“หนิง ปัทมา” เคลียร์ชัด! ความสัมพันธ์ “เป๊ก” แค่พี่ที่เคารพ-ไม่มีทางเป็นมือที่สาม เผย “ธัญญ่า” ไดเร็คมาขอโทษแล้ว

“หนิง ปัทมา” เคลียร์ชัด! ความสัมพันธ์ “เป๊ก” แค่พี่ที่เคารพ-ไม่มีทางเป็นมือที่สาม เผย “ธัญญ่า” ไดเร็คมาขอโทษแล้ว
“หนิง ปัทมา” ออกมาเปิดใจเคลียร์มรสุมดราม่าแบบหมดเปลือก ทั้งปมข่าวลือซุ่มคบหา “เป๊ก สัณชัย” รวมถึงประเด็นที่ถูกอดีตคนสนิทกรรโชกทรัพย์เฉียดล้าน! โดยงานนี้เจ้าตัวเผยว่า
ยืนยันว่าไม่เคยเดินทางไปเชียงใหม่เป็นการส่วนตัวกับพี่เป๊ก เรื่องที่ร้าน Warm Up เชียงใหม่ ตนไปทำงานร่วมกับวงดนตรีรวม 10 คน และทางร้านแจ้งว่ามีศิลปินมาแจม ก็เพิ่งมารู้ว่าเป็นพี่เป๊ก ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงพูดว่าไปเชียงใหม่ด้วยกัน ส่วนภาพที่สนามบินบุรีรัมย์ เป็นการไปทำงานที่อีกฝ่ายแนะนำมา ขากลับไฟลต์บินน้อยจึงจำเป็นต้องกลับไฟลต์เดียวกัน ยืนยันทุกทริปรวมถึงทริปอเมริกา มีผู้จัดการส่วนตัวตัวติดกันตลอดเวลา ไม่เคยไปไหนมาไหนกันสองต่อสองอย่างที่หลายคนเข้าใจ ทั้งนี้หนิงยอมรับว่าสไตล์ของเป๊กเป็นคนชอบพูดเล่นพูดหยอด แต่ย้ำสถานะชัดเจนเสมอว่าเป็นเพียงพี่น้อง พี่เป๊กคือพี่ที่หนูเคารพ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นมือที่สามของพี่เป๊กและพี่ธัญญ่าได้จริง ๆ
พร้อมเผย “ธัญญ่า” ได้ส่งข้อความไดเร็คมาขอโทษแล้วและเข้าใจกันด้วยดี ส่วนเรื่องงาน หนิงตัดสินใจยกเลิกและไม่รับงานที่ทางเป๊กหาให้อีกต่อไปเพื่อตัดปัญหาความวุ่นวายทั้งหมด
ส่วนเรื่องอดีตคนรัก หนิงยอมรับว่าเคยคบหาดูใจกับคนสนิทคนหนึ่งในช่วงปี 2565 ถึงต้นปี 2567 แต่ตลอดเวลาต้องตกเป็นเหยื่อและอยู่ด้วยความหวาดระแวง เพราะถูกข่มขู่ตลอดว่าจะเปิดเผยภาพและเรื่องราวส่วนตัวหากทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ
จนกระทั่งทนไม่ไหว ขอก้าวออกจากมาและเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหากรรโชกทรัพย์ เป็นมูลค่าเงินสูงถึง 670,000 บาท ซึ่งหนิงระบุว่า แม้ตอนนี้จะได้รับเงินจำนวนดังกล่าวคืนแล้ว แต่ในส่วนของคดีความตามกฎหมาย ตนจะขอเดินหน้าสู้ในชั้นศาลให้ถึงที่สุด และปฏิเสธการไกล่เกลี่ยส่วนตัวทุกกรณี
พร้อมขอโทษครอบครัวที่ทำให้ต้องเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ พร้อมทั้งส่งคำขอโทษไปยังสังคม แฟนคลับ และ บอสณวัฒน์ ที่ทำให้เกิดเรื่องราวปวดหัว วุ่นวาย น้อมรับว่าตนเองอาจจะโลภและคิดไม่รอบคอบเพราะอยากได้งานเยอะ ๆ จนกลายเป็นบทเรียนราคาแพง ส่วนอนาคตในการทำงานและโอกาสในการประกวดต่อหลังจากนี้ เจ้าตัวลั่นยอมรับและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบอสณวัฒน์ทุกประการ สัญญาจะจำเคสนี้ไว้เป็นบทเรียนชีวิตชิ้นสำคัญ