กลับมาอีกครั้งสำหรับ Book Review ในวันนี้ เราเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือหลากหลายมาก ทั้งปรัชญา จิตวิทยา การทำธุรกิจ หรือธรรมมะ ซึ่งหลายต่อหลายครั้งการอ่านหนังสือช่วยเปลี่ยนมุมมองความคิด ทัศนคติต่อการมองโลกที่เปลี่ยนแปลงไป มันกว้างขึ้น เข้าใจอะไรได้มากขึ้น โดยที่อาจจะไม่จำเป็นต้องไปสัมมนาเลยด้วยซ้ำ และส่วนใหญ่หนังสือที่เราซื้อเวลาเก็บไว้นาน ๆ เอากลับมาอ่านอีกที หนังสือเหล่านั้นยังเอากลับมาปรับใช้กับโลกในยุค 2020 ได้เป็นอย่างดี เพราะแนวคิดบางอย่างมันยังเป็นสิ่งที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ปัญหาและความต้องการยังคงอยู่เหมือนเดิม และนั้นก็คือที่มาของการหยิบยกหนังสือเล่มหนึ่ง ที่เป็นหนังสือในตำนานและไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ทุกอย่างในหนังสือยังคงใช้ได้กับปัจจุบัน เหมือนพาเราไปสู่ Future ได้เสมอ หนังสือเล่มนั้นคือ " Future ปัญญาอนาคต" เครดิตภาพ กุลธิดา แสงงาม นักเขียน หนังสือเล่มนี้เป็นของคุณ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา เจ้าของสำนักพิมพ์ Openbooks ที่ผลิตหนังสือดี ๆ ออกมากมาย โดยหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ทำให้เราเปิดโลกกว้างในการเรียนรู้เรื่องราวรอบตัวเป็นครั้งแรกอีกด้วย เพราะปกติไม่ชอบอ่านหนังสือข่าวสาร ความรู้รอบตัวมากนัก เพราะบอกตรง ๆ ว่า รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ และไม่น่าสนใจเอาซะเลย จนเมื่อมีโอกาสได้ติดตามนักเขียนในดวงใจท่านหนึ่งได้หยิบยกเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้มารีวิว มันจึงเหมือนเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้ตัวเองในการศึกษาความเป็นไปของโลกรอบตัวนี้เอง เครดิตภาพ กุลธิดา แสงงาม นักเขียน หนังสือ Future เป็นหนังสือที่หยิบยกเอาเรื่องราวรอบตัว ใกล้ตัว และในตัวเรามาเรียงร้อยเป็นเรื่องราวที่ทำให้เราต้องเอาย้อนกลับถึงความคิด จิตใจภายในตัวเรา สิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อ คือการที่แม้โลกภายนอกจะวุ่นวาย ทันสมัยไปซัก 10-20 ปีแค่ไหน หากเรายังไม่รู้จักตัวตนภายในเราอย่างดีพอ ไม่รู้จุดแข็ง จุดอ่อน หรือรู้จักตัวแล้วละก็ เราจะไม่สามารถปรับตัวให้กับอนาคตที่มันจะเข้ามาถึงอย่างแน่นอน เครดิตภาพ กุลธิดา แสงงาม นักเขียน ภายในหนังสือยังมีการยกตัวอย่างของเรื่องราวรอบตัว ทั้งประเทศสิงคโปร์ และการมองโลกของเติ่ง เสี่ยว ผิ่ง และเรื่องราวในอดีตที่จะส่งผลไปถึงอนาคต ภาษาที่ใช้อ่านง่าย เข้าใจได้ทันที ด้วยสำนวนการเขียนของคุณภิญโญ ที่ทำให้อ่านได้เข้าใจง่าย แม้ชื่อหนังสือและหน้าปกจะดูเป็นหนังสือปรัชญา แต่สำหรับเรา มันคือหนังสือความรู้รอบตัว ที่จะพาเราเข้ามาสู่โลกรอบกายและรอบใจของเราได้เป็นอย่างดีเนื้อหาภายในจะแบ่งเป็นตอน ๆ เหมือนการอ่านเรื่องสั้นที่ไม่มีวันเบื่อ จะมีทั้งหมด 11 เรื่อง โดยแต่ะเรื่องนั้น จะมีการหยิบยกตัวอย่างต่าง ๆ มาอธิบายเพื่อให้เราเข้าใจและเห็นภาพตามสถานการณ์นั้น ๆ ได้ดี แต่เรื่องที่เราชอบมากที่สุดและได้นำมาปรับใช้กับตัวเองเสมอคือเรื่องของWhat are your Strengths ภาพถ่ายโดย Kelvin Valerio จาก Pexels https://www.pexels.com/th-th/photo/810775/ โดยบบทนี้พูดถึงเรื่องของการเข้าใจตัวเองทั้งในเรื่องของจุดแข็ง จุดอ่อนของตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยการถามเพื่อนสนิทหรือแม้กระทั่งการใช้วิธีการทางพุทธศาสนาที่สอนให้มีสติอยู่กับตัวเองตลอดเวลาว่าสิ่งใดที่เราทำได้ดี สิ่งได้ที่เราประสบความสำเร็จ รวมไปถึงสิ่งใดที่เราทำไม่ได้ดี ไม่ถนัด ก็ให้พิจารณาตัวเองแล้วเอาเวลาไปมุ่งโฟกัสกับสิ่งที่เราถนัดและเป็นจุดแข็งจะดีกว่า ซึ่งในยุคที่มีข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาแบบนี้มันจะทำให้เราโน้มเอียงหรือไหลไปตามค่านิยมหรือวิธีคิดบางอย่างที่ทำให้เราหลงลืมถามใจของตัวเองไปว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้ "เราชอบมันจริง ๆ ไหม ? และทำมันได้ดีหรือเปล่า? " ซึ่งการได้อ่านบทนี้ ทำให้เราได้คิดทบทวนและเอาคำถามในเรื่องนี้มาถามตัวเองอยู่เสมอทุกครั้ง เวลาที่จะเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ รวมไปถึงหลังจากที่ลงมือทำไปแล้ว 6-12 เดือนด้วย เหมือนช่วยเป็นการเตือนสติตัวเองทุกครั้งว่า มันคือจุดแข็งของเราจริง ๆ หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ เราควรจะทำอย่างไรต่อไป เพื่อให้ดีกว่าเดิมหรือเลิกทำสิ่งนั้นไป แล้วไปทำอะไรที่เราทำได้ดีกว่าจริง ๆ ใครที่ชอบอ่านหนังสือความรู้รอบตัว วิธีคิด การเข้าใจตนเอง ผ่านมุมมองเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อรับมือกับอนาคต เราแนะนำหนังสือเรื่องนี้ให้ซื้อเก็บไว้เป็นยาสมัญประจำบ้าน ที่คุณหยิบมาอ่านตอนไหน ก็รู้สึกว่ามันคือ Future อยู่เสมอ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีคะ