รีเซต

รีวิวหนัง “สัปเหร่อ 2” ออกสำรวจโลกหลังความตาย สุดจะเจิดจรัสฉบับไทบ้านสไตล์

รีวิวหนัง “สัปเหร่อ 2” ออกสำรวจโลกหลังความตาย สุดจะเจิดจรัสฉบับไทบ้านสไตล์
Jeaneration
11 กุมภาพันธ์ 2569 ( 11:00 )
661

หลังจากที่สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ให้กับวงการหนังไทยอย่างน่าเหลือเชื่อ กวาดรายได้ระดับ 800 ล้านบาททั่วประเทศ ยกระดับจักรวาลหนังบ้าน ๆ กลายเป็นอีกเฟรนไชส์คุณภาพที่มีแฟนหนังหนาแน่น และถึงเวลาที่จะกลับสานต่อความสำเร็จอีกครั้งในปีนี้กับสัปเหร่อ 2 ภาคต่อหนังชีวิตกับความตายที่แสนคมคาย ถ้าหากว่าภาคแรกเป็นการจมปลักอยู่กับความทุกข์จากความสูญเสีย ภาคนี้ก็น่าจะเป็นความทะเยอทะยานสู่โลกหลังความตายที่ยกระดับขึ้นได้จัดจ้านขึ้นไปอีกเลเวล

การจากลา..คือความจริง ที่บ่มีไผอยากยอมรับ หลังการจากไปของ ใบข้าว และ  สัปเหร่อศักดิ์ ชีวิตของผู้คนในหมู่บ้านค่อย ๆ กลับสู่ความปกติ จนวันที่ ยายจ่อย ถูกฟ้าผ่าตายอย่างกะทันหัน ก่อนจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ เหตุการณ์เหนือธรรมชาตินี้ ทำให้ ธูป ชายหนุ่มผู้ยังจมอยู่กับความสูญเสียของคนรัก เริ่มเชื่อว่าการกลับมาของยายจ่อย อาจซ่อนความลับ และเป็นกุญแจสำคัญสู่โลกหลังความตายที่เขาเฝ้าตามหามาตลอด

จักรวาลไทบ้าน..เล่นกับใจคนดูอีกครั้งได้สำเร็จ การกลับมาของสัปเหร่อในภาคต่อครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสานต่อเรื่องราวที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่กลับเติมเต็มมิติต่าง ๆ ให้กับหลายคาแรกเตอร์ตัวละครได้อย่างมีเสน่ห์ พร้อมกับการแตะต้องประเด็นความเป็นความตาย รวมทั้งความเขื่อแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ยังก้ำกิ่งระหว่างความเป็นจริงกับโลกแฟนตาซีได้อย่างกลมกล่อม ซึ่งจังหวะจะโทนในภาค 2 นี้ ยังรักษาอรรถรสได้จัดจ้านอีกเช่นเคย

กองขยะหน้าต้นไม้ หรือ “ต้องเต ธิติ” ยังคงรับหน้าที่ดูแลงานกำกับและเขียนบทหนัง สัปเหร่อ 2 เหมือนเคย ในแง่ฝีมือการกำกับและการรังสรรค์งานสร้าง ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงเลย เพราะเขากับทีมงานและทีมนักแสดงต่างรู้จักเข้าขากันเป็นอย่างดี ในลักษณะที่มองตาก็รู้ใจ ดีไซน์งานโปรดักชันออกมาทิศทางไหนก็ลื่นไหลด้วยดีไปตลอดทั้งเรื่อง โดยยังคงเก็บรักษาความเป็นธรรมชาติแบบไทบ้านเอาไว้ได้อย่างทรงเสน่ห์

แต่จุดเด่นที่น่าเชิดชูมาก ๆ ของสัปเหร่อ 2 ก็คือบทหนัง ที่ถือว่าภาคนี้เป็นการยกระดับขึ้นจากภาคแรกได้อย่างมีศักดิ์ศรี เพราะมาพร้อมกับประเด็นสุดเหลือจะเชื่อ ที่เป็นการแตะต้องเส้นเรื่องที่มีเส้นบาง ๆ ระหว่างความจริงกับความเชื่อ บนพื้นฐานของสติการยั้งรู้ของมนุษย์เป็จุดหนุนนำเรื่องราว ที่ทำให้พล็อตเรื่องในภาคนี้ ดูเหมือนจะเป็นการแยกสัดส่วนเรื่องราวเดียวกันออกมาเป็น 2 ก้อนที่ขมวดปมเข้าหากันได้อย่างชวนประทับใจ

การเล่นประเด็นตายแล้วฟื้นคืนชีพอีกครั้ง เป็นข่าวชวนพิลึกที่มักปรากฏให้เห็นอยู่บางครั้งในหน้าข่าว นี่คือสิ่งที่ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์และอธิบายได้อย่างขัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ สัปเหร่อ 2 ก็ได้เลือกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่ย่อยง่ายและบริโภคง่าย สมกับตัวแทนชาวบ้านทั่วไป ที่ตกผลึกออกมาเป็นกิมมิกเรื่องราวที่กำลังพอเหมาะพอเจาะ และสอดแทรกไปด้วยปมชีวิตที่ถักถอได้อย่างอบอุ่นประทับใจยิ่งนัก

ในขณะที่อีกประเด็นที่หนังหยอดใส่เข้ามาในภาคนี้ ที่ฟังดูอาจจะทะเยอทะยานไปสักนิด กับการตามหาและสำรวจโลกหลังความตาย ที่ก็นับว่าเป็นสิ่งที่เต็มไปด้วยทฤษฎีต่าง ๆ ผ่านข้อมูลและหลักฐานมากมาย แต่กลับยังไม่มีการยืนยันได้แน่ชัด เพราะยังไม่เคยมีใครที่ตายไปแล้วกลับมาบอกเล่าได้ว่า..พื้นที่ตรงนั้นเป็นอย่างไร และรู้สึกอย่างไร กลิ่นอายของเส้นเรื่องนี้อาจจะคล้ายกับภาคแรก แต่สามารถทุ่มลงน้ำหนักได้หนักแน่นยิ่งขึ้นกว่า

องค์ประกอบงานสร้างใน สัปเหร่อ 2 ก็ไม่รู้จะติอะไร เพราะถ้าคนที่เสพย์งานจักรวาลไทบ้าน ก็น่าจะทราบถึงมาตรฐานและพื้นฐานของเฟรนไชส์นี้ดี ถึงจะเป็นงานโปรดักชันแบบบ้าน ๆ แต่บอกได้เลยว่ายิ่งสร้างยิ่งคุณภาพคับจอ เพราะหนังยังคงมอบงานดีไซน์สวย ๆ ผ่านมุมกล้องและมุมภาพที่สวยเกินต้านออกมาในหลายมุม อีกทั้งยังลงตัวไปด้วยการสร้างบรรยากาศด้วยวิธีอบอวลด้วยเสียงที่ลึกซึ้งกินใจ ปล่อยได้ตรงจังหวะบาดใจคนดู

และแน่นอนว่าไฮไลต์ของจักรวาลหนังแห่งนี้ ก็คือเสน่ห์ของทีมนักแสดง ที่แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ยังอัดแน่นไปด้วยอรรถรสการแสดงแบบกำลังดีครบทุกรส แม้จะไม่ใช่การแสดงครั้งแรก แต่นี่เป็นการนำแสดงอย่างเต็มตัวเรื่องแรกของ “โจอี้ ภูวศิษฐ์” ที่เขาสามารถแสดงศักยภาพออกมาให้ผู้ชมได้เห็นได้แล้วว่า…เป็นนักแสดงก็ทำได้ดีเหมือนกัน บทส่งคน คนส่งอินเนอร์​ อินเนอร์ส่งถึงคนดูแบบเต็ม ๆ นี่คือบทบาทที่ค่อนข้างจะหินไม่น้อย สำหรับนักแสดงที่ยังไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก แต่เขาก็พยายามเต็มที่ที่เอื้อมแตะไปถึงจุดที่น่าประทับใจ

ทางด้านทีมดาราไทบ้านตัวตึงตัวจี๊ด ก็ยังออกรสชาติได้เต็มเปี่ยม “ตาต้าร์ ชาติชาย”​กับ “เน็ค นฤพล” ยังรับหน้าที่เป็นตัวเชื่อมของหนังได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเปี่ยไมปด้วยคุณภาพอีกครั้ง เป็นทั้งสีสันที่ทำให้หนังสนุก และเป็นตัวตึงในดึงอารมณ์ให้กับหนังได้ในหลาย ๆ ซีน เช่นเดียวกับ “ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ” กับ “”เฟิร์ส ธนาดล” ทั้งคู่ได้กลายเป็น จ่าลอด กับ มืด อย่างสมบูรณ์แบบ ประหนึ่งว่าเป็นพี่น้องกันไปจริง ๆ เสียแล้ว ซึ่งในหนังเรื่องนี้ก็มอบพื้นที่และซีนสุดสตรองให้พวกเขาได้ละเลงได้อย่างเต็มที่

แต่ตำแหน่ง MVP สุดสยอสีสันทางการแสดงใน สัปเหร่อ 2 เรื่องนี้ ก็ต้องยกให้กับ “คุณยายจ๋อย บุญเทา” กับการแสดงที่จ้างมาร้อย แต่เล่นให้ระดับล้าน เธอคือตัวละครอันทรงเกียรติและเป็นกุญแจที่สำคัญที่สุดของหนังภาคนี้ มาพร้อมกับการแสดงอันเป็นธรรมชาติ น้อยแต่มาก เรียบแต่ว้าววว! กลายเป็นจุดศูนย์รวมอรรถรสแห่งอารมณ์ของผู้ชม ที่มอบทั้งความสุขด้วยรอยยิ้ม และปาดน้ำตาด้วยความประทับใจ เป็นการแสดงที่น่าประทับใจ จนอยากจะลุกขึ้นปรบมือให้กับยายบุญเทา

โดยสรุปภาพแล้ว สัปเหร่อ 2 กลายเป็นหนังภาคต่อที่สามารถยกระดับคุณภาพได้ดีขึ้นในทุก ๆ ด้านอย่างไร้ข้อกังขา บทหนังที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่กลับเต็มไปด้วยมิติหลากหลายและน้ำหนักที่หนักแน่น ชนิดที่แทบจะยังไม่เคยมีหนังไทยเรื่องไหนทำได้แบบนี้มาก่อน งานโปรดักชันต่าง ๆ ไม่ต้องห่วง รักษามาตรฐานงานสร้างระดับไทบ้านเอาไว้ได้แน่นปึ้ก หรืออาจจะบียอนด์พัฒนาขึ้นได้กลมกล่อมด้วยซ้ำ ยิ่งมาพร้อมกับทีมนักแสดงที่เล่นเข้าขากันเป็นธรรมชาติสไตล์ตลอดทั้งเรื่องแล้ว บอกเลยว่า...จักรวาลแห่งนี้จะยังเป็นที่โปรดปรานของผู้ชม และน่าจะดำเนินไปต่อได้อีกยาวเลย

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง สัปเหร่อ 2

  • ประเภท: ดรามา / สยองขวัญ
  • ผู้กำกับ: ธิติ ศรีนวล
  • นำแสดงโดย: ภูวศิษฐ์ อนันต์พรสิริ, ชาติชาย ชินศรี, นฤพล ใยอิ้ม
  • ความยาว: 127 นาที
  • กำหนดฉายในไทย: 12 กุมภาพันธ์ 2026

Movie.TrueID METRIC: สัปเหร่อ 2

  • ภาพรวม
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.1/10)
  • การเล่าเรื่อง
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.3/10)
  • การแสดง
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.0/10)
  • เทคนิคงานสร้าง
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.0/10)
  • บทภาพยนตร์
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.8/10)

-------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa