เครดิตภาพ LionGateหนังเดินเรื่องต่อจากภาคที่แล้วเมื่อทริช(Shailene Woodley) เอาชีวิตรอดจาก SIM และเพื่อที่จะตามหาและแก้ปมความลับของครอบครัวเธอเองนั้นเก็บซ่อนและไม่เคยบอกใครมากกว่า 200 ปี และเธอได้รู้ว่า นอกกำแพงที่เธอใช้ชีวิตอยู่ยังมีออีกกลุ่มคนที่ต้องการ Divergent หรือสิ่งที่เธอเป็นนั่นเองหนังภาคสามของตระกูลคนแยกโลกอย่าง ไดเวอร์เจนท์ซึ่งในสองภาคแรกก็ทำผลงานในระดับปานกลาง บางคนชอบ บางคนไม่ชอบปะปนกันไปตามสไตล์ของแต่ละคน ในส่วนตัวผมเองสองภาคแรกที่ได้ดูไปก็ถือว่าพอใช้ได้ไม่ได้ดีหรือแย่อะไรมากนัก มีข้อเด่นมาอุดข้อดีไปบ้างสลับกันไปเครดิตภาพ LionGateถ้าจะว่ากันถึงภาคที่สาม หนังค่อนข้างโอนเอนไปทางลบเยอะครับ ถ้าเทียบกับนิยาย หนังถูกตัดลดลงจากนิยายมากพอสมควร โดยเฉพาะในส่วนสำคัญของนิยาย หั่นทิ้งไปเยอะเลย ผมเคยเกริ่นไว้ในภาคแรกว่าหนังเหมือนจะใช้พล็อตคล้าย ๆ The Hunger Games โดยตัว The Hunger Games มีการแยกภาคแล้วทำให้หนังอืดและดรอปลงไปค่อนข้างเยอะ แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้ก็เป็นเช่นนั้น หนังมีพล็อตเรื่องที่คล้ายกับสองภาคแรกหรือเรียกได้ว่าไม่ต่างกัน แต่กลับเล่าเรื่องอืดกว่าพอสมควร หนังไม่พาให้คนดูอินไปกับตามบท ค่อนข้างเดาง่าย เพราะฉากเด็ด ๆ ไปอยู่ในตัวอย่างหนังแทบหมดโลกหลังกำแพงคือหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ เหมือนหนังจะได้ไอเดียเรื่องทำนองนี้มาจาก The Maze Runner เลยครับ ประเด็นสำคัญของโลกนอกกำแพงเช่นชีวิตความเป็นอยู่ ความแตกต่างในการใช้ชีวิต หนังก็กล่าวถึงไม่เยอะมากทั้ง ๆ ที่เป็นพาร์ทที่ควรให้ความสำคัญพอสมควร และสิ่งที่ด้อยลงไปกว่าเก่าอย่างฉากโรแมนติคของคู่พระนางก็กลายเป็นความน่าเบื่อไปเลยครับเครดิตภาพ LionGateในส่วนของนักแสดง ตัวร้ายที่ผมชอบมาก ๆ อย่างเจนีน ที่รับบทโดย เคท วินสเล็ตที่สร้างสีสันและความน่าสนใจได้เยอะมาก เมื่อขากเธอไป บทหนังดูเบาลงดูไม่มีความเข้มข้นหรือน้ำหนัดเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้แย่ไปหมด ปีเตอร์ ซึ่งรับบทโดย ไมล์ เทลเลอร์ ก็มากู้หน้าให้หนังได้เพราะการสร้างสีสันให้กับหนัง หนังมีการวางตัวละครอย่าง นิต้า และ แมทธิว ในช่วงเปิดมาผมค่อนข้างคาดหวังว่าจะมีบทบาทสำคัญและสร้างสีสันให้กับหนัง แต่กลับกลายเป็นแค่ตัวประกอบไปได้ไม่พูดถึงไม่ได้ก็น่าจะเป็น CG ที่ผมค่อนข้างนอยและผิดหวังกับบทหนัง ก็หวังว่า CG จะทำให้ผมแฮปปี้กับหนังมากขึ้น ผมค่อนข้างแน่ใจว่าคนทำ CG คือลวกมาก ๆ ตัวฉากหลังไม่เนียนเลย แต่ข้อดีคืออาวุธที่ดูสวยงามและแฟนตาซีก็พอจะชดเชยไปได้บ้าง เทคนิคงานภาพไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ และการเล่าเรื่องก็มีการลำดับความสำคัญค่อนข้างแปลก บทหนังโดดไปโดดมาจึงทำให้หนังขาดความลื่นไหลและไม่ค่อยสมเหตุสมผลมากนัก หนังค่อนข้างเดาง่ายไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นเท่าไหร่คะแนนเนื้อเรื่อง 7/10 ความสวยงามในบางฉากและความชอบของตัวละครบางตัวที่ยังทำให้หนังยังพอจะ "ดูได้" แต่ถ้าจะเน้นให้เป็นที่จดจำหรือเอาขึ้นหิ้งไว้ต้องบอกตามตรงว่ายังห่างชั้นสองภาคแรกพอสมควรเลยเครดิตภาพ LionGateข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์1. โลกหลังกำแพง ความแตกต่างระหว่างโลกหลังกำแพงกับในกำแพง ชีวิตความเป็นอยู่ที่ด้อยกว่า เปรียบได้คล้าย ๆ กับคนในเมืองกับต่างจังหวัดที่ยังมีความเหลื่อมล้ำและแบ่งเส้นการใช้ชีวิต ซึ่งในปัจจุบันโลกของเราก็ยังเป็นอยู่2. สะท้อนการเมืองอย่างแท้จริง ผลประโยชน์จากการใช้งบทดลองนางเอกที่เป็นไดรเวอเจนท์ 100 % จะสร้างผลประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้มีอำนาจได้เยอะมาก ก็เปรียบเสมือนนางเอกคือตัวหาเงินของพวกกลุ่มนายทุนหนังดูได้เพลิน ๆ บางคนว่าไม่ชอบเพราะชอบนิยายมากกว่า บางคนชอบเพราะนิยายไม่โอเค เป็นภาพยนตร์ที่ค่อนข้างหลากหลายความคิดเห็นครับ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ว่าใครจะชอบแบบไหน ถ้าอ่านนิยายมาก็อาจจะเกิดการเปรียบเทียบอัตโนมัติเครดิตภาพปก LionGate