รีเซต

หญิงแย้ ร้อง! ต้องพักดั้ง แบนไป 6เดือน ปลื้มใจชาวเน็ตไม่ด่าซ้ำเติม

หญิงแย้ ร้อง! ต้องพักดั้ง แบนไป 6เดือน ปลื้มใจชาวเน็ตไม่ด่าซ้ำเติม
ข่าวสด
10 พฤศจิกายน 2564 ( 14:10 )
64

หญิงแย้ ร้อง! ต้องพักดั้ง แบนไป 6เดือน ปลื้มใจชาวเน็ตไม่ด่าซ้ำเติม

 

สาวสายศัลยกรรมตัวแม่ หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข เปิดใจกับ ข่าวสดบันเทิงออนไลน์ หลังจากทำจมูกซี่โครงเทียมแล้วติดเชื้อมีหนอง ต้องถอดออกโดยด่วน ซึ่งเธอเล่าถึงปัญหาที่ได้รับและฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้กับสาวๆ ที่คิดอยากจะทำควรศึกษาดีๆ พร้อมทั้งขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้

เล่าให้ฟังหน่อย ทำไมถึงติดเชื้อ?
"แย้อยู่กับจมูกเดิมมาประมาณ8ปี มันก็ไม่ได้รู้สึกแย่ เราก็เป็นคนหนึ่งที่อยากจมูกโด่งมากๆ แต่ของเดิมมันเตี้ย แล้วช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทางเกาหลีก็จะมีเทคนิคโอเพ่น หรือใช้ซี่โครงของเรา หรือใช้ซี่โครงเทียม หรืออะไรสารพัดต่างๆ ซึ่งมันฮิตมากในเกาหลีมาสักพัก จนกระทั่งมาฮิตในบ้านเราเยอะขึ้น เราก็เห็นคนประสบความสำเร็จในการทำ เราเลยอยากจะเป็นหนึ่งในคนที่สามารถยืดหนังจมูกของเราได้ อยากจะสวยนั่นแหละเอาง่ายๆ ก็เลยตัดสินใจแก้

แต่พอทำเสร็จของแย้มันติดเชื้ออักเสบมีหนองไหล ซึ่งมันเกิดได้หลายสาเหตุมากๆ แต่ของแย้มันจะเป็นประมาณ 2 ข้อหลักๆ ก็คือ 1.แย้สันนิษฐานเองว่า แย้แต่งหน้าเร็วจน เกินไป 4 วันก็แต่งแล้ว และ2.เป็นข้อสันนิษฐานที่ทางคลินิกเขาได้คิดไว้ให้ ก็คือเรื่องของกระดูกซี่โครงเทียม ก็คือมันไม่เหมือนซี่โครงของเรา มันจะเป็นวัสดุเลียนแบบธรรมชาติของเรา แต่อย่างไรก็ตามมันคือวัสดุสังเคราะห์ซึ่งร่างกายของมนุษย์ประมาณ 5 ถึง 10% คนที่ใช้ซี่โครงเทียมมันก็มีโอกาสติดเชื้อ แย้ก็เลยน่าจะเป็นหนึ่งใน 5 ถึง 10% นั้นที่ติดเชื้อ

แย้ทำมาได้ประมาณ4-5 วัน คือเงยหน้าทำความสะอาดแผล ก็จะเห็นเลยว่าผนังกั้นจมูกฝั่งขวามันบวมออกมา มันก็ออกมาถึงขั้นว่าต้องหายใจทางปาก มันบวมจนทำให้ทางเดินหายใจมันตีบ แต่ข้างหนึ่งจะปกติ แต่ปกติเราก็จะชินด้วยการหายใจสองรูจมูกของเรา และเราก็ได้แจ้งทางคลินิกไว้แล้วแหละ แต่เราก็คิดว่ามันก็อาจจะเป็นการบวมปกติละมั้ง เราก็เข้าใจว่ามันเป็นการบวมธรรมดา
พอเวลาผ่านไป ครบ 14 วัน แย้ไปตัดไหม พยาบาลเขาก็ทำความสะอาดและระหว่างทำความสะอาดอยู่นั้น หนองมันปรี๊ด หนองมันปรี๊ดออกมา เป็นหนองผสมเลือด ก็เลยรู้ว่าเรียบร้อยแล้ว ติดเชื้อแน่ๆ หมอก็เลยทำการรักษาโดยให้แย้ไปฉีดยาฆ่าเชื้อทุกวัน เป็นเวลา7วัน แล้วก็กินยาฆ่าเชื้อ แล้วก็รอดูอาการว่ามันเป็นยังไง

ซึ่งหลังจากที่แย้ให้ยาฆ่าเชื้อไปประมาณ 2-3 วัน มันดีขึ้นเยอะมาก อันที่มันบวมอยู่คือยุบไปเลยแห้งสนิท แต่อาการหนองไหลมีอยู่ประมาณ 2 วันหลังจากให้ยาฆ่าเชื้อ หลังจากนั้นก็คือไม่มีเลย อาการก็ดีขึ้นดีขึ้น จนกระทั่งเรามีความรู้สึกว่าเราเอาชนะมันได้ แต่สุดท้ายแล้วเราได้ไปปรึกษารุ่นพี่ที่เป็นแก๊งหมอพลาสติกหมอศัลยกรรมต่างๆ รวมไปถึงทางคลินิกก็ได้ไปปรึกษาทีมแพทย์เขาเหมือนกัน ก็สรุปได้ว่าต้องเอาออก

ถึงแม้ว่าตอนนี้จะหายดีแล้วไม่มีปัญหาอะไรก็ต้องเอาออกเพราะว่าในจมูกมันยังมีซี่โครงเทียมอยู่ ซึ่งดูจากภายนอกมันอาจจะไม่อักเสบแล้ว แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่แย้กลับไปกินปลาร้าหรือไปดื่ม ร่างกายอ่อนแอ นอนน้อยมันมีสิทธิ์ที่จะอักเสบและปะทุขึ้นมาได้เสมอ

แล้วหากมันเกิดเป็นเชื้อโรคที่ไม่ดีมันก็จะทำให้เนื้อเยื่อของเราถูกทำลายไปด้วย ทีนี้จมูกเราภายนอกมันก็จะเริ่มผิดรูปเสียโฉม คลินิกก็ไม่ยื้อบอกกับเราอย่างจริงใจว่าถึงแม้จะหายแล้วดูภายนอกสวยแล้วไม่บวมเลย แต่เอาออกเถอะค่ะเพื่ออนาคตของจมูกเราเองด้วย เราก็นับถือใจคลินิกที่เขาไม่เลี้ยงไข้เราไว้ ไม่รอรีวิวของเราจนสวยแล้วไปแอบเอาออกทีหลัง แต่สุดท้ายเขาก็มีจรรยาบรรณพอที่เขาจะไม่ทิ้งจมูกเราให้เกิดปัญหาขึ้นมาใหญ่ เลยจบที่ตัดสินใจว่าเอาออกก็ได้ค่ะ ซึ่งทุกคนก็ยินดีที่ตัดสินใจเอาออก

จริงๆ เคสแบบแย้มีค่อนข้างเยอะ แต่บางทีหมอก็ยื้อคนไข้ หรือคนไข้เองก็เสียดายไม่อยากเจ็บไม่อยากเอาออก มีเยอะแยะ แย้ว่ามันก็เป็นบทเรียนให้กับใครหลายๆ คนได้แล้ว สำหรับคนที่จะผ่าตัดเสริมจมูกแล้วมีวัสดุอื่นๆ ที่ไม่ใช่จากในร่างกายของเรา แต่ถามว่ามันมีเคสที่อักเสบติดเชื้อแล้วหายไหมมันก็มี แต่ส่วนใหญ่แล้วคนที่เคยอักเสบติดเชื้อ แล้วสักวันหนึ่งมันก็จะกลับมาปะทุอีกครั้งในวันที่ร่างกายเราอ่อนแอสู้กับเชื้อโรคไม่ได้ บางคนทนกินยาฆ่าเชื้อนานๆ อันนี้ก็บอกเลยว่าอันตรายต่อสุขภาพของเรา ถ้าใครที่เจอเคสติดเชื้อแบบนี้ก็อย่าไปดื้ออย่าไปฝืนก็ทำตามที่แพทย์บอก ให้เอาออก"

 

ต้องพักจมูกนานแค่ไหน?
"แย้ต้องดั้งแบนแบบนี้ไปประมาณ 6 เดือน เขาบอกว่าประมาณ 3 ถึง 6 เดือน แต่ว่าแย้ขอดูสถานการณ์ก่อนว่าร่างกายเราเป็นยังไงบ้าง แต่ว่าตอนนี้แย้รู้สึกว่าตัวเองเฮลตี้มาก ปกติไม่ค่อยกินข้าวเช้า ก็จะกินแต่เช้า จะต้องติดดื่มก่อนนอน ตอนนี้ก็ไม่ดื่มเลย กลายเป็นคนเฮลตี้ หน้าก็แต่งไม่ได้ก็เหมือนได้ดีท็อกซ์พักผิว"

