ที่ความรุนแรงที่ใส่มาในแต่ละตอนจึงมีที่มาที่ไปทำให้ดีกรีความเร้าใจสูงสุดประกอบกับการที่เป็นซีรีส์ที่ลงสตรีมมิ่งโดยตรงไม่ได้ลงจอโทรทัศน์ทำให้กล้ารุนแรงเต็มพิกัดที่อาจไม่ได้เห็นในงานซีรีส์ทั่วไป ซ้ำร้ายสามตอนที่ผ่านไปบทยังดีพอที่จะพาตัวละครไปนั่งในใจได้ทั้งสองฝ่ายเพราะมีบางบางคราที่อาจเผลอเอาใจช่วยพ่อค้ายาให้กำจัดศัตรูพอๆกับลุ้นไม่ให้ตำรวจถูกจับไต๋ที่เล่าได้อย่างเข้มข้นได้ใจไปแล้วชัดเลยว่ามาเพื่อเชือดเฉือนและการแสดงก็สร้างความเร้าใจแบบเฉือนคมให้ได้เห็น เพราะนี่คือเรื่องของตำรวจจับผู้ร้ายที่ต้องใช้สมองวางแผนแก้เกมกันตลอดไปหรืออาจเรียกได้ว่ามาเพื่อหักเหลี่ยมเฉือนคม ดังนั้นนอกจากการเชือดเฉือนซ้อนแผนกันอย่างสุดมันส์ที่มีฉากต่อยตีกันหนักๆแรงๆฟาดเป็นฟาดฟันเป็นฟันเสียบเป็นเสียบแล้วจุดขายอีกอย่างของงานแนวนี้คือฉากเผชิญหน้ากันระหว่างสองขั้ว ซึ่งปัจจัยหลักจะต้องอยู่ที่การแสดงของนักแสดงที่ทันกันเพราะเมื่อใดที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดนข่มหรือศีลทางการแสดงไม่เท่ากันความเร้าใจในฉากเผชิญหน้าหรือการหักเหลี่ยมกันทางความคิดจะไม่มา แต่กับเรื่องนี้ในสามตอนที่ผ่านไปสิ่งที่ดีที่สุดคือการแสดงของจีชางอุคที่รับผิดชอบมิติตัวละครที่แม้ยังเล่าได้ไม่มากได้อย่างเข้าถึงที่ดูลงตัวดีกับการแสดงที่สมชื่อเรื่องคือ The Worst of Evil ของวีฮาจุนที่ไม่แปลดีกว่าเพราะเดี๋ยวบทความจะไม่ผ่าน บก. ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่สองคนนี้ประชันกันด้วยบทสนทนาจะเห็นการแสดงที่รับส่งกันอย่างกินกันไม่ลงทำให้ความน่าเชื่อถือในเรื่องของตำรวจกับมาเฟียที่จะพัฒนาไปข้างหน้าได้เริ่มต้นอย่างมีพลังเป็นการเริ่มต้นที่ตึงไม่มีผ่อนกดอารมณ์ได้ทำให้น่าติดตามว่าจะพัฒนาไปขนาดไหนแม้ในใจอาจคิดไว้แล้ว สำหรับผู้เขียนแล้วนี่คือสามตอนแรกที่จุดไฟติดเพราะสถานการณ์พาไปสู่ความน่าติดตามอย่างยิ่ง ก็ใช่ที่ในใจก็คิดนะว่าเรื่องแนวนี้จะมีทางไปแบบไหนอีกเดี๋ยวก็เข้าอีหรอบเดิมเพราะเห็นจากสามตอนที่ผ่านมาคือหารหยิบเอาอะไรๆต่างๆนาๆมาใช้มากมาย แน่นอนเรื่องแนวนี้คือเรื่องที่สามารถเล่าเป็นหนังยาวประมาณสองชั่วโมงได้และอาจตื่นเต้นเร้าใจได้ดีกว่าการลากยาวแบบนี้ กระนั้นสิ่งที่ยังกระตุ้นให้ความสนใจของผู้เขียนยังสูงก็เพราะอะไรที่คิดไว้เหล่านั้นนั่นเองที่ต้องคิดซ้อนทับเข้าไปว่าเรื่องนี้จะพาไปสู่จุดที่คิดไว้อย่างไร นั่นคือต่อให้คิดถูกว่าเรื่องจะไปทางไหนแต่ก็ยังอยากดูรายละเอียดอยู่ดีเพราะตอนนี้ตัวละครขายได้และคนดูซื้อไปแล้ว ทำให้อยากเห็นว่าความสัมพันธ์ของคนสองคนบวกหนึ่งตัวแปรจะไปถึงขนาดไหนจะเป็นอย่างที่คิดหรือไม่ ซึ่งสามตอนที่ผ่านไปอาจเป็นการเริ่มต้นที่เคร่งตึงไม่มีผ่อนคลายทั้งยังกดอารมณ์ไว้ให้หายใจไม่ทั่วท้องผ่านฉากโรมรันพันตูที่จะว่าสนุกก็ใช่แต่ก็ไม่ใช่ฉากที่จะดูได้ทุกคน แถมยังปิดตอนที่สามได้อย่างน่าติดตามเพราะความอยากรู้เรื่องราวต่อไปจนทำให้วันพุธก็ยังไม่ใช่วันที่ว่างเปล่าอย่างที่หวั่นใจดูไปบ่นไปขอบคุณภาพประกอบภาพปก / ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 จาก X Star+ Pressภาพที่ 3,4,5,6,7 จาก Instagram portalstarplus อ่านบทความผลงานของ "จีชางอุค" โดย "ดูไปบ่นไป" ได้ที่นี่https://entertainment.trueid.net/detail/EnvDmZ1V3m2qhttps://entertainment.trueid.net/detail/6gXEbybJn0Rehttps://entertainment.trueid.net/detail/eRx6XKXW5Ea7https://entertainment.trueid.net/detail/NYyQNOXOO4BY คอมมูนิตี้ “โลกคนรักหนัง” ห้องหวีดซีรีส์ดังออกใหม่มาแรง ป้ายยาหนังดีหนังโดน