รีเซต

“นพพล”  เขียนถึง “เศรษฐา ศิระฉายา”...พี่ชายคนโต

“นพพล”  เขียนถึง “เศรษฐา ศิระฉายา”...พี่ชายคนโต
Daradaily
22 กุมภาพันธ์ 2565 ( 12:00 )
33

“นพพล”  เขียนถึง “เศรษฐา ศิระฉายา”...พี่ชายคนโต
       เรียกว่าเป็นตำนานสายที่ยาวและมีความหมายต่อวงการบันเทิงมากสำหรับ “เศรษฐา ศิระฉายา”. ล่าสุด “นพพล โกมารชุน” ได้เขียนรำลึกถึง “เศรษฐา ศิระฉายา”. ที่ได้มาบรรจบสามเส้นทางเป็นตอนแรก 

อ่านต่อ:5 ไวรัลคลิปและโพสต์ถึง “เศรษฐา ศิระฉายา” | daradaily - LINE


โดยเขาโพสต์ว่า 

บนรถกลับจากวัดเทพฯคืนนี้ นั่งคิดมาตลอดทางว่า อยากระลึก อยากเล่า ถึงเรื่องราวของผู้ชายชื่อ “เศรษฐา ศิระฉายา” ผู้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับชีวิตของผมได้อย่างไร
มันเป็นความทรงจำดีๆที่ไม่อยากลืม
ก็อ่านเล่นเพลินๆนะครับถ้ายังไม่หลับ หรือจะนอนก่อนแล้วค่อยตื่นมาอ่าน หรือจะไม่อ่านปล่อยผ่านไปเลยก็ไม่ว่า
เริ่มละนะครับ.....
เชื่อมั้ยครับว่าคนเราเกิดมามีแผนที่กำในมือกันทุกคน
(เคยเล่าไปหนนึงแล้วว่า อาสมจินต์ ธรรมทัต นักแสดงระดับครูได้เอ่ยไว้ให้ผมฟังวันหนึ่งในห้องพากย์ของอัศวินภาพยนตร์ ละแวกโรงเลี้ยงเด็ก)
        นี่คือแผนที่ชีวิตที่ต้องเดินไปตามทางที่ถูกกำหนดมาแล้วจากเบื้องบน เส้นทาง จะสั้น จะยาว จะลำบากยากเข็ญ จะราบเรียบ ขึ้นอยู่กับกรรมของแต่ละคน ไม่มีทางที่สองเส้นจะเหมือนกันได้ แต่สามารถมาบรรจบได้ ตัดไ้ด้ แยกจากได้ หวนกลับมาเจอกันอีกได้ จนถึงปลายทาง
       พี่ต้อยกับผมก็เช่นกัน เกิดห่างกัน ชีวิตต่างกัน เดินกันคนละทางโดยสิ้นเชิง แต่ฟ้ากำหนดให้ถนนบนแผนที่มาตัดกัน เจอกันโดยไม่บังเอิญ

       เริ่มจากสี่แยกเล็กๆเมื่อ 50 ปีที่ผ่านผัน…
เส้นทางเราตัดกันบนเกาะฮ่องกงครับ
ผมเป็นนักเรียนอยู่ St. Stephen's College หลังเกาะ ดำรงตนเป็น bad boy ไม่ค่อยเรียนหนังสือหนังหา มีเพื่อนและรุ่นพี่เป็นนักดนตรีวง Soul Brothers เล่นในไนท์คลับแถวท่าเรือฝั่งเกาลูน
มีคืนนึงที่หนีโรงเรียนไปเที่ยว ไปเสพย์สุรา คุณเศรษฐา และ The Impossible เต็มวง พากันมาเยี่ยมเยียนเพื่อนนักดนตรีคืนเดียวกัน ก็ไหว้ ก็สวัสดีครับ แล้วก็แยกกันไป
       ผมถึงบอกไงว่าแค่สี่แยกเล็กๆที่ถนนเราสองคนตัดกัน
ไปตัดกันอีกทีก็โน่น Tea Dance ที่ Im Cafe เพลินจิตอาเขต เห็นกันแว๊บๆไกลๆเพราะคนแน่นจนไหล่เกย กับ ยุคนั้นชอบจัดประชันดนตรีบนเวทีโรงหนังรอบเช้า วงอิมคือที่หนึ่งในยุทธจักร
ต่อมา เส้นทางของพี่ต้อยไปบรรจบกับแม่ (จุรี โอศิริ) แทนครับระหว่างที่ผมร่อนไปเริงร่าอยู่อังกฤษ แม่ชวนพี่ต้อยเล่นหนังเรื่องแรกในชีวิต "ฝ้ายแกมแพร" ของนภาสิริภาพยนตร์ กำกับโดย ลุงปริญ ปริญญา ลีละศร นางเอกของเรื่องจะใครซะอีกล่ะครับ คุณอรัญญา นามวงศ์ นั่นเอง (อีกสี่แยกเล็กๆที่สองชีวิตเดินผ่านกัน)
พี่ต้อยคว้ารางวัลตุ๊กตาทองผู้แสดงประกอบยอดเยี่ยมฝ่ายชายไปครองจากหนังเรื่องแรกเรื่องนี้ด้วยพรสวรรค์ทางการแสดงล้วนๆ
ตั้งแต่นั้นมาก็ยาวเลยครับคราวนี้ เส้นทางของพี่ต้อยกับแม่บรรจบกันยาวเหยียดจนแม่หมดถนนจะเดินต่อเลยครับ 
กลับมาพูดถึงเพลงของพี่ต้อยสักนิด
       คือเป็นเรื่องแปลกครับว่าตอนเรียนอยู่ลอนดอน ได้ฟังสารพัดเพลงฮิทเช่น ชื่นรัก เป็นไปไม่ได้ ชั่วนิจนิรันดร ทะเลไม่เคยหลับ เป็นอาทิ แต่ที่ชอบมากจริงๆกลับเป็นเพลงนอกสายตา แทบจะไม่มีใครเคยได้ยินนอกจากแฟนเพลงเศรษฐาระดับฮาร์ดคอร์ เพลงนั้นชื่อ กลิ่นสะไบนาง
หอมรื่นชื่นกลิ่นสะไบนาง หอมไม่จางห่างใจ
      กลิ่นหอมซาบซึ้งตรึงหทัย เร้าดวงใจให้ชื่นชวน
      เนื้อนางฤๅติดสะไบมา เหมือนยิ่งพาให้พี่ครวญ

ที่เหลือไปหาฟังในยูทูปละกันครับ
ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงชอบนักชอบหนา ทั้งๆที่ไม่เคยมีอะไรฝังใจกับชายสะไบเลยสักนิด เอ๊ะ หรือจะเพราะกลิ่นเนื้อนางก็ไม่น่าใช่ ชอบถึงขั้นต้องลงมือแกะเนื้อ ท่องเนื้อ หัดร้องเลียนเสียงคุณเศรษฐากันเลยทีเดียวทั้งๆที่เสียงพี่เค้าทั้งสูง ทั้งนุ่มละมุนเคล้าคลอกันไปในสไตล์ที่ไม่เหมือนใครจริงๆ
จากอาเทพ (สุเทพ วงศ์กำแหง) อาฉึ่ง (ชรินทร์ นันทนาคร) อาหม่อม (ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัตน์) แล้วก็มาพี่ต้อยนี่แหละครับที่ผมชอบในน้ำเสียงเป็นที่สุด
จบ episode 1