รีเซต

"หลัวอวิ๋นซี" เปิดใจ! ความลับของเจ้าชายเทพเซียน และชีวิตที่เรียบง่ายหลังกล้อง

"หลัวอวิ๋นซี" เปิดใจ! ความลับของเจ้าชายเทพเซียน และชีวิตที่เรียบง่ายหลังกล้อง
FanaticWriter
20 มีนาคม 2569 ( 12:20 )
143

หลัวอวิ๋นซี: แง่งามในความสามัญ

Luo Yunxi: The Beauty in the Ordinary

By Kritin

 

จากบทบาท ลุ่นอวี้ เซียนปลาน้อยผู้เปี่ยมเสน่ห์ใน มธุรสหวานล้ำ สู่จอมมารผู้เย็นชาเยือกเย็น ถานไถจิ้น แห่ง จันทราอัสดง จนถึงเรื่องล่าสุดกับบทยอดฝีมือผู้ลึกลับ ถังลี่ฉือ ใน สุ่ยหลงอิ๋น ที่สะกดสายตาผู้ชมทั่วโลก

 

 

ขอบคุณบทสัมภาษณ์ และรูปภาพ: truevisions.co.th
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
https://truevisions.co.th/entertainment/28726/

 

หลัวอวิ๋นซี” นักแสดงหนุ่มตัวพ่อจากแดนมังกรคนนี้ ได้พิสูจน์ให้ทุกคนประจักษ์แล้วว่าการได้มาซึ่งฉายา "เจ้าชายเทพเซียน" หรือ “เทพเซียนเดินดิน” นั้นไม่ได้เกิดจากโชคชะตา หากแต่ถูกสร้างขึ้นด้วยสองมือของตัวเขาเอง

 

ภายในจอหนุ่มหล่อคนนี้อาจแปลงร่างเป็นจอมมารผู้ลึกลับ เทพเซียนผู้กล้าหาญ ประธานบริษัทคลั่งรัก หรือแพทย์นิติเวชผู้ชาญฉลาด แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนหลงรักเขาหมดหัวใจหาใช่ตัวละครใดๆ บนจอ

 

กลับเป็นชายหนุ่มผู้เรียบง่ายที่มีแววตาซุกซนแอบซ่อนอยู่คนหนึ่ง ที่มักหยิบกล้องตัวโปรดขึ้นมาเก็บบันทึกความทรงจำบางช่วงเวลาอย่างเงียบๆ ตามลำพัง ฟังเพลงโปรดแผ่วเบาอย่างมีความสุขในห้องส่วนตัว และใช้ชีวิตด้วยความละเมียดที่หาได้ยากในสังคมที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและฟุ้งเฟ้อ

 

ยิ่งกว่านั้นคือจิตใจที่งดงามราวหยกแท้เปล่งประกายบริสุทธิ์ของเขา ที่ทั้งเข้มแข็งและอ่อนโยน เปี่ยมด้วยน้ำใจ กตัญญูรู้คุณ แถมยังมุ่งมั่นในการช่วยดูแลโลกใบนี้อย่างจริงจัง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและมนุษยธรรมอย่างเต็มที่ เพราะสำหรับเขาแล้วมรดกที่ดีที่สุดไม่ใช่เพียงผลงานที่ทิ้งไว้ แต่คือสังคมและโลกใบนี้ที่จะยังคงงดงามต่อไปเพื่อคนรุ่นหลัง

 

TrueVisions Now ขอชวนคุณวางความเร่งรีบลงสักครู่ นั่งลงจิบชาร้อนรสละมุน แล้วร่วมสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของชายหนุ่มผู้เข้าใจโลกอย่างลึกซึ้งคนนี้ ผ่านบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะทำให้คุณยิ่งรู้จักและหลงรักเขามากยิ่งขึ้น

 

 

ขอบคุณที่สละเวลาสนทนากับเราครั้งนี้ จากตารางงานของคุณที่แน่นมาก ทั้งถ่ายซีรีส์ ถ่ายโฆษณา ร้องเพลง แถมยังมีขึ้นคอนเสิร์ตอีก เราอยากทราบว่าวันพักผ่อนจริงๆ ของคุณเป็นยังไง คุณทำอะไรบ้างในวันนั้น

 

วันไหนที่ผมไม่ต้องทำงาน ผมมักเลือกจังหวะชีวิตที่ช้าลงครับ เช่น นั่งเล่นเกมอยู่ที่บ้าน เปิดเพลงฟังเบาๆ หรือไม่ก็ออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้าง พกกล้องถ่ายรูปไปเก็บภาพโน่นนี่ระหว่างทางแบบเพลินๆ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูธรรมดาเหล่านี้แหละครับที่ช่วยให้ผมได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง ได้ปลดปล่อยตัวเองจากความวุ่นวาย เพื่อสัมผัสถึงเนื้อแท้ของชีวิตได้อย่างอิสระยิ่งขึ้น

 

มีกิจกรรมอะไรบ้างไหมที่คุณมักทำจนเป็นนิสัย หรืออะไรที่เป็นตัวคุณเองมากที่สุด

กิจกรรมที่ผมมักทำเป็นประจำน่าจะเป็นการจัดระเบียบอัลบั้มภาพครับ เพราะภาพถ่ายแต่ละใบล้วนมีเรื่องราวและความทรงจำที่พิเศษแตกต่างกันซ่อนอยู่ การได้กลับไปดูภาพเหล่านั้นจึงเหมือนกับการได้กลับไปพบเจอและทักทายกับช่วงเวลาในอดีตอีกครั้ง

 

ดนตรีและการถ่ายภาพคือสองสิ่งที่คุณรักที่สุด หากต้องเลือกบทเพลงสักเพลงมาเป็นตัวแทนช่วงเวลาชีวิตในปัจจุบันของคุณ คุณจะเลือกเพลงอะไร 

 

ผมขอเลือกเพลง《不渝梦》 (Everlasting Dream - ภาพฝันนิรันดร) เพราะว่าเพลงนี้เล่าถึงความมุ่งมั่นที่เวลาไม่อาจลบเลือน ความยึดมั่นในความฝันคือแรงผลักดันให้ผมเดินหน้ามาจนถึงวันนี้ คำว่า “不渝” (ไม่แปรเปลี่ยน) คือสภาวะที่ผมอยากรักษาให้คงอยู่ตลอดไป นั่นคือการไม่ละทิ้งสิ่งที่รัก ไม่หวั่นไหวกับเส้นทางเดินที่อยู่ตรงหน้า ไม่ว่าต้องเผชิญกับความท้าทายรูปแบบไหน ความเชื่อมั่นนี้จะยังคงเดิมอยู่เสมอ

 

คุณถ่ายรูปไว้เยอะมาก ในบรรดาภาพที่คุณเคยถ่ายมา ภาพไหนที่คุณชื่นชอบที่สุด

 

ย้อนกลับไปตอนถ่ายละคร ให้รักเยียวยากัน (Love is Panacea) ระหว่างที่ผมกำลังหยิบกล้องมาถ่ายเล่นอยู่ บังเอิญถ่ายได้ภาพของนักแสดงเด็กตัวน้อยที่มีแสงเงาตกกระทบใบหน้าพอดิบพอดี มันเป็นภาพพอร์ตเทรตที่เล่นกับแสงเงาในแบบที่ผมชอบมากภาพหนึ่งเลยครับ

 

 

จากการเป็นนักเต้นบัลเล่ต์มืออาชีพมาก่อน สู่การเป็นนักแสดงและนักร้องที่ทั่วโลกยอมรับ ความใส่ใจรายละเอียดและวินัยจากพื้นฐานของบัลเลต์ ส่งผลต่อจรรยาบรรณและจิตวิญญาณในการเป็นนักแสดงของคุณอย่างไร คุณคิดว่าความมีวินัยสำคัญเพียงใดต่อความสำเร็จระยะยาว

 

ประสบการณ์การเต้นบัลเลต์ไม่เพียงช่วยขัดเกลาทักษะการควบคุมร่างกายของผมเท่านั้น แต่ยังค่อยๆ หล่อหลอมสัญชาตญาณแห่งวิชาชีพทีละน้อย ทำให้ผมไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองมีความคิดว่า “หยวนๆ น่า” หรือ “ช่างมันก่อน” แม้แต่ครั้งเดียว และความเข้มงวดนี้ก็ฝังลึกเข้าไปในทุกการตัดสินใจของผม ไม่ว่าจะเป็นในบทบาทนักแสดงหรือนักร้อง

 

