ใครที่คิดว่าการตลาด Digital จะมาแทนที่การตลาดแบบดั้งเดิม (แบบ Offline) บอกเลยว่าเข้าใจผิดแล้ว เพราะธุรกิจแต่ละแบบเข้าถึงลูกค้าไม่เหมือนกันเลย บางคนอาจจะเหมาะกับสิ่งที่ไม่อยู่ในโลก Online ก็ได้ แต่การตลาด Digital อาจจะเป็นตัวเสริมให้ธุรกิจของเราเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเราได้ง่ายขึ้น หากธุรกิจของเรามีลูกค้าที่ชอบอยู่ในโลก Online สิ่งนี้เราจะได้เปรียบมากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจที่รุนแรงทุกวัน ศิริพงศ์ เตียวพิพิธพร ผู้สอนการตลาด Digital จะมาปลดล็อกการตลาดแบบเข้าใจง่ายและทำให้เราตั้งคำถามกับวิธีทำการตลาดของตัวเองมากขึ้น ความรู้ความประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์ 1. ข้อดีของการทำ Digital Marketing • กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดขึ้น • ควบคุมงบประมาณทางการตลาดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น • วัดผลลัพธ์ได้ละเอียดแม่นยำขึ้น เช่น จำนวนคนเข้าถึง จำนวนการซื้อ การซื้อนี้มาจากเพศหญิงจำนวนเท่าไร ฯลฯ • นำข้อมูลไปวิเคราะห์ตลาดได้มีประสิทธิภาพขึ้น • ทำให้ข้อมูลกระจายออกไปในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว • สามารถวางแผนและใช้งานการตลาดแบบ Digital ได้ด้วยตัวเอง 2. สำหรับธุรกิจใหม่ การลองผิดลองถูกกับการตลาดอย่างมีสติ ในช่วงแรกโดยทดสอบและมอนิเตอร์ว่า การใช้งบประมาณเท่านี้จะได้ผลลัพธ์อะไร กลับคืนมาเท่าไหร่ แล้วคำนวณให้เหมาะสมต่อไป น่าจะเป็นการหาคำตอบเรื่องงบประมาณทำการตลาดได้ดี 3. Digital Marketing Framework ประกอบด้วย • Target Audience การกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน • Channel Mix กำหนดช่องทางการตลาดให้เหมาะสม • Content Delivery กำหนดการนำส่งคอนเทนต์ให้แม่นยำ • Marketing Budget กำหนดงบประมาณทางการตลาดให้ถูกต้อง 4. การมองหาวิธีการทําการตลาดดิจิทัลที่ดีที่สุด คือการทําไปทดลองไป เพื่อสรุปให้ได้ว่าแบบไหนคือที่ดีที่สุด สําหรับธุรกิจคุณ ซึ่งไม่จําเป็นต้องเหมือนกับคนอื่น ส่วนข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งอื่น ๆ ก็เอาไว้ใช้อ้างอิงเฉยๆ ไม่ได้เป็นตัวที่บอกว่า ต้องทําตามนี้เท่านั้น 5. ขั้นตอนการสื่อสารทางการตลาด (Marketing Communication Funnel) จึงเป็นอีกเรื่องที่ผมจะต้องหยิบยกมาพูดถึง ถือเป็นสิ่งสําคัญ ที่นักการตลาดดิจิทัลควรต้องรู้จักและทําความเข้าใจให้ถูกต้อง ขั้นตอนที่ว่านี้ก็เริ่มตั้งแต่ การรับรู้ (Awareness) เพื่อเปลี่ยน คนแปลกหน้า (Strangers) ให้มาเป็นคนรู้จัก (Visitors) ตามด้วย ขั้นตอนการพิจารณา (Consideration) เพื่อเปลี่ยนคนรู้จักให้มาเป็น ลูกค้าที่มุ่งหวัง (Leads) หลังจากนั้นก็ค่อยมาถึงขั้นตอนการซื้อ (Purchase) เพื่อเปลี่ยน ลูกค้าที่มุ่งหวังให้เป็นลูกค้าตัวจริง (Customers) ซึ่งขั้นตอนนี้ คือการใช้วิธีการสื่อสารเพื่อมุ่งสู่การปิดการขายอย่างชัดเจน และเป็น เครื่องมือสําคัญที่จะส่งให้การขายสําเร็จได้และจบด้วยขั้นตอนการสนับสนุน (Advocacy) เพื่อเปลี่ยนจาก ลูกค้าตัวจริงให้เป็นลูกค้าที่รักและภักดีต่อคุณ พร้อมจะช่วยสนับสนุนและบอกต่อ (Promoters) นั่นเอง 6. วิธีการตั้งเป้าหมายทางการตลาดดิจิทัลวิธีหนึ่งที่นิยมใช้และสามารถนําไปใช้งานต่อได้อย่างเป็นรูปธรรม นั่นคือ วิธีการตั้ง เป้าหมายแบบ “SMART Goal” ครับ ซึ่งคําว่า SMART นี้เป็นตัวย่อ มาจากคํา 5 คํา S - Specific เป้าหมายของคุณต้องมีความเฉพาะเจาะจง มีกิริยาที่ต้องการทําที่ชัดเจน เช่น เพิ่มยอดขายผ่านระบบ e-Commerce บนเว็บไซต์ด้วยการตลาดดิจิทัล M-Measurable เป้าหมายของคุณต้องสามารถวัดผลได้ชัดเจน เช่น เพิ่มยอดขายผ่านระบบ e-Commerce บนเว็บไซต์ด้วยการตลาดดิจิทัล จํานวน 1 ล้านบาท A - Attainable เป้าหมายของคุณต้องมีโอกาสทําให้สําเร็จได้จริงตามระยะเวลาที่กําหนดและทรัพยากรที่มี หากเป้าหมายของคุณเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย การตั้งเป้าหมายนี้ก็ไร้ประโยชน์ R- Relevant เป้าหมายของคุณต้องมีความสอดคล้องกับธุรกิจ ตรงตาม KPI ของแผนการตลาดที่วางไว้ ซึ่งอาจเป็นภาพการตลาดในระดับที่ใหญ่กว่า เช่น ต้องสอดคล้องกับเป้าหมายทางการตลาดทั้งหมดในไตรมาสนี้ หรือในปีนี้ T-Time-bound เป้าหมายของคุณต้องระบุกรอบเวลาให้เหมาะสมและมีความชัดเจน เช่น เพิ่มยอดขายผ่านระบบ e-Commerce บนเว็บไซต์ด้วย การตลาดดิจิทัล จํานวน 1 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 7. Buyer Persona คือการสมมติตัวละครขึ้นมา ซึ่งตัวละครที่ว่านี้ก็เปรียบเสมือนลูกค้าที่จะมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการของคุณนั่นเอง โดยที่คุณจำเป็นจะต้องใส่ข้อมูลเพื่อกำหนดคาแร็กเตอร์ของตัวละครนี้ขึ้นมาให้ละเอียดที่สุด และเหมาะจะนำไปใช้ทำการตลาดดิจิทัลต่อ 8. Buyer Persona บางครั้งอาจถูกเรียกว่า Customer Persona หรือ Target Persona เป็นเครื่องมือที่ถือได้ว่าเป็นที่นิยมในหมู่นักการตลาดดิจิทัล เพราะสามารถทำให้มองเห็นภาพของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนและเป็นตัวช่วยอ้างอิงในการสร้างคอนเทนต์เพื่อการสื่อสารได้ดีมาก รวมทั้งใช้อ้างอิงสำหรับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการทำโฆษณาออนไลน์ก็ช่วยได้ดีมากเช่นกัน 9. การเริ่มทํา Buyer Persona คุณต้องเข้าใจก่อนว่า จะต้องอ้างอิง กับคําถาม 4-W คือ Who Where What และ Why ซึ่งจะเป็นรากฐาน ของการตั้งคําถามเพื่อต่อยอดในการสร้าง Buyer Persona ได้สําเร็จ 10. คนที่อยู่ใน Custom Audience ถือได้ว่าเป็นคนที่เคยรู้จักหรือสนใจคุณมาก่อนหน้านี้แล้ว แปลว่าถ้าเกิดคุณนำกลุ่มเป้าหมายนี้ไปใช้ในการทำโฆษณา คุณก็มีโอกาสกระตุ้นให้คนเหล่านั้นกลายมาเป็นลูกค้าใหม่คุณได้ หรือถ้าใน Custom Audience นั้นเป็นลูกค้าเก่าของคุณอยู่แล้ว การนำพวกเขามาเห็นโฆษณาคุณอีกก็เป็นการกระตุ้นให้พวกเขาซื้อซ้ำนั่นเอง จะเห็นได้ว่า Custom Audience ก็มีส่วนช่วยคุณหาลูกค้าใหม่ เช่นเดียวกัน แต่กลุ่มเป้าหมายที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ช่วยมองหาลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะนั่นคือ Lookalike Audience ครับ 11. หากว่าเรานำเอา Custom Audience ไปเป็นต้นฉบับในการสร้าง Lookalike Audience ก็จะได้คนที่เหมือนกับคนใน Custom Audience โดยดูจากความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันอย่างโดดเด่นในกลุ่มเป้าหมายต้นฉบับ แล้วไปเสาะหาดูในระบบว่ามีใครบ้างที่มีความสัมพันธ์รูปแบบนี้อีก และนำคนเหล่านั้นเข้ามาอยู่ใน Lookalike Audience 12. หากใครเคยเข้าไปเลือกซื้อสินค้าใน Shopee แล้วกดดูรายละเอียดหรือเอาสินค้าลงไปในตะกร้าแล้วแต่ก็ยังไม่ตัดสินใจซื้อ หลังจากนั้นไปเล่น Facebook ก็พบเจอสินค้าเหล่านั้นกลับมาเป็นโฆษณาหลอกหลอนคุณ พอเข้าไปอ่านข่าวในเว็บไซต์ก็ยังเจอโฆษณาสินค้าเหล่านั้นตามไปหลอกหลอนต่อบนเว็บไซต์อีก นี่คือตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการทำโฆษณาออนไลน์โดยใช้กลยุทธ์ Remarketing ครับ ในบางแพลตฟอร์ม เช่น Facebook Ads อาจเรียกกลยุทธ์นี้ว่า รีทาร์เก็ตติ้ง (Retargeting) ซึ่งมีความหมายคล้ายกัน 13. นิยามของกลยุทธ์นี้ ถ้าให้อธิบายเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การนำเอาคนที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจของคุณทางใดทางหนึ่งมาเห็นโฆษณาออนไลน์ของคุณอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นให้เกิดผลลัพธ์ทางการตลาดที่คุณต้องการมากขึ้น เช่น ยอดขายเพิ่มขึ้น คนลงทะเบียนตอบรับมากขึ้น เป็นต้น 14. Inbound Marketing ถือเป็นกลยุทธ์การทําการตลาดดิจิทัลที่ใช้ สื่อสารการตลาดโดยการส่งมอบคุณค่าให้แก่กลุ่มเป้าหมาย แนวคิดที่ว่าดึงดูดให้พวกเขาเดินเข้ามาหาเราด้วยความเต็มใจ เพราะเขาสนใจในความเป็นคุณ ชื่นชอบในสิ่งที่คุณเป็น หนังสือเล่มนี้ช่วยให้มือใหม่เข้าใจเรื่องทำการตลาดมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะคนทำงานสาย Marketing ไม่ได้เรียนจบด้านการตลาดโดยตรงเสมอไป และที่สำคัญ ความรู้ตรงนี้เอาไปใช้ผนวกกับความเชี่ยวชาญของวิชาชีพตัวเองได้ นั่นทำให้การตลาดเป็นตัวเสริมให้เราสามารถตั้งเป้าหมายและวัดผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น มีหลายคนหลงทางเพราะเข้าใจความหมายของมันผิด หรือไม่เข้าใจตัวชี้วัดแต่ละตัว แผนการทำงานที่ปรับให้ถูกต้องจึงเป็นไปได้ยาก เครดิตภาพ ภาพปก ภาพที่ 1 และ 2 โดยผู้เขียน ภาพที่ 3 และ 4 โดย AI เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !