รีเซต

กัน นภัทร ไม่เข็ดจักรยานล้ม กลัวแม่ด่ามากกว่าเจ็บแผล เริ่มธุรกิจแคคตัส หวังทำกำไร

กัน นภัทร ไม่เข็ดจักรยานล้ม กลัวแม่ด่ามากกว่าเจ็บแผล เริ่มธุรกิจแคคตัส หวังทำกำไร
ข่าวสด
22 พฤษภาคม 2564 ( 16:28 )
127

กัน นภัทร ไม่เข็ดจักรยานล้ม กลัวแม่ด่ามากกว่าเจ็บแผล แพลนชีวิตยุคโควิด เริ่มทำธุรกิจขยายผลผลิตแคคตัส โควิดไม่กระทบหวังทำกำไรได้ แพลนเปิดคาเฟ่

หลังจากนักร้องหนุ่ม กัน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ กลับไปอยู่สุพรรณบุรีกับครอบครัว หลังเจอสถานการณ์โควิดที่กรุงเทพฯ แล้วไปปั่นจักรยานล้มได้แผล งานนี้เจ้าตัวบอกไม่เข็ด แต่กลัวแม่ด่ามากกว่า ล่าสุดหนุ่มกันได้พาคุณพ่อคุณแม่ มาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เลยให้เจ้าตัวได้อัพเดตแผลจักรยานล้ม การใช้ชีวิตในช่วงโควิด แพลนทำธุรกิจแคคตัส

อัพเดตอาการ หลังปั่นจักรยานล้ม? “ผมไม่เป็นอะไรเลยจริง ๆ เพราะว่าหลังจากที่เราล้มวันนั้น อีกวันตอนเช้าตี5 ลุกขึ้นมาปั่นต่อได้เลย ไม่เข็ดครับ คือมันเป็นวันแรกที่เราไปปั่นเราก็รู้สึกฟินมาก เข้าใจแล้วว่าคนที่ไปปั่นจักรยานถึงมีความสุขกับการปั่นมาก ๆ เพราะว่ามันได้เสพธรรมชาติ ถึงแม้วันนั้นเราไม่รู้ว่ารถเสือหมอบมันมีข้อจำกัดอะไรบ้าง ก็คิดว่ามันจะไต่ขอบทางได้ ที่ผมล้มคือผมอยู่พื้นต่างระดับกัน เราคิดว่าล้อจะไปได้แต่ล้อมันเล็กมาก มันไปไม่ได้ก็เลยล้ม (วินาทีไหนเป็นยังไงบ้าง?) มันล้มพรืดแทด ๆ ๆไปเลย มันจะขำตัวเองด้วยนะ เราก็รีบลุกขึ้นมาดูรถก่อนเลย เพราะว่ารถเราก็ซื้อมาแพงเหมือนกัน”

ดูแผลเราแล้วก็หวาดเสียวเหมือนกัน? “ใช่ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เนื้อหลุดออกจากผิวตัวเอง เราตกใจเหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าทำไมมันไม่เจ็บมาก แต่พอมาดูข้างหลังเลือดเต็มไหล่เลย กางเกงขาด”

สิ่งแรกที่กลัว กลัวรถพังหรือกลัวแม่ด่า? “หน้าแม่ลอยมาก่อนเลย รู้เลยว่าพรุ่งนี้จะไม่ได้ขี่แน่ ๆ แล้วก็เป็นจริง ๆ นาทีแรกที่เจอแม่ปุ๊บ เกริ่นก่อนเลยว่า แม่ ลูกเจ็บแล้ว แค่ลูกล้มก็เจ็บมากแล้ว อย่าทำให้ลูกเจ็บไปมากกว่านี้เลย”

แม่ตอบกลับไปว่ายังไง? แม่ : “ตอนแรกจะขำหรือจะซ้ำดี พอเห็นเลือดลูกก็สงสาร คือมันซ่าเกินไป เสียดายกางเกงก็แพง เสื้อก็แพง จักรยานก็แพง (หัวเราะ) ตอนแรกเห็นเขาไม่เป็นอะไรไง พอมาดูอีกทีที่บ่า ที่ขา พอเขาบอกแม่ กันก็เจ็บพอแล้วก็เลยซ้ำไม่ลงค่ะ แม่ก็ห้ามแล้ว ไปดูแป๊บเดียวเขาซื้อแล้ว เราก็แบบอุ๊ยตายแล้ว เพราะว่าน้าสาวเขาเคยล้ม เย็บตั้ง 5 เข็ม คือบทเรียนมีแล้ว”

กัน : “เราก็ต้องล้มให้รู้ก่อนไงว่าเป็นยังไง แล้วเราจะไม่ล้มอีกแล้วตั้งแต่วันนี้ พอไปปั่นอีกวันตอนเช้ายางแตก”

ห่วงไหมว่าถ้าวันหนึ่งเราล้มอีก หน้าอาจพังเสียโฉม? แม่ : “ใช่ แม่ห่วงตรงนั้น”
กัน : ““เซฟครับ ก็มีหมวกเซฟ แต่ว่าตอนล้มเราก็ศึกษาว่าล้มยังไง ส่วนใหญ่คนที่เป็นจะเป็นไหปลาร้าแตก ช่วงข้าง ๆ ถลอกบ้าง ก็คิดว่าน่าจะไม่โดนหน้า”

ยืนยันว่ายังจะขี่อยู่? กัน : “ใช่ครับ”

ค่าซ่อมจักรยานหมดไปเท่าไหร่? “ไม่เป็นไรเลยครับ มีถลอกนิดหน่อย ขายต่อได้ครับ (จะขายแล้วหรอ?) ยัง ๆ ยังครับ”

ผู้ใหญ่ที่ช่องว่าไหม? “ไม่ว่าครับ ไม่มีใครว่าอะไร รับผิดชอบชีวิตตัวเอง”

อีกหนึ่งกิจกรรมของเรา ปลูกต้นไม้ เห็นว่าจะขยายทำเป็นธุรกิจจริงจัง? “เพิ่งเริ่มครับ ตอนนี้พอเราหยุดช่วงโควิด เราก็คิดว่าน่าจะต้องมีอะไรที่มาเป็นรายได้ให้กับเราบ้าง หลังจากที่เราซื้อแคคตัสมาพอสมควร เราก็ลงทุนไปเยอะเหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าซื้อแบบสะสมเล่น ๆ เฉย ๆ แต่พอมาวันนี้มันมีผลผลิตที่ขยายเพิ่มมากขึ้น ก็เลยคิดว่าน่าจะทำขายได้ทางช่องทางออนไลน์ ถ้าเรามีพื้นที่ที่บ้านหลังบ้าน เราก็อาจจะทำโรงเรือนขึ้นมา มีคาเฟ่เล็ก ๆ ให้คนมาซื้อก็ได้”

วางแผนดำเนินการยังไงบ้าง? “ตอนนี้ก็เพิ่งเริ่มทำ เพิ่งให้ช่างมาถมที่ที่บ้านแล้ว คงจะสร้างโรงเรือนที่เอาไว้ขยายก่อน เพราะว่าตอนนี้ผลผลิตที่เราเพาะเมล็ดเองบ้าง ชำหน่อเองบ้างมันเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ก็เลยคิดว่ามีโรงเรือนเอาไว้คอยขยายพันธุ์ก่อน ถ้าเกิดว่ามันขายได้ดีในอนาคตก็คิดว่าอาจจะมีคาเฟ่เล็ก ๆ ต่อไป”

ลงทุนไปเท่าไหร่? (กันหันหน้าไปหาพ่อ) ใครเป็นคนอนุมัติ พ่อหรอ หรือพ่อดูแลกิจการ?
กัน : “พ่อเป็นคนกระมิดกระเมี้ยนครับ อะไรที่หนัก ๆ พ่อจะชิงห้ามก่อนตลอด (พ่อเป็นคนอนุมัติงบ?) ใช่ แต่ว่าไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่”

พ่อคิดเห็นอย่างไรบ้างกับธุรกิจนี้ของลูก สร้างคาเฟ่เล็ก ๆ ขายต้นไม้? พ่อ : “จริง ๆ ก็เห็นด้วยนะ เพียงแต่ว่าเราบอกให้ค่อยเป็นค่อยไปไปก่อน การลงทุนเยอะ ๆ ในภาวะอย่างนี้มันก็ค่อนข้างเสี่ยง ก็ค่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ก่อนด้วยความไม่ประมาท เพราะว่าห่วงเขา ตอนนี้งานการก็ไม่มี”
กัน : “พูดให้มันดูดีหน่อย(หัวเราะ) เราก็ยังทำอยู่ พูดเหมือนคนไม่มีงาน”
พ่อ : “ก็อย่างที่ทราบกัน ทุกอย่างมันหยุดไว้หมด”
กัน : “ตอนนี้มีละครผู้ใหญ่สันต์กำนันศรีนะครับ”
พ่อ : “สนุกมากครับ”
กัน : “ต้องมารอดูทุกวันตอนทุ่มหนึ่ง อย่างถมที่เป็นที่ของเราเอง อยากทำธุรกิจในครอบครัวครับให้คนในบ้านเรามีรายได้ของตัวเองด้วย คิดว่าว่าง ๆ คงอยากทำอะไรให้มันสำเร็จ ก็ลองทำดู”

เป็นช่วงที่อยู่กับครอบครัวนานที่สุดเลยไหม? กัน : “ก็มีช่วงโน้นโควิดครั้งแรก แล้วก็มาครั้งนี้ (เป็นยังไงบ้างเพราะส่วนมากกันจะอยู่ที่กรุงเทพ แม่อยู่ที่สุพรรณ?) ใช่ครับ ก็เหงาครับ มีบางครั้งที่เหงาบ้าง ก็เลยหาอะไรทำเยอะ คือผมเป็นคนขี้เบื่อง่ายเวลาทำกิจกรรม เล่นกีฬาก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่พอมาอยู่สุพรรณ ก็ไปวิ่งกับเพื่อน พอวิ่งแล้วเบื่อก็เลยหาจักรยานมาปั่น แล้วคิดว่าตอนนี้อยากทำอะไรที่เป็นรายได้เรื่องธุรกิจแคคตัส (วงการนี้โตแค่ไหน?) ในตลาดทั่วไปแคคตัสมันโตเร็วมาก ผมถามคนที่เขาขยายพันธุ์เป็นเจ้าของสวนดัง ๆ เขาบอกว่าธุรกิจนี้โควิดไม่กระทบเลย เพราะคนอยู่บ้านชอบซื้อต้นไม้มาเลี้ยงกัน พวกไม้ใบต่าง ๆ อย่างที่น้องญาญ่า น้องเคน ภูภูมิ เขาก็ทำธุรกิจนี้ได้ดีกำไรเยอะมาก ผมว่าน่าสนใจครับ”

ของกันต้นแพงที่สุดราคาเท่าไหร่? แม่ : “2 แสน เขาบอกแม่แค่นี้นะ แม่ก็ไม่รู้” กัน : “เราไม่เคยโกหกแม่นะ”

รวม ๆ ทั้งเรือนกระจกแล้วเท่าไหร่? แม่ : “ไม่ต้องพูดเลย แม่รู้แล้ว โอ้โห พอแม่ทำนะ บอกแม่เดี๋ยวเพิ่มเงินเดือนให้ แม่ยังไม่เคยได้เงินเลย”
กัน : “ทุกวันนี้แม่ผสมเกสรเก่งมาก เดี๋ยวเพิ่มเงินเดือนให้”