พรสวรรค์อาจเป็นตัวกำหนดจุดเริ่มต้น แต่ระเบียบวินัยต่างหากคือตัวตัดสินว่าเราจะก้าวไปได้ไกลแค่ไหน มันคือพลังจากภายในที่ผลักดันให้ผมเลือกที่จะยืนหยัดต่อไป แม้อยู่ในที่ที่ไม่มีใครมองเห็นก็ตาม

 

คุณเคยพูดว่าการแสดงคือการใช้ชีวิตเป็นคนอื่น" มีบทบาทไหนบ้างไหมที่ทำให้ทำให้คุณต้องสลัดความเป็นหลัวอวิ๋นซีทิ้งไปมากที่สุด

 

จริงๆแล้วทุกครั้งที่ผมแสดงผมจะอุทิศทั้งตัวตนของผมให้กับตัวละครอย่างหมดหัวใจในช่วงเวลาของการถ่ายทำนั้นผมจะหลอมรวมเข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกับตัวละครอย่างสมบูรณ์อย่างตอนที่เล่นเป็น “ถังลี่ฉือ” ในสุ่ยหลงอิ๋นนั้นผมแทบจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกของเขาไปเลยร่วมรับรู้ทั้งความสุขความโกรธความเศร้าและความเบิกบานใจสัมผัสถึงความมุ่งมั่นปรารถนาความโดดเดี่ยวการดิ้นรนต่อสู้และเข้าถึงไออุ่นที่อยู่ลึกลงไปในก้นบึ้งของหัวใจของเขา

 

แล้วหลังจากถ่ายทำเสร็จคุณปลดเปลื้องบทบาทเหล่านั้นออกยังไง

 

ผมรู้สึกว่าการเป็นนักแสดงคือการเข้าไปพำนักในตัวละครต่างๆเพียงชั่วคราวตอนเข้าวงการใหม่ๆหลังปิดกล้องผมต้องใช้เวลานานมากเพื่อที่จะเดินออกมาแต่ตอนนี้ผมสามารถโบกมือลาได้อย่างสงบขึ้นมันไม่ใช่การตัดขาดอย่างสิ้นเชิงแต่คือการแยกตัวตนของผมออกจากตัวละครเพื่อปล่อยให้ตัวละครนั้นได้ดำเนินชีวิตของเขาต่อไปในโลกคู่ขนานในขณะที่ตัวผมเองก็นำความทรงจำช่วงนั้นติดตัวกลับมาใช้ชีวิตและทำงานของตัวเองต่อไปซึ่งประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเหล่านี้เองที่ช่วยให้ผมสามารถตีความทุกบทบาทในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

 

 

นอกเหนือจากงานแสดงและร้องเพลงแล้ว คุณยังอุทิศตนเข้าร่วมโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมมากมาย จุดใดที่เป็นจุดเริ่มต้นทำให้คุณเริ่มตระหนักว่าการปกป้องสิ่งแวดล้อมคือหน้าที่ของทุกคนไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบในฐานะคนดัง

 

ตอนที่ผมเห็นต้นไม้ในทะเลทรายค่อยๆ ปักรากลงดินและเติบโตเป็นผืนป่าใหญ่ ผมยิ่งรู้สึกว่าควรใช้ชื่อเสียงที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลงมือทำสิ่งที่มีคุณค่านี้ให้เกิดขึ้นจริง การปกป้องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งครับ แต่เป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน การเคารพธรรมชาติและการปกป้องระบบนิเวศยังมีเส้นทางอีกยาวไกล เรายังต้องเดินหน้ากันต่อไปอีกหลายชั่วคน

 

เมื่อนึกถึง "ป่าสาธารณะหลัวอวิ๋นซี" (Luo Yunxi Charity Forest) ที่กำลังเติบโตเขียวขจีขึ้นเรื่อยๆ คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง? และในอีก 20 ปีข้างหน้าคุณหวังว่าป่าเหล่านี้จะมีความหมายอย่างไรกับคนรุ่นต่อไป

 

ทุกครั้งที่ผมเห็นภาพและคลิปวิดีโอของป่าสาธารณะแห่งนี้ แม้ว่าจะดูผ่านหน้าจอแต่ผมก็รับรู้ได้ถึงพลังชีวิตที่พลุ่งพล่านออกมาครับ ป่าแห่งนี้คือความหวังที่พวกเราหลายคนได้ร่วมกันลงมือปลูก น้ำใจของทุกคนหยั่งรากลึกสุดจะประมาณ ผมรู้สึกดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ

 

ผมหวังว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ผืนป่าแห่งนี้จะเป็น 'ของขวัญสีเขียว' ที่ทิ้งไว้ให้แก่ทุกคน เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงคุณค่าของการยืนหยัด ได้เรียนรู้ที่จะเคารพธรรมชาติและร่วมกันปกป้องระบบนิเวศ เพื่อส่งต่อเจตนารมณ์ในการรักษาสิ่งแวดล้อมนี้ให้คงอยู่ต่อไปครับ

 

คุณให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยเช่นกัน คุณมองว่าการปกป้องสิ่งแวดล้อมกับการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มีความเชื่อมโยงกันยังไง

 

ผมเชื่อว่าระบบนิเวศที่สมบูรณ์คือรากฐานอันมั่นคงสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ สำหรับผมแล้วการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมมีตรรกะพื้นฐานที่เหมือนกัน หนึ่งคือการป้องกันวิกฤตตั้งแต่ต้นทาง และสองคือการส่งต่อความอบอุ่นในช่วงเวลาวิกฤต ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการเห็นคุณค่าและหวงแหนในทุกชีวิต เพื่อให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นได้มีชีวิตที่มั่นคงและสวยงามครับ

 

 

แฟนๆ ทั่วโลกได้ผันความรักที่มีต่อคุณให้กลายเป็นพลังในการทำความดี”​ คุณรู้สึกอย่างไรบ้างเมื่อเห็นกิจกรรมที่พวกเขาตั้งใจและมองคุณเป็นต้นแบบ ในฐานะไอคอนของใครหลายคน คุณอยากฝากข้อความอะไรถึงแฟนๆ ทั่วโลกที่มองคุณเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตบ้างไหม

 

การได้เห็นทุกคนแปรเปลี่ยน 'ความรักและความชอบที่มีต่อผม' ให้กลายเป็น 'ความปรารถนาดีและความอบอุ่นที่จับต้องได้จริง' ต่อสังคมแบบนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งและภูมิใจมากๆ ครับ การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับแฟนคลับเท่านั้น แต่มันคือการที่เราได้ร่วมกันลงมือเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมปลูกป่าสาธารณะ หรือการหยิบยื่นความช่วยเหลือให้คนที่ต้องการ

 

ผมอยากขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่ทำให้ความรักมีพลังที่อ่อนโยนแต่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผมหวังว่าทุกคนจะยังคงเปล่งประกายและส่งมอบพลังใจในแบบของตัวเองต่อไปในชีวิตประจำวัน แล้วพวกเรามาช่วยกันส่งต่อความงดงามนี้ออกไปเรื่อยๆ นะครับ

 

สุดท้ายนี้ หากหลัวอวิ๋นซีวัย 80 ปี ได้มาเจอกับหลัวอวิ๋นซีที่นั่งอยู่ตรงนี้ คุณคิดว่าตัวคุณในอนาคตจะพูดอะไรกับตัวคุณในเวอร์ชันปัจจุบัน และในทางกลับกัน ตัวคุณในวันนี้อยากฝากข้อความอะไรไว้ให้ตัวคุณในอนาคต

 

สิ่งที่ตัวผมในอนาคตอยากจะบอกกับตัวผมในตอนนี้ก็คือ “จงยึดมั่นในสิ่งที่รักตลอดไป รักษาความกตัญญูและความมีน้ำใจไว้เสมอ ทำทุกอย่างให้เต็มกำลัง แล้วคุณจะกลายเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิมได้อย่างแน่นอน"

 

ส่วนคำอวยพรถึงตัวผมในอนาคตคือ "ไม่ว่าคุณจะเดินไปไกลแค่ไหน อย่าลืมว่าทำไมถึงออกเดินทาง พึงรักษาความอยากรู้อยากเห็นและความอ่อนน้อมถ่อมตนเอาไว้ ใช้ชีวิตด้วยความกระตือรือร้น และใช้เวลาในทุกๆ วันธรรมดาให้มีคุณค่ามากที่สุด"

 

 

ขอบคุณบทสัมภาษณ์ และรูปภาพ: truevisions.co.th
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
https://truevisions.co.th/entertainment/28726/