รีเซต

ปิดตำนาน "โรเบิร์ต ดูวอลล์" จาก The Godfather เสียชีวิตแล้วใน 95 ปี

ปิดตำนาน "โรเบิร์ต ดูวอลล์" จาก The Godfather  เสียชีวิตแล้วใน 95 ปี
TNN ช่อง16
17 กุมภาพันธ์ 2569 ( 13:45 )
11

วงการฮอลลีวูดร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ โรเบิร์ต ดูวอลล์ (Robert Duvall) นักแสดงระดับตำนานเจ้าของรางวัลออสการ์ ผู้สร้างชื่อจากบทบาท "ทอม เฮเกน" ทนายความประจำตระกูลมาเฟียในภาพยนตร์คลาสสิก The Godfather โดยเขาได้เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ขณะมีอายุได้ 95 ปี

ภรรยาเผย "บ็อบ" ทุ่มเทให้กับจิตวิญญาณมนุษย์ในทุกบทบาท

ลูเซียนา ดูวอลล์ ภรรยาของเขาได้แจ้งข่าวเศร้าผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว แม้จะไม่ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ แต่เธอได้ระลึกถึงความสำเร็จของสามีว่า "ในทุกบทบาท บ็อบทุ่มเทให้กับตัวละครและความจริงแท้ของจิตวิญญาณมนุษย์ที่ตัวละครเหล่านั้นเป็นตัวแทน"

เส้นทางเกียรติยศ: จากบทสมทบสู่เจ้าของรางวัลออสการ์

ตลอดอาชีพการแสดงที่ยาวนาน โรเบิร์ต ดูวอลล์ ปรากฏตัวในภาพยนตร์เกือบ 100 เรื่อง และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 7 ครั้ง โดยผลงานที่ส่งให้เขาคว้า รางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม คือเรื่อง Tender Mercies (2526) ในบทนักร้องคันทรีผู้ตกอับ

ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ โรเบิร์ต ดูวอลล์:

  • The Godfather (1972): รับบท ทอม เฮเกน ที่ปรึกษา (Consigliere) ผู้สุขุมของตระกูลคอร์เลโอเน
  • Apocalypse Now (1979): รับบท พันโทบิล คิลกอร์ นายทหารจอมเพี้ยนผู้หลงใหลการเล่นเซิร์ฟกลางสมรภูมิ
  • To Kill a Mockingbird (1962): ผลงานแจ้งเกิดในบท "บู แรดลีย์" ชายลึกลับผู้สันโดษ
  • The Apostle (1997): ผลงานที่เขาเขียนบท กำกับ และแสดงนำเองจนได้ชิงออสการ์

จากเด็กหนุ่มนิวยอร์กสู่คาวบอยผู้หลงใหลแทงโก้

ดูวอลล์เติบโตในครอบครัวทหารเรือ ก่อนจะย้ายไปนิวยอร์ก

เพื่อสานฝันการเป็นนักแสดง โดยในช่วงเริ่มต้นเขาเคยเป็นรูมเมทกับ ดัสติน ฮอฟฟ์แมน และเป็นเพื่อนสนิทกับ จีน แฮ็กแมน ซึ่งต่อมาทั้งสามกลายเป็นนักแสดงระดับแถวหน้าของโลก

นอกจากฝีมือการแสดงบทดราม่า ดูวอลล์ยังเชี่ยวชาญในบทคาวบอยและมีความหลงใหลในวัฒนธรรมอาร์เจนตินาเป็นอย่างมาก เขาใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายสลับไปมาระหว่างลอสแอนเจลิส อาร์เจนตินา และฟาร์มในรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเขาได้ดัดแปลงโรงนาให้เป็นห้องเต้นรำสำหรับจังหวะแทงโก้ที่เขาชื่นชอบ

การจากไปของ โรเบิร์ต ดูวอลล์ ถือเป็นการสูญเสียบุคลากรคุณภาพที่ทิ้งมรดกทางภาพยนตร์อันล้ำค่าไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป