รีเซต

"เนสตี้" ร่ำไห้ เล่าปมในใจเคยถูกเชิญออกจากโรงเรียน เพราะเหตุนี้

"เนสตี้" ร่ำไห้ เล่าปมในใจเคยถูกเชิญออกจากโรงเรียน เพราะเหตุนี้
EntertainmentReport3
22 ธันวาคม 2566 ( 09:10 )
90

เปิดใจเน็ตไอดอลชื่อดัง "เนสตี้ สไปร์ทซี่" เผยชีวิตดิ้นรนทำงานในวงการตั้งแต่วัยเด็ก จนไม่สามารถรับมือกับคำบูลลี่ในโซเชียลได้ เสียใจเพราะคำว่า "ไม่สวย" ยอมรับเป็นเด็กแก่แดด ทำศัลยกรรมตั้งแต่อายุ 16 ร่ำไห้ เผยปมในใจเคยถูกเชิญออกจากโรงเรียนตอน ม.4 ในรายการ "WOODY FM"

"เนสตี้" ร่ำไห้ เล่าปมในใจเคยถูกเชิญออกจากโรงเรียน เพราะเหตุนี้

คุณเข้าวงการตั้งแต่อายุเท่าไหร่ ?
เนสตี้ : 10 ขวบค่ะ ตอนนี้อายุ 18 ปี แล้วค่ะ

วันแรกที่เข้าวงการ จำได้ไหมว่าทำอะไร ?
เนสตี้ : วันแรกจำได้ค่ะ จากการนั่งไลฟ์สดในเพจ Facebook ค่ะ เป็นคนชอบแสดงออก ชอบเต้น ชอบร้องเพลง ชอบแต่งหน้าค่ะ อยู่ ๆ ก็มีคนเข้ามาดูไลฟ์สด ตอนแรก 7 คน หลังจากนั้นผ่านไป 10 นาทีก็เพิ่มาเป็น 20-30 คน ขึ้นไป 100 จนไต่ไป 1,000 คนค่ะ แล้วก็ขึ้นไปเป็น 10,000 คนเลยค่ะ ทุกคนอาจจะชอบหนูในมุมแบบ หูย! เด็กคนนี้เต้น ร้องเพลงสนุกมาก แล้วหนูเป็นเหมือนคนบ้าจี้เบา ๆ ค่ะ พอคนยิ่งดูเยอะ มาเชียร์ให้ทำอะไรก็จะทำหมด

ความสนุกสนานได้มาจากไหน โตขึ้นมาความเป็นตัวเราที่ไม่เหมือนใคร มันมีความกดดันไหม คุณโตมาเป็นยังไง ?
เนสตี้ : หนูโตมาแบบเด็กคนหนึ่งเลยค่ะ ที่บ้านสนับสนุนทุกเรื่อง ที่บ้านไม่เคยห้ามเรื่องเป็น LGBTQ+ พ่อแม่เข้าใจ ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองถูกเลี้ยงมาเป็นเด็กผู้ชายเลย ที่บ้านเลี้ยงหนูมาเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

สังคมของเราตรงนั้นทุกคนยอมรับหมด ?
เนสตี้ : แต่มันก็จะมีอีกสังคมหนึ่ง ที่เราจะต้องก้าวเข้าไปในโรงเรียน แน่นอนอยู่แล้วเราก็ต้องโดนเพื่อนผู้ชายแกล้งบ้าง บูลลี่ แต่น่าเสียดายตรงนั้นที่หนูเป็นคนที่สู้คน (หัวเราะ) เราก็เอาไม้กวาดตีเลย เป็นกะเทยแล้วทำไม แล้วยังไงผิดเหรอ คือด้วยความที่เราโดนเลี้ยงมา เราเป็นแล้วเราผิดเหรอ เพราะที่บ้านไม่เคยบอกว่าเราผิดเลยที่เราเป็นแบบนี้ 

จริง ๆ สำคัญนะถ้าพ่อแม่บอกว่าลูกถูกต้อง เราก็จะมีความคิดตรงนั้นว่าเราก็ไม่ได้ผิด แต่ถ้าพ่อแม่ไม่คุยไม่มีการยอมรับ เด็กก็อาจไขว้เขวพอสมควรว่าสุดท้ายที่เขาด่ามามันจริงหรือไม่จริง ?
เนสตี้ : ใช่ค่ะ สำหรับเด็กคน ๆ หนึ่งที่ตอนนั้นยังไม่สามารถคิดได้