ความรู้สึกแรกที่เรารู้ว่าติดเชื้อเป็นยังไง หรือเคยมีประสบการณ์การติดเชื้อหลังศัลยกรรมมาก่อนหรือเปล่า?
"ไม่เคยมีประสบการณ์ในการติดเชื้อมาก่อนค่ะ อันนี้เป็นครั้งแรก แล้วตอนแรกที่รู้คือหมอยังไม่บอกด้วยซ้ำว่าติดเชื้อ แต่เรารู้เพราะว่ามันมีหนองไหล แล้วเราก็เคยมีเพื่อนที่เขาเคยมีปัญหาแบบนี้จนกระทั่งไปเอาจมูกออก เราก็รู้อนาคตเราแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา คือร้องไห้ค่ะ คือร้องไห้หนัก ไปประมาณ 2-3 ครั้ง พอเราปล่อยให้น้ำตามันไหลตามหัวใจตามอารมณ์เราไปแล้ว เราก็เริ่มได้สติเราก็เริ่มเอาสมองเรามานั่งคิดต่อว่าฉันจะต้องจัดการกับความรู้สึกยังไง จะต้องจัดการกับชีวิตยังไง
เพราะจริงๆ แล้วอ่ะ แย้ก็มีงานที่จะต้องทำ ซึ่งทุกอย่างเราก็ต้องเลื่อนลูกค้าหมด เราก็ต้องกลับมาตั้งสติ เคลียร์คิวงานตัวเอง แก้ปัญหาแล้วก็มีสติมากขึ้น แล้วก็อยากจะใช้ประสบการณ์ที่ไม่ดีตรงนี้เป็นบทเรียนในการเตือนคนอื่นในเรื่องของศัลยกรรม ไม่ใช่แต่กับคนที่จะไปทำ แต่ก็เตือนไปถึงทางโรงพยาบาลทางคลินิกหรือทางคุณหมอด้วย

อะไรก็ตามที่เป็นนวัตกรรมที่ใหม่มาก อย่างเช่นซี่โครงเทียม ซึ่งแย้ก็เพิ่งทราบเหมือนกันว่าโอกาสที่มันจะติดเชื้อก็คือ 5 ถึง 10% ซึ่งมันเยอะ สัก 100 คน 10 คนติดเชื้อ คือมันก็ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อยู่แล้ว ดังนั้นใครที่จมูกสวยอยู่แล้วหรือไม่ได้มีปัญหาอะไรนักก็อย่าหาทำนะจริงๆ
สมมติว่าเราแก้จมูกเราอาจจะสวยขึ้นมาอีก 2% แต่ว่าเราอ่ะมีความเสี่ยงที่จะสวยน้อยลง มีความเสี่ยงที่จะเกิดแผลภายใน เป็นผังผืดทำให้จมูกผิดรูปได้ในอนาคต ใครก็ตามที่แก้จมูกเยอะๆ อนาคตส่วนใหญ่มักจะมีปัญหา แนวทางการรักษาของแย้หลังจากจมูกเริ่มดีขึ้นก็ต้องทำการนวดผังผืด เพื่ออนาคต 6 เดือน แย้สามารถใส่ซิลิโคนมีจมูกสวยๆ ได้"

แอบคิดเสียดายไหมว่าไม่น่าทำเลย?
"แย้ถือว่ามันผ่านไปแล้ว ถ้าเรามัวแต่ไปโทษตัวเองในอดีต เราจะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เราจะจมอยู่กับอดีต รู้สึกว่าทำไม รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น แล้วเราแก้ไขไม่ได้ ดังนั้นเราควรทำประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเราให้ได้มากที่สุด เช่นสอนคน เพราะว่าคนมาถามในแมสเสจเยอะว่าอาการอักเสบเป็นยังไงบ้าง เพราะว่าอยากรู้ว่าของตัวเองอักเสบด้วยหรือเปล่า เพราะว่าจากประสบการณ์ แย้ก็คิดว่าแย้มีประสบการณ์มากพอสมควรที่จะให้ความรู้คนได้นะ ในฐานะผู้ป่วย

สำหรับใครที่ประสบปัญหาในเรื่องของศัลยกรรมก็อยากให้ทุกคนตั้งสติแล้วก็ศึกษาหาความรู้ข้อมูลเยอะๆ เพราะว่าบางทีเราไม่รู้ว่าทางคลินิกเขาจะจริงใจกับเราด้วยหรือเปล่า แย้เชื่อว่าสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน ทุกคนพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเหมือนที่ทุกวันนี้แย้ก็ได้ความช่วยเหลือจากคนหลายคน และอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือกำลังใจจากคนรอบข้าง คือแย้ได้กำลังใจจากคนรอบข้างดีมาก จากญาติพี่น้อง คุณพ่อคุณแม่ จากแฟนจากเพื่อน ทุกคนส่งกำลังใจมาดีมาก และที่สำคัญคือชาวโซเชี่ยล ตอนแรกแย้คิดว่าจมูกแย้มีปัญหาแบบนี้ต้องมีคนด่าแน่เลย จมูกเน่าสมน้ำหน้า เสพติดศัลกรรม ทำเยอะ นู่น นี่ แต่ปรากฏว่าเราอ่านคอมเมนต์ดูส่วนใหญ่เกิน 90% ให้กำลังใจเราทั้งนั้น เลยทำให้เราสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ในแต่ละวัน"