รีเซต

“หนึ่ง มาฬิศร์” อดีตพระเอกละครพื้นบ้านป่วย! ล่าสุดโพสต์ภาพสายโยงเต็มตัว

“หนึ่ง มาฬิศร์” อดีตพระเอกละครพื้นบ้านป่วย! ล่าสุดโพสต์ภาพสายโยงเต็มตัว
ดาราเดลี่บันเทิง
7 กุมภาพันธ์ 2565 ( 07:00 )
87

“หนึ่ง มาฬิศร์” อดีตพระเอกละครพื้นบ้านป่วย! ล่าสุดโพสต์ภาพสายโยงเต็มตัว

          ทำเอาแฟนๆ ส่งกำลังใจกันเพียบเมื่อนักแสดงหนุ่ม “หนึ่ง มาฬิศร์” ได้โพสต์ภาพตัวเอง ในขณะที่กำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ พร้อมชู 2 นิ้ว และมีสายระโยงระยางเต็มตัว ก่อนจะระบุข้อความว่า

          “เมื่อ 30 ปีก่อน ในยุคที่ “งานก็มีทำ เงินก็หาง่าย ร่างกายก็ดี๊ดี” เรื่องสุขภาพดูเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเลยสำหรับคนวัยยี่สิบกว่าอย่างเรา อยากกินอะไรก็กิน อยากดื่มอะไรก็ดื่ม อยากนอนกี่โมง อยากใช้ร่างกายหักโหมขนาดไหน ไม่เคยมีคำว่า…ยั้ง เพิ่งคุยกับรุ่นน้องนักแสดงร่วมยุคสมัย ที่ผ่านการทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำหรือเช้ายันเช้า (ไม่ใช่เลิกกองสี่ทุ่มแบบปัจจุบัน) ว่าสมัยโน้นพอเสร็จงานก็ยกพวกไปสังสรรค์กันต่อ ลากยาวจนกลับมาทำงานในอีกวันแบบ…สบายยยยย คำว่าแฮงค์คืออะไรไม่รู้จัก ไม่รู้ตอนนั้นพวกเราทำไปได้ยังไง ตอนนี้แค่คิดจะดื่ม ก็ต้องคิดเผื่อวันพักฟื้นร่างกายไว้อีก 1-2 วันเลยทีเดียว

          30 ปีผ่านไป…มาถึงยุค “งานก็อยากทำ เงินก็อยากได้ ร่างกายก็ต้องดูแล” ร่างกายที่ผ่านการใช้งานมาอย่างหนักหน่วงเริ่มทวงความใส่ใจ หลายคนไม่ได้ฟังเสียงเรียกจากเขา เพราะเสียงนั้นอาจจะเบาไป ไม่ทันได้สังเกต หรือได้ยินแต่ก็ปล่อยผ่านไป เพราะคิดว่า “คงไม่เป็นไร” อาการหนึ่งที่เราเป็นมานานมาก แม่ทักเรื่องนี้ตั้งแต่สมัยแม่ยังมีชีวิตอยู่ คืออาการ “กรน” ทีแรกเราก็ไม่เชื่อ จะบ้าเหรอ อายุแค่ยี่สิบกว่า แถมตัวผอม ขนาดนี้ (ในตอนที่หนัก 60 กว่า ๆ) ใครจะมานอนกรน ไม่ใช่คนแก่และอ้วนแบบพ่อนะ แต่ตอนหลังเริ่มได้ยินเสียงตัวเองกรนก่อนจะสะดุ้งตื่น อะ ยอมรับก็ได้ว่านอนกรน แล้วไง ใคร ๆ ก็กรน ก็คนมันเหนื่อยนี่

         ล่าสุด (5 กุมภาพันธ์ 65) “หนึ่ง มาฬิศร์” ก็ได้โพสต์ภาพตัวเองอีกครั้ง และอัปเดตอาการแบบต่อเนื่องว่า “หลังจากทำ Sleep test แล้วสรุปว่าเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการ อุดกั้น (OBSTRUCTIVE SLEEP APNEA) ตามคาดจริง ๆ ขอบคุณคุณหมอ คุณพยาบาล ให้ข้อมูลที่เราสงสัยได้อย่างชัดเจน ช่วยให้คลายกังวลไปได้เยอะ ทำให้ประสบการณ์ sleep test ครั้งนี้ผ่านไปได้แบบ สะดวกสบายง่ายดายราบรื่น ราวกับไม่ได้ไปเข้าโรงพยาบาลยังไงอย่างงั้น”