รีเซต

ลำยอง หนองหินห่าว ประกาศขายบ้าน ตัดภาระหนี้สิน เผย เหลือเงินเก็บก้อนสุดท้าย

ลำยอง หนองหินห่าว ประกาศขายบ้าน ตัดภาระหนี้สิน เผย เหลือเงินเก็บก้อนสุดท้าย
ข่าวสด
1 กันยายน 2564 ( 11:14 )
26

ลำยอง หนองหินห่าว ประกาศขายบ้าน ตัดภาระหนี้สิน เผย เหลือเงินเก็บก้อนสุดท้าย หวัง นำมาต่อยอดธุรกิจคาเฟ่บ้านไร่ไอดาว

ลำยอง หนองหินห่าว - ตัดใจขายบ้านหลังแรกที่ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง สำหรับนักร้องลูกทุ่งหมอลำ ลำยอง หนองหินห่าว โพสต์รูปภาพบ้าน พร้อมประกาศขายผ่านอิสตาแกรม เพื่อตัดภาระหนี้สิน หาทุนมาต่อยอดธุรกิตคาเฟ่บ้านไร่ไอดาว

โดย ลำยอง เผยว่า "เป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของพี่ซื้อเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนที่ตัวเองเป็นครูอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม เลยซื้อผ่อนเพื่อที่จะอยู่ตรงนั้น ซึ่งตอนนี้มันไม่ได้อยู่ ปล่อยให้เช่าบ้านมันก็มีแค่ผุพังไปเรื่อยๆ เลยคิดว่าขายดีกว่า"

บ้านหลังนั้นไม่ได้เข้าไปอยู่นานแค่ไหนแล้ว? "ตั้งแต่เรามาเป็นลำยอง หนองหิวห่าวค่ะ ตอนนั้นเราก็รักบ้านหลังนั้นมาก เพราะมาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองจริงๆ จากเงินเดือนแค่ไม่กี่พัน เราก็เก็บหอมรอมริบ จนไปกู้ยืมมาผ่อนมาดาวน์บ้าน เราเลยรัก และผูกพันบ้านหลังนั้นมาก จนตัวเองมาเป็นลำยอง หนองหินห่าว ต้องไปอยู่กรุงเทพฯ เวลากลับบ้านมาหาคุณพ่อคุณแม่ก็จะไปพักตรงนั้น แต่ไปมาก็ซื้อบ้านที่กรุงเทพฯ

ซึ่งก็ยังอยู่มหาสารคามอยู่ค่ะ เอาง่ายๆมันหลายหลังเกินความจำเป็นที่เราจะต้องอยู่ เวลาเรามา มหาสารคาม เราก็จะมานอนบ้านคุณพ่อคุณแม่และบ้านตรงนั้นเราก็ปล่อยให้มันโทรมไปเรื่อยๆ จนเราต้องไปซ่อมแซม และรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ฟุ่มเฟือย เลยคิดว่าขายดีกว่า อีกอย่างหนึ่งคิดว่ามันไม่ได้จำเป็นสำหรับเราเลยในตอนนี้ เพราะส่วนมากเราก็อยู่กรุงเทพฯ

แต่ด้วยความที่เรามาเปิดธุรกิจตรงที่นาของคุณพ่อคุณแม่ เลยทำจุดแลนด์มาร์ก จุดเช็กอิน คาเฟ่บ้านไร่ไอดาว เวลาเรามาก็จะอยู่ตรงนี้เป็นส่วนใหญ่ค่ะ เลยคิดว่าบ้านตรงนั้นไม่จำเป็น ถึงมีไว้เราก็ไม่ได้ไปอยู่ ให้คนเช่าเขาก็จะเช่าไปเรื่อยๆ แล้วถ้าสมมุติว่ามันพังก็เป็นหน้าที่เราซ่อมอยู่ดี คิดว่าสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ อีกอย่างหนึ่งช่วงนี้เป็นช่วงโควิดถ้าเราขายได้ เราก็จะได้เงินมาซัพพอร์ตตรงบ้านไร่ไอดาว ซึ่งตอนแรกที่ประกาศขายบ้าน เราตั้งใจว่าอยากจะเอาเงินมาช่วยโรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่ตำบลนาข่า แต่ช่วงนี้มันก็ขายยาก และมันขายไม่ทันที่จะมาทำศูนย์พักคอย ทางผู้ใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เขาก็เลยทำของเขาไปเอง"

ตัดใจยากไหมที่จะต้องขายบ้านหลังแรกในชีวิตที่เราซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรง? "ตัดใจไม่ได้ คือเห็นสีชมพูที่เราชอบ บ้านทรงที่เราชอบ โซนที่เราออกแบบ ตอนนั้นเราไปทำความสะอาด เราก็คิดว่าเราจะขายจริงเหรอ แต่ถ้าเราเก็บเอาไว้ก็ต้องมานั่งซ่อม จะให้ญาติพี่น้องมาอยู่ น้องก็ไม่ยอมมาอยู่ เลยคิดว่าขายและพยายามไม่ไปดู

เวลาไปทำความสะอาด หรือไปตัดหญ้าก็ให้พ่อแม่ไปตัด บอกแม่ตัดให้หนูหน่อย หนูไม่อยากไปดูบ้าน กลัวเราจะอาลัยอาวรณ์ ไม่กล้าขาย แล้วถ้าเราไม่ตัดสินใจเด็ดขาด มันก็จะเป็นปัญหาเดิมๆ เพราะเอาตรงๆบ้านที่อยู่กรุงเทพฯ ก็มีอยู่แล้วสองหลัง ช่วยประกาศขายให้หน่อยนะคะ"

ตอนนี้ผ่อนหมดแล้วหรือยัง? "ยังผ่อนไม่หมด ยังผ่อนกับธนาคารอยู่ค่ะ เดือนละ 5,900 บาท ถามว่ามันเป็นเงินที่เยอะไหม มันเยอะนะคะ ช่วงที่เราไม่มีรายได้ แต่ถ้าเราขายไปปุ๊บ เราก็ไม่ต้องไปผ่อนบ้าน แล้วสองเราก็จะได้เงินจากการขายมาใช้จ่ายมา ดูแล เพราะว่าเราไม่มีงานเลยค่ะ

แต่โชคดีบ้านที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ผ่อน เลยสบายช่วงนี้หน่อย ส่วนธุรกิจตรงนี้ที่เรามาทำก็ไม่ได้ผ่อน พูดง่ายๆอันไหนที่เราผ่อน เราพยายามที่จะตัดการผ่อนออกให้หมด จะทำในลักษณะที่พออยู่พอกิน ไม่ต้องไปจ่ายค่างวดให้มันปวดหัวค่ะ เพราะถ้าวันหนึ่งเราไม่มีรายได้ เราไม่ต้องไปผ่อนมัน คิดประมาณนี้เลย ดูแล้วเหมือนตัวเองปลงนะคะ"

ช่วงนี้ไม่มีงานมาถึง 2 ปีหรือยัง? "ปีกว่าๆ ตั้งแต่กุมภาพันธ์ปีที่แล้วค่ะ จนมีช่วงหนึ่งที่โควิดซาประมาณช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ก็มีงานแค่นั้น 2 เดือน หลังจากนั้นก็ยาวมาเลยถึงตอนนี้ค่ะ ตอนนี้คือหนักกว่ารอบแรกมาก เพราะเงินเก็บเราก็ใช้ตั้งแต่รอบแรก ทีนี้เราเลยมานั่งมองว่า ถ้าเงินเก็บก้อนสุดท้ายเรามานั่งใช้เงินอยู่เฉยๆ เงินมันก็ต้องหมดไปกับวันข้างหน้าแน่นอน

ฉะนั้นเราต้องเอาเงินเก็บมาต่อยอดให้ได้ เลยตัดสินใจว่าหนูขอดัดแปลงที่นาของคุณพ่อคุณแม่มาทำบ้านไร่ไอดาว ลงทุนเยอะ แต่ว่ามันก็ยังอยู่ตัวของมันได้ ดีกว่าที่เราจะเอาเงินเก็บใช้ไปวันๆ การที่เราลงทุนตรงนี้ก็ยังมีรายได้เข้ามา สามารถเลี้ยงตัวมันเองได้ เงินเก็บของเรามันก็อยู่ตรงนี้ เพราะว่ามันเป็นพื้นที่ของเรา ไม่ได้ไปเช่าของเขา"

ช่วงนี้ลูกค้ามีมากน้อยแค่ไหน? "ซบเซา ตอนนี้โปรโมชั่นลดแลกแจกแถมเยอะแยะมากมาย ช่วงที่โควิดมาใหม่ๆ คือไม่มีคน คนไม่กล้าออกจากบ้าน แต่ช่วงหลังๆเริ่มมีคนมาแล้วค่ะ อีกอย่างหนึ่งคือแถบอีสานโควิดยังไม่แรงค่ะ

จำนวนยอดผู้ติดเชื้อที่สูงคือมาจากที่เขาขอมารักษาตัวที่บ้าน แต่คนที่ติดเขาก็ไม่ได้มาเพ่นพ่าน เขาก็จะอยู่ในโรงบาลสนามหรือศูนย์พักคอยค่ะ ทีมอสม.ของหมู่บ้านเขาก็ทำงานดีด้วย คนก็เลยกล้าออกจากบ้าน แฮปปี้กับการทำธุรกิจ ตอนนี้ก็เลยมีรายได้สองอย่างคือขายบ้านกับทำธุรกิจ"

ไม่มีรายได้เสริม นอกเหนือจากนี้? "ไม่มีเลยค่ะ ทำปลาร้าขาย เห็นเขาก็ทำกันทุกคนเห็นไหมว่าดารานักร้องทำปลาร้ากันเยอะมาก ไม่รู้จะกินยี่ห้ออะไร จะขายเสื้อผ้าคนก็ขายเยอะแยะมากมายค่ะ แล้วจะตุนอะไรมันก็ต้องลงทุนด้วย

เนี่ยเริ่มขายสมบัติแล้วค่ะ จะขายแหนม ขายของกินก็มีปัญหากับขนส่งพัสดุ มีปัญหาของไปตกค้าง ของเน่าเสีย ก็นั่งคิดว่าจะขายอะไรดี แล้วยิ่งเราเป็นคนบ้านๆ ไม่ใช่คนไฮโซที่จะมาขายของแบรนด์เนม หรือของมีราคา คิดไม่ออกค่ะ"

ช่วงนี้รายจ่ายเยอะไหม? "ใช้จ่ายเยอะค่ะ เพราะว่าเราลงทุน ถามว่าคิดถูกแล้วเหรอที่มาลงทุนสวนกระแสในช่วงนี้ ทำไมไม่เก็บเงินสดไว้ คิดมานานแล้วค่ะ ตั้งแต่โควิดรอบแรก เงินทุนก้อนสุดท้าย ถ้าเราไม่เอาไปทำอะไรเลยก็หมด เพราะรายจ่ายของเราแต่ละวัน แต่ละเดือนมันเยอะจริงๆ อย่างน้อยเราดูแลทีมงาน เราก็ให้เขาทำงาน เงินก็ยังหมุนเวียนไป เป็นค่าจ้างทีมงานมันก็ยังอยู่ได้ เงินที่เราลงทุนหมุนไปเกือบ 2 ล้าน ทีนี้คือเงินก้อนสุดท้ายเลยค่ะ

อย่างน้อยหนี้สินที่เราต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ คือเราไม่มีเราใช้หมดแล้ว เหลือแค่บ้านที่ประกาศขายนี่แหละค่ะ ถึงเราไม่มาทำตรงนี้ เราก็ต้องหาเงินมาดูแลลูกน้องของเราอยู่ดี ฉะนั้นหาอะไรให้เขาทำให้เงินได้หมุนเวียนในตัวเขาเอง อย่างน้อยก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เราทำไว้ในตอนที่เราอยู่ในวงการบันเทิงไม่ได้ อาจจะไม่มีเรี่ยวแรงในการเด้ง ที่สำคัญคือหารายได้ให้กับชุมชนค่ะ"

ตอนนี้มีคนติดต่อเข้ามาถามเรื่องบ้านเยอะไหม? "เพิ่งประกาศ จริงๆเคยประกาศครั้งหนึ่งเมื่อปีพ.ศ.2562 แต่เลิกขาย เพราะว่าเราขี้เกียจรับโทรศัพท์ และเราไม่ค่อยรู้เรื่องธนาคารว่าจะต้องทำอะไรยังไง แล้วเราก็ไม่มีเวลาให้ไปดูบ้านด้วย จะฝากใครขายก็ไม่รู้จักใคร แต่ที่ประกาศล่าสุดเมื่อเช้า ยังไม่มีใครติดต่อมา เพราะประกาศแค่ในไอจีด้วยค่ะ

ตอนนี้ก็คือติดต่อให้พี่ที่รู้จักช่วยขายให้ ก็เป็นบ้านชั้นเดียวยกระดับค่ะ มี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง 1 ห้องครัว บ้านหลังใหญ่ค่ะ พื้นที่ 97 ตารางวา ตอนแรกตั้งราคาไว้ที่ 1.6 ล้าน แต่คิดว่าขาย 1.5 ล้านดีกว่า เผื่อขายได้ ตอนนี้จะขายล้านเดียวก็ไม่รู้ว่าจะมีคนซื้อไหม ขนาดตัวเรายังลำบากเลย เชื่อว่าคนซื้อก็ต้องลำบากเหมือนกัน ถ้าขายได้ก็ดีค่ะ จะได้มีเงินหมุนเวียน"

เห็นบอกในไอจีว่าจะย้ายถิ่นฐาน? "ตอนนี้ลำยองย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่กรุงเทพฯแล้ว ทะเบียนบ้านก็คืออยู่ที่กรุงเทพฯเลยค่ะ เราแค่อยากบอกคนซื้อว่าตอนแรกที่ประกาศขายมันเป็นบ้านของลำยอง แต่ลำยองอยากย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่นแล้ว เพราะว่างานของเรามันอยู่ที่กรุงเทพฯค่ะ"

ตอนนี้มีงานติดต่อมาอยู่ไหม? "มีงานละครค่ะ จะถ่ายละครวันที่ 7 กันยายนนี้เรื่อง ทายาทพันธุ์ข้าวเหนียว เห็นทางกองถ่ายแจ้งมาแล้วว่ามีคิวค่ะ ดีใจเดี๋ยววันที่ 4 ก็ลงกรุงเทพฯแล้วค่ะ คงจะต้องไปตรวจโควิด เตรียมการถ่ายทำค่ะ คือยังมีงานคอนเสิร์ตติดค้างอีกเยอะค่ะ ตอนแรกเขาเลื่อนมาช่วงเดือนกันยายน ตอนนี้น่าจะได้เลื่อนเป็นปีหน้าแล้วค่ะ"