รีเซต

บิ๊กเนมของฮอลลีวู้ด รวมพลังเล่าความจริงให้โลกได้ยินเสียงของเธอใน "The Voice of Hind Rajab"

บิ๊กเนมของฮอลลีวู้ด รวมพลังเล่าความจริงให้โลกได้ยินเสียงของเธอใน "The Voice of Hind Rajab"
Jeaneration
6 มีนาคม 2569 ( 19:30 )
30

 อีกสิ่งหนึ่งที่นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากที่เกิดกับ The Voice of Hind Rajab  ก็คือการที่หนังเรื่องนี้มีเหล่าคนดังจำนวนมากในวงการภาพยนตร์ ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้หนังเรื่องนี้ได้รับการจัดจำหน่าย ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์กระแสหลักและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งได้ง่ายขึ้นรวมถึงได้เข้าฉายในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งในระยะหลังนี้ถูกวิจารณ์ในวงกว้างว่าสตูดิโออเมริกัน ไม่จัดจำหน่ายภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับปาเลสไตน์เนื่องจากกลัวผลกระทบด้านการเมือง แต่สำหรับเรื่องนี้มีทั้ง Brad Pitt, Joaquin Phoenix, Rooney Mara,Jonathan Glazer, Alfonso Cuarón และ Spike Lee มีชื่อดำรงตำแหน่ง Executive Producers (ผู้อำนวยการสร้างบริหาร) ในโปรเจกต์เดียวกัน ซึ่งการที่เหล่าคนดังเอาชื่อของพวกเขามารับประกันหนังเรื่องนี้เป็นเพราะทุกคนอยาก ช่วยให้หนังถูกมองเห็นในวงกว้าง และสร้างความน่าเชื่อถือ และช่วยเหลือในเรื่องเงินทุน ยกตัวอย่างการที่มี Brad Pitt และบริษัท Plan B ของเขาเข้ามาถือเป็นการรับประกันคุณภาพและช่วยให้หนังเข้าถึงเทศกาลภาพยนตร์ ระดับโลกจนสามารถคว้ารางวัลเทศกาลหนังเวนิส และเทศกาลอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงจุดยืนเชิงจริยธรรมอย่างเช่น Jonathan Glazer (ผู้กำกับThe Zone of Interest) และ Joaquin Phoenix พวกเขาเคยออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับวิกฤตในฉนวนกาซาอย่างชัดเจนการสนับสนุนหนังเรื่องนี้จึงเป็นการตอกย้ำอุดมการณ์ของพวกเขาผ่านงานศิลปะ

อย่างไรก็ตามไม่ว่าเหล่าคนดังจะเข้าร่วมโปรเจ็กนี้ด้วยเหตุผลอะไรแต่การการรวมตัว ครั้งนี้ก็ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ได้รับคำชมอย่างมากว่า โชคดีที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มีกลุ่มคนที่จะไม่เพิกเฉยต่อประเด็นที่ละเอียดอ่อน แต่ใช้สถานะของตนเป็นกระบอกเสียงให้ผู้ที่ไม่มีเสียงผ่านเรื่องราวของเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียว เพื่อสะท้อนภาพรวมของสงคราม ที่สร้างบาดแผลในใจให้คนทั้งโลกและหวังว่าในอนาคต ภาพยนตร์ที่เล่าปัญหาของคนเล็กๆในเรื่องอื่นจะได้รับโอกาสส่งเสียงแบบนี้ต่อเวทีโลก

เดิมพันด้วยความยินยอม

“ถ้าแม่ของฮินด์ไม่อนุญาต หนังเรื่องนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น"

สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้กำกับเคาเธอร์ เบน ฮาเนีย ยึดถือก่อนการสร้างภาพยนตร์เริ่มขึ้นก็คือการได้รับการยินยอมจาก วิสซัม ฮามาดา (Wissam Hamada)  แม่ของ ฮินด์ ราจาบ  ซึ่งหากทางครอบครัวให้การปฏิเสธเธอก็พร้อมจะล้มเลิกแผนการทุกอย่างทันที แต่ในที่สุดเมื่อได้ติดต่อไปแม่ของ ฮินด์ได้ให้การสนับสนุนการสร้างโดยหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะยุติสงครามได้เพื่อไม่ให้ผู้ใดต้องมาเจอกับเรื่องราวน่าเศร้าแบบนี้อีกต่อไป และผู้ที่ประสานงานให้เบน ฮาเนีย ได้คุยกับแม่ของฮินด์คือ 'รานา' (Rana) เจ้าหน้าที่จาก สมาคมเสี้ยววงเดือนแดง ซึ่งได้ถือสายคุยกับฮินด์อยู่นานหลายชั่วโมงในวันเกิดเหตุ 

"แม่ของฮินด์เป็นผู้หญิงที่วิเศษมากค่ะ เธอทั้งสง่างาม ฉลาด และมีจิตใจที่เมตตาอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่สายแรกที่คุยกัน ฉันพูดกับเธออย่างตรงไปตรงมาเลยว่า 'หนังเรื่องนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณต้องการให้มันเกิดเท่านั้น การตัดสินใจทั้งหมดอยู่ที่คุณค่ะ'

เธอเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับฮินด์ให้ดิฉันฟัง ทั้งตัวตน ความฝัน และเสียงหัวเราะ  ฉันสัมผัสได้ว่าการที่เธอแชร์เรื่องเหล่านี้กับดิฉัน คือความพยายามที่จะทำให้ลูกสาวยังมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่าความทรงจำเกี่ยวกับฮินด์จะไม่เลือนหายไป หรือกลายเป็นแค่หัวข้อข่าวที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป สุดท้ายครอบครัวของเธอทุกคนก็ให้การสนับสนุนและอนุญาตอย่างเต็มที่ เสียงของเธอที่เปี่ยมไปด้วยความเข้มแข็ง ความรักอันไร้ขีดจำกัด และความเจ็บปวดที่เกินจะบรรยาย ได้แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้"

The Voice of Hind Rajab ฮินด์ ราจาบ เสียงร่ำไห้จากกาซา วันนี้ ในโรงภาพยนตร์

-------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa