กัน นภัทร ไม่เข็ดจักรยานล้ม กลัวแม่ด่ามากกว่าเจ็บแผล เริ่มธุรกิจแคคตัส หวังทำกำไร

กัน นภัทร ไม่เข็ดจักรยานล้ม กลัวแม่ด่ามากกว่าเจ็บแผล เริ่มธุรกิจแคคตัส หวังทำกำไร
ข่าวสด
22 พ.ค. 64
34

กัน นภัทร ไม่เข็ดจักรยานล้ม กลัวแม่ด่ามากกว่าเจ็บแผล แพลนชีวิตยุคโควิด เริ่มทำธุรกิจขยายผลผลิตแคคตัส โควิดไม่กระทบหวังทำกำไรได้ แพลนเปิดคาเฟ่

หลังจากนักร้องหนุ่ม กัน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ กลับไปอยู่สุพรรณบุรีกับครอบครัว หลังเจอสถานการณ์โควิดที่กรุงเทพฯ แล้วไปปั่นจักรยานล้มได้แผล งานนี้เจ้าตัวบอกไม่เข็ด แต่กลัวแม่ด่ามากกว่า ล่าสุดหนุ่มกันได้พาคุณพ่อคุณแม่ มาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เลยให้เจ้าตัวได้อัพเดตแผลจักรยานล้ม การใช้ชีวิตในช่วงโควิด แพลนทำธุรกิจแคคตัส

อัพเดตอาการ หลังปั่นจักรยานล้ม? “ผมไม่เป็นอะไรเลยจริง ๆ เพราะว่าหลังจากที่เราล้มวันนั้น อีกวันตอนเช้าตี5 ลุกขึ้นมาปั่นต่อได้เลย ไม่เข็ดครับ คือมันเป็นวันแรกที่เราไปปั่นเราก็รู้สึกฟินมาก เข้าใจแล้วว่าคนที่ไปปั่นจักรยานถึงมีความสุขกับการปั่นมาก ๆ เพราะว่ามันได้เสพธรรมชาติ ถึงแม้วันนั้นเราไม่รู้ว่ารถเสือหมอบมันมีข้อจำกัดอะไรบ้าง ก็คิดว่ามันจะไต่ขอบทางได้ ที่ผมล้มคือผมอยู่พื้นต่างระดับกัน เราคิดว่าล้อจะไปได้แต่ล้อมันเล็กมาก มันไปไม่ได้ก็เลยล้ม (วินาทีไหนเป็นยังไงบ้าง?) มันล้มพรืดแทด ๆ ๆไปเลย มันจะขำตัวเองด้วยนะ เราก็รีบลุกขึ้นมาดูรถก่อนเลย เพราะว่ารถเราก็ซื้อมาแพงเหมือนกัน”

ดูแผลเราแล้วก็หวาดเสียวเหมือนกัน? “ใช่ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เนื้อหลุดออกจากผิวตัวเอง เราตกใจเหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าทำไมมันไม่เจ็บมาก แต่พอมาดูข้างหลังเลือดเต็มไหล่เลย กางเกงขาด”

สิ่งแรกที่กลัว กลัวรถพังหรือกลัวแม่ด่า? “หน้าแม่ลอยมาก่อนเลย รู้เลยว่าพรุ่งนี้จะไม่ได้ขี่แน่ ๆ แล้วก็เป็นจริง ๆ นาทีแรกที่เจอแม่ปุ๊บ เกริ่นก่อนเลยว่า แม่ ลูกเจ็บแล้ว แค่ลูกล้มก็เจ็บมากแล้ว อย่าทำให้ลูกเจ็บไปมากกว่านี้เลย”

แม่ตอบกลับไปว่ายังไง? แม่ : “ตอนแรกจะขำหรือจะซ้ำดี พอเห็นเลือดลูกก็สงสาร คือมันซ่าเกินไป เสียดายกางเกงก็แพง เสื้อก็แพง จักรยานก็แพง (หัวเราะ) ตอนแรกเห็นเขาไม่เป็นอะไรไง พอมาดูอีกทีที่บ่า ที่ขา พอเขาบอกแม่ กันก็เจ็บพอแล้วก็เลยซ้ำไม่ลงค่ะ แม่ก็ห้ามแล้ว ไปดูแป๊บเดียวเขาซื้อแล้ว เราก็แบบอุ๊ยตายแล้ว เพราะว่าน้าสาวเขาเคยล้ม เย็บตั้ง 5 เข็ม คือบทเรียนมีแล้ว”

กัน : “เราก็ต้องล้มให้รู้ก่อนไงว่าเป็นยังไง แล้วเราจะไม่ล้มอีกแล้วตั้งแต่วันนี้ พอไปปั่นอีกวันตอนเช้ายางแตก”

ห่วงไหมว่าถ้าวันหนึ่งเราล้มอีก หน้าอาจพังเสียโฉม? แม่ : “ใช่ แม่ห่วงตรงนั้น”
กัน : ““เซฟครับ ก็มีหมวกเซฟ แต่ว่าตอนล้มเราก็ศึกษาว่าล้มยังไง ส่วนใหญ่คนที่เป็นจะเป็นไหปลาร้าแตก ช่วงข้าง ๆ ถลอกบ้าง ก็คิดว่าน่าจะไม่โดนหน้า”

ยืนยันว่ายังจะขี่อยู่? กัน : “ใช่ครับ”

ค่าซ่อมจักรยานหมดไปเท่าไหร่? “ไม่เป็นไรเลยครับ มีถลอกนิดหน่อย ขายต่อได้ครับ (จะขายแล้วหรอ?) ยัง ๆ ยังครับ”

ผู้ใหญ่ที่ช่องว่าไหม? “ไม่ว่าครับ ไม่มีใครว่าอะไร รับผิดชอบชีวิตตัวเอง”

อีกหนึ่งกิจกรรมของเรา ปลูกต้นไม้ เห็นว่าจะขยายทำเป็นธุรกิจจริงจัง? “เพิ่งเริ่มครับ ตอนนี้พอเราหยุดช่วงโควิด เราก็คิดว่าน่าจะต้องมีอะไรที่มาเป็นรายได้ให้กับเราบ้าง หลังจากที่เราซื้อแคคตัสมาพอสมควร เราก็ลงทุนไปเยอะเหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าซื้อแบบสะสมเล่น ๆ เฉย ๆ แต่พอมาวันนี้มันมีผลผลิตที่ขยายเพิ่มมากขึ้น ก็เลยคิดว่าน่าจะทำขายได้ทางช่องทางออนไลน์ ถ้าเรามีพื้นที่ที่บ้านหลังบ้าน เราก็อาจจะทำโรงเรือนขึ้นมา มีคาเฟ่เล็ก ๆ ให้คนมาซื้อก็ได้”

วางแผนดำเนินการยังไงบ้าง? “ตอนนี้ก็เพิ่งเริ่มทำ เพิ่งให้ช่างมาถมที่ที่บ้านแล้ว คงจะสร้างโรงเรือนที่เอาไว้ขยายก่อน เพราะว่าตอนนี้ผลผลิตที่เราเพาะเมล็ดเองบ้าง ชำหน่อเองบ้างมันเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ก็เลยคิดว่ามีโรงเรือนเอาไว้คอยขยายพันธุ์ก่อน ถ้าเกิดว่ามันขายได้ดีในอนาคตก็คิดว่าอาจจะมีคาเฟ่เล็ก ๆ ต่อไป”

ลงทุนไปเท่าไหร่? (กันหันหน้าไปหาพ่อ) ใครเป็นคนอนุมัติ พ่อหรอ หรือพ่อดูแลกิจการ?
กัน : “พ่อเป็นคนกระมิดกระเมี้ยนครับ อะไรที่หนัก ๆ พ่อจะชิงห้ามก่อนตลอด (พ่อเป็นคนอนุมัติงบ?) ใช่ แต่ว่าไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่”

พ่อคิดเห็นอย่างไรบ้างกับธุรกิจนี้ของลูก สร้างคาเฟ่เล็ก ๆ ขายต้นไม้? พ่อ : “จริง ๆ ก็เห็นด้วยนะ เพียงแต่ว่าเราบอกให้ค่อยเป็นค่อยไปไปก่อน การลงทุนเยอะ ๆ ในภาวะอย่างนี้มันก็ค่อนข้างเสี่ยง ก็ค่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ก่อนด้วยความไม่ประมาท เพราะว่าห่วงเขา ตอนนี้งานการก็ไม่มี”
กัน : “พูดให้มันดูดีหน่อย(หัวเราะ) เราก็ยังทำอยู่ พูดเหมือนคนไม่มีงาน”
พ่อ : “ก็อย่างที่ทราบกัน ทุกอย่างมันหยุดไว้หมด”
กัน : “ตอนนี้มีละครผู้ใหญ่สันต์กำนันศรีนะครับ”
พ่อ : “สนุกมากครับ”
กัน : “ต้องมารอดูทุกวันตอนทุ่มหนึ่ง อย่างถมที่เป็นที่ของเราเอง อยากทำธุรกิจในครอบครัวครับให้คนในบ้านเรามีรายได้ของตัวเองด้วย คิดว่าว่าง ๆ คงอยากทำอะไรให้มันสำเร็จ ก็ลองทำดู”

เป็นช่วงที่อยู่กับครอบครัวนานที่สุดเลยไหม? กัน : “ก็มีช่วงโน้นโควิดครั้งแรก แล้วก็มาครั้งนี้ (เป็นยังไงบ้างเพราะส่วนมากกันจะอยู่ที่กรุงเทพ แม่อยู่ที่สุพรรณ?) ใช่ครับ ก็เหงาครับ มีบางครั้งที่เหงาบ้าง ก็เลยหาอะไรทำเยอะ คือผมเป็นคนขี้เบื่อง่ายเวลาทำกิจกรรม เล่นกีฬาก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่พอมาอยู่สุพรรณ ก็ไปวิ่งกับเพื่อน พอวิ่งแล้วเบื่อก็เลยหาจักรยานมาปั่น แล้วคิดว่าตอนนี้อยากทำอะไรที่เป็นรายได้เรื่องธุรกิจแคคตัส (วงการนี้โตแค่ไหน?) ในตลาดทั่วไปแคคตัสมันโตเร็วมาก ผมถามคนที่เขาขยายพันธุ์เป็นเจ้าของสวนดัง ๆ เขาบอกว่าธุรกิจนี้โควิดไม่กระทบเลย เพราะคนอยู่บ้านชอบซื้อต้นไม้มาเลี้ยงกัน พวกไม้ใบต่าง ๆ อย่างที่น้องญาญ่า น้องเคน ภูภูมิ เขาก็ทำธุรกิจนี้ได้ดีกำไรเยอะมาก ผมว่าน่าสนใจครับ”

ของกันต้นแพงที่สุดราคาเท่าไหร่? แม่ : “2 แสน เขาบอกแม่แค่นี้นะ แม่ก็ไม่รู้” กัน : “เราไม่เคยโกหกแม่นะ”

รวม ๆ ทั้งเรือนกระจกแล้วเท่าไหร่? แม่ : “ไม่ต้องพูดเลย แม่รู้แล้ว โอ้โห พอแม่ทำนะ บอกแม่เดี๋ยวเพิ่มเงินเดือนให้ แม่ยังไม่เคยได้เงินเลย”
กัน : “ทุกวันนี้แม่ผสมเกสรเก่งมาก เดี๋ยวเพิ่มเงินเดือนให้”