"เต๋อ นวพล" ผู้กำกับหนัง "HUMAN RESOURCE พนักงานใหม่ (โปรดรับพิจารณา)" กลับมาเห็นหน้ากันบ่อย ๆ ในช่วงเวลานี้ ช่วงที่หนังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนที่ไม่คุ้นเคยสำหรับคนรักหนังไทย โดยเฉพาะหนังเต๋อ ด้วยจำนวนหนังสั้น 14 เรื่อง หนังยาวรวมเรื่องล่าสุด 9 เรื่อง อีกทั้งยังมีงานเขียนบทภาพยนตร์, มิวสิควิดีโอ, งานเขียน ฯลฯ ด้วยสไตล์ของหนังที่เป็นเอกลักษณ์ เล่าถึงความรู้สึกของผู้คนในแง่มุมต่าง ๆ ที่สะท้อนกลับมาถึงผู้ชมแล้วก็ติดอยู่ในหัว หลาย ๆ คำถามที่ค้างคาใจมาจากการที่ได้ดูหนังแต่ละเรื่องของ "เต๋อ นวพล" เชื่อว่าหลายคนยังรู้สึกว่ามีคำถามวนเวียนอยู่ในหัว ชนิดที่ว่าแม้ไม่ได้เห็นงานใหม่ของเขามาตั้งหลายปีก็ยังย้อนคิดถึงได้เรื่อย ๆ พอมีเรื่องใหม่ให้ได้ติดตามชมกันตั้งแต่ต้นปี 2026 อย่างนี้ ก็เอาอีกแล้วมีเรื่องได้คิดถึงกันไปอีกยาว ๆ รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! "เต๋อ นวพล" เป็นนักเขียนบทภาพยนตร์ นักเขียน และผู้กำกับภาพยนตร์ เรียนมาทางด้านสาขาวิชาภาษาจีน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่มีใจรักการทำหนัง จึงเริ่มต้นมาจากการทำหนังสั้นตั้งแต่ยังเรียน ทำตามความชอบมาเรื่อย ๆ ผิดถูกก็แก้ไขกันไป แต่ไม่เคยหยุดทำ เมื่อเรียนจบทำงานเป็นฟรีแลนซ์ และส่งผลงานหนังสั้นเข้าประกวดมาเรื่อย ๆ จนปี 2016 "See" ภาพยนตร์สารคดีแนวทดลองก็ชนะเลิศจาการประกวดภาพยนตร์ Fat Film Festival ต่อมาได้ก้าวมาเป็นคนเขียนบทให้ค่าย GTH ผลงานการเขียนบท อาทิ รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ (2009), ท็อป ซีเคร็ต วัยรุ่นพันล้าน (2011), รัก 7 ปี ดี 7 หน (2012) ฯลฯ ก่อนที่จะกำกับหนัง "HUMAN RESOURCE พนักงานใหม่ (โปรดรับพิจารณา)" ในปีนี้ "เต๋อ นวพล" มีผลงานการกำกับมาก่อนหน้านี้แล้ว 8 เรื่อง เรามารู้จักทั้ง 9 ผลงานของเขาดีกว่าว่ามีเรื่องอะไรบ้าง 1. 36 (2012) "36" เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพนิ่ง 36 เฟรม เล่าเรื่องราวของ "ทราย" หญิงสาวที่มีหน้าที่หาโลเคชั่นหรือสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ให้กับกองถ่าย กับ "อุ้ม" ทีมงานในกองถ่ายตำแหน่ง Art Director หรือฝ่ายกำกับศิลป์นั่นเอง ทั้งคู่ได้เริ่มสานสัมพันธ์ดี ๆ ต่อกัน หลังจากนั้น 2 ปี ฮาร์ดดิสที่เก็บรูปถ่ายเสียทำให้ภาพทั้งหมดที่ถ่ายไว้หายไป สิ่งสำคัญที่เธอเสียดายที่สุดก็คือภาพความทรงจำที่เกี่ยวกับอุ้มหายไปด้วย เธอจึงพยายามกู้ข้อมูลและรื้อฟื้นความทรงจำที่หายไปในยุคดิจิทัล 2. Mary Is Happy, Mary Is Happy (2013) "Mary Is Happy, Mary Is Happy" (2013) เป็นภาพยนตร์ไทยแนวอินดี้ที่ “เต๋อ นวพล” กำกับและเขียนบทเอง สร้างเนื้อหามาจาก 410 ทวีตในทวิตเตอร์ (หรือ X ในปัจจุบัน) ของยูสเซอร์ @marylony แสดงโดย “พัชชา พูนพิริยะ” และ “ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย” หนังเล่าเรื่อง "Mary" เด็กสาวชั้นมัธยมปลายที่กำลังจะเรียนจบ ชีวิตของเธอถูกกำหนดด้วย 410 ทวีตที่เกิดขึ้นจริงแบบสุ่ม ๆ ไม่ว่าในทวิตเตอร์จะพิมพ์อะไรชีวิตของ "แมรี่" กับ "ซูริ" เพื่อนสนิทก็จะถูกเปลี่ยนไปตามนั้นทันที ขณะที่ภารกิจของพวกเธอคือการทำหนังสือรุ่นให้เสร็จ เป็นการเล่าเรื่องผ่านความคิดของแมรี่ที่ดูจะกระจัดกระจาย แต่ก็ลงตัว น่าติดตามกับเรื่องราวแปลก ๆ ที่ไม่น่าจะลงตัวได้ 3. The Master เดอะมาสเตอร์ (2014) "The Master เดอะมาสเตอร์" เป็นภาพยนตร์สารคดี ที่เล่าเรื่องราวผ่านร้าน "แว่นวิดีโอ" ร้านวิดีโอในตำนานปลายยุค 90s - ปลาย 2000s ที่นำเข้าหนังอินดี้จากทั่วทุกมุมโลกให้คนไทยได้ดู มีซับไทยมาให้เรียบร้อย แม้ว่าจะเป็นสิ่งต้องห้ามเพราะวิดีโอเหล่านั้นเป็นวิดีโอเถื่อนที่ก๊อปมาอย่างผิดกฎหมาย แต่นั่นก็เป็นทางเดียวที่จะมีโอกาสได้ดูหนังนอกกระแสในช่วงเวลานั้น หนังประสบความสำเร็จอย่างมากในเรื่องราวที่สะท้อนวัฒนธรรมการเสพหนังของคนไทย หนังดำเนินเรื่องผ่านการให้สัมภาษณ์แบบนั่งหน้ากล้องของผู้คนที่อยู่ในช่วงเวลานั้น อาทิ เป็นเอก รัตนเรือง, คงเดช จาตุรันต์รัศมี, ทรงยศ สุขมากอนันต์, บรรจง ปิสัญธนะกุล, ยุทธนา บุญอ้อม ฯลฯ 4. ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (2015) “ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” ภาพยนตร์แนวโรแมนติก แบล็คคอมเมดี้ ดราม่า เล่าเรื่องราวของคนวัยทำงาน ผ่านชีวิตของ “ยุ่น” (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) กราฟิกดีไซน์เนอร์ฟรีแลนซ์ ที่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตไปกับการทำงานที่หนักหน่วงไม่หลับไม่นอน เพื่อรักษาชื่อเสียงและความเป็นที่หนึ่งในวงการ แต่ในขณะที่ชีวิตการทำงานกำลังรุ่งโรจน์ ร่างกายกลับต่อต้านไม่ไปทางเดียวกับการทำงาน เพราะถูกใช้งานหนักจนเกินไป ร่างกายเริ่มแสดงปฏิกิริยาให้เห็นด้วยการมีผื่นขึ้นตามตัว จึงต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลรัฐ ทำให้ได้พบกับ “หมออิม” (ใหม่ ดาวิกา) ที่การรักษาของเธอสวนทางกับการทำงานของเขา และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหนุ่มฟรีแลนซ์ที่ต้องพยายามปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวเองจากที่รักงานที่สุดหันมารักษาสุขภาพตัวเอง และเริ่มจะมีความรักน่ารักเข้ามาหล่อเลี้ยงหัวใจที่แห้งแล้งให้เริ่มเบิกบานขึ้น เรื่องราวของหนังเดินไปตามกฎของฟรีแลนซ์ที่ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าเมื่อใดที่หยุดงาน เมื่อนั้นงานและรายได้ก็หายไป หนังเล่าเรื่องราวชีวิตคนทำงานธรรมดา ๆ ผ่านอารมณ์ สุข เศร้า ขำ ๆ ดูสนุก ๆ เพลิน ๆ เหมือนจะไม่มีอะไร แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ทำให้กลับมาย้อนคิดถึงตัวเราเองได้อย่างลึกซึ้ง 5. Die Tomorrow ดายทูมอร์โรว์ (2017) “Die Tomorrow ดายทูมอร์โรว์” ภาพยนตร์แนวดรามา กึ่งสารคดี เล่าเรื่องราวของความตายในวันสุดท้ายก่อนตาย โดยสร้างจาก 6 เหตุการณ์การเสียชีวิตอันแปลกประหลาดบนหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ “เต๋อ นวพล” นำมาสร้างเป็นหนังสั้น 6 เรื่อง ในแบบที่ไม่มีจุดเชื่อมโยงกัน เล่าเรื่องสลับกับสารคดีสัมภาษณ์คนต่างวัย ว่าด้วยเรื่องมุมมองการตาย ให้คนดูได้สำรวจชีวิตของตัวเองไปด้วยในสิ่งที่เราไม่รู้เลยว่าความตายจะมาเยื่อนตัวเราหรือคนรอบตัวอย่างไร ในวันที่เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร และจะมีอยู่จริงไหมในชีวิตเรา 6. BNK48: Girls Don't Cry (2018) “BNK48 : GIRLS DON’T CRY” เป็นภาพยนตร์แนวสารคดี นำเสนอเรื่องราวของวง “BNK48” ที่เล่าย้อนไปตั้งแต่เปิดตัววงกระทั่งถึงช่วงเวลาที่มีชื่อเสียงอย่างมากหลังจากเกิดกระแสคุกกี้ฟีเวอร์จากเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” นำแสดงโดยสมาชิกวงรุ่น 1 ทำให้คนที่ยังไม่รู้จักระบบสมาชิกของวงได้เข้าใจการทำงาน และความพยายามของทุกคนที่กว่าจะประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย และจากความฝันขงทุก ๆ ได้เดินทางมาสู่ความสุขของแฟน ๆ ได้อย่างไร 7. ฮาวทูทิ้ง.. ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ (2019) "ฮาวทูทิ้ง.. ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ Happy Old Year” เป็นภาพยนตร์แนวดราม่า มินิมอล เล่าเรื่องการทิ้งของเพื่อเปลี่ยนบ้านเป็นออฟฟิศ แต่การทิ้งในครั้งนี้ไม่ง่ายในความรู้สึก ด้วยว่ายังมีเรื่องราวของความทรงจำและความสัมพันธ์ที่ค้างคาอยู่ในใจที่มันซ่อนอยู่ในส่วนลึกของความรู้สึก และต้องผ่านไปให้ได้เพื่อจะได้ Move on อย่างแท้จริง ผ่านความเข้าใจและการให้อภัย ที่ดูหนังแล้วสะท้อนกลับมาที่ตัวเราว่า “การทิ้ง” ในชีวิตของเรานั้นเป็นอย่างไร และการทิ้งบางอย่างในความรู้สึกนั้น เรากำลังอยากจะขอโทษใครสักคนอยู่หรือเปล่า 8. Fast & Feel Love เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ (2022) “FAST & FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ” ภาพยนตร์แนวดราม่า แอ็คชัน ตลก ที่ว่าด้วยเรื่องราวในชีวิตประจำวัน จากที่ดูหนังสไตล์เต๋อที่เล่าเรื่องราวช้า ๆ มาโดยตลอด แต่เรื่องนี้พลิกไปอีกขั้ว ด้านความเร็วในชีวิตของ “เกา” (ณัฏฐ์ กิจจริต) ชายหนุ่มวัย 30 ปี กับเรื่องราวการเล่นกีฬาสแต็ก (Sport Stacking) กีฬาที่เน้นความเร็วในการเรียงแก้วพลาสติกขึ้นและลงตามรูปแบบที่กำหนด ซึ่งส่งผลให้กับการใช้ชีวิตคู่กับ “เจ” (ญาญ่า อุรัสยา) ต้องไปคนละทิศคนละทาง ด้วยว่าการรักษาแชมป์โลกสแต็กคือการเรียงแก้วด้วยความเร็วที่สุดในการแข่งขันเพื่อรักษาตำแหน่ง ทำให้เขามองข้ามชีวิตครอบครัวที่ฝ่ายหญิงต้องแบกภาระทุกอย่างในบ้านมาตลอด จนในที่สุดเธอเลือกที่จะจากเขาไป และนั่นทำให้ “เกา” ต้องเผชิญชะตากรรมในบ้านอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน เป็นหนังที่ครบเครื่องทั้ง ดราม่า ชีวิตคู่และความสัมพันธ์ แอ็คชัน ความเร็วในการสแต็กแก้วแบบดุเดือด และ ตลกกับมุขตลกและจังหวะที่เหนือความคาดหมาย 9. Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) 2026 "Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)" เล่าเรื่อราวชีวิตผู้คนผ่านตัวละครที่อยู่ในตำแหน่ง “HR” ของบริษัท จากที่ในชีวิตจริงของเราเอง สิ่งที่เราคุ้นเคยก็คือได้ฟังเพื่อนพ้องน้องพี่เล่าให้ฟังว่ากำลังจะไปสัมภาษณ์งาน หรือไปสัมภาษณ์งานกับ HR มาไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร บางคนก็บ่นว่า HR ดุ บางคนก็ว่าโคตรกวนนน ต่าง ๆ นานา กันไป แต่ภาพรวมทำให้รู้สึกได้ว่า HR ดูจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนที่ไปสมัครงานสักเท่าไหร่ และหนังได้เล่าในมุมกลับ บอกให้รู้ว่า HR คิดอย่างไรในการเป็นผู้รับสมัครงาน สัมภาษณ์ผู้คน เพื่อประเมินทัศนคติของแต่ละคนว่าเหมาะสมที่จะเป็นพนักงานของบริษัทหรือไม่ รวมทั้งยังต้องทำหน้าที่ต่อรองเรื่องเงินเดือน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับบริษัทสูงสุด และขณะเดียวกัน HR ก็ต้องรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในวันที่พนักงานลาออกจากบริษัท เรามีโอกาสได้มองโลกแห่งความเป็นจริงผ่านภาพยนตร์ "Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)" ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยความเป็นจริงที่ว่าปี 2026 ยอดเด็กเกิดใหม่ในไทย ต่ำที่สุดในรอบ 75 ปี ซึ่งเราสามาถตั้งคำถามได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และ “เฟรน” (เอิงเอย ประภามณฑล) ที่มีตำแหน่ง "HR" ในวันที่ตั้งครรภ์ จากที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานก็เริ่มเงยหน้าขึ้นมามองว่าเวลานี้สังคมรอบตัวเป็นอย่างไร โลกกำลังเป็นไปอย่างไร แท้จริงแล้วกำลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหน เมื่อเริ่มต้นตั้งคำถาม ก็เริ่มตอบตัวเองได้ว่าไม่ใช่สถานการณ์ที่ดี และอีกคำถามหนึ่งก็ตามมาก็คือ ลูกควรที่จะอยู่ในสังคมแบบนี้จริง ๆ เหรอ "Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)" ตอบโจทย์การพยายามที่ใช้ชีวิตในสังคมที่แท้จริงแล้ว ก็เต็มไปด้วยความหลอน สยองในใจ ผ่านชีวิตของ "เฟรน” ที่ทำหน้าที่ "HR" มีหน้าที่สัมภาษณ์และ เฝ้าสังเกตพนักงานใหม่ให้ดีที่สุด ในที่ทำงานที่เธอรู้สึกอยู่ลึก ๆ ว่ามันโคตรห่วย แถมยังจะต้องทำหน้าที่ของแม่ที่ดีตามที่สามี แม่ และหมอให้คำแนะนำ และเชื่อวาเธอจะเป็นอย่างนั้น, “เทม” (เพชร เผ่าเพชร) สามีของเฟรน ผู้ซึ่งพยายามอย่างยิ่งที่จะเป็นคนดี เป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดี แม้รู้ว่าโลกมันอยู่ยาก แต่ก็ไม่ท้อที่จะสร้างครอบครัว, "เต้น" (อะตอม ชนกันต์) ทีมงานของเฟรนที่ยึดมั่นในระบบของบริษัทแบบสุดขั้ว และ “จิดา” (พิมมา PiXXiE) ที่ชีวิตต้องการงานสุด ๆ แม้ว่าจะถูกเอาเปรียบเรื่องเงินเดือน แถมยังมีเจ้านายสุดแย่อย่าง "อดทน" ภายใต้เงื่อนไขเดียวกับชีวิตจริง ๆ ของเราทุกคนที่ว่า เราทุกคนเกิดมาเป็นพนักงานใหม่ ในบริษัทที่มีชื่อว่า "โลก" โดยไม่ต้องสัมภาษณ์ แต่ต้องสู้ชีวิตให้ผ่านไปให้ได้ รวมถึงในวันหนึ่งข้างหน้าเมื่อมีลูก ที่ต้องมาเดินซ้ำบนเส้นทางเดียวกัน แล้วจะทำอย่างไรต่อไป? ทุก ๆ ผลงานของ "เต๋อ นวพล" แม้จะเป็นการสร้างภาพยนตร์ผ่านเรื่องราวที่อาจมองได้ว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปในชีวิตประจำวันก็เท่านั้น แต่ในเรื่องเหล่านั้น ก็ยากเกินกว่าที่่เราจะปล่อยผ่านไม่ย้อนคิด หรือคิดตาม ดังนั้นจึงต้องเข้าไปชมทุก ๆ ผลงานของเขา ในโรงภาพยนตร์ก่อนนะทุกคน แล้วจะได้รู้ว่าจากที่เล่ามาทั้งหมด "Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)" กำลังบอกอะไรเรา ขอบคุณภาพประกอบจาก GDH/Nawapol Thamrongrattanarit/ NAWAPOL THAMRONGRATTANARIT/ter_nawapol/BNK48 ภาพปก : ภาพที่1 ภาพที่2 ภาพประกอบ : ภาพที่1 ภาพที่2 ภาพที่3 ภาพที่4 ภาพที่5 ภาพที่6 ภาพที่7 ภาพที่8 ภาพที่9 ภาพที่10 ภาพที่11 ภาพที่12 ภาพที่13 ภาพที่14 ภาพที่15 ภาพที่16 ภาพที่17-20 ภาพที่21 ภาพที่22 ภาพที่23 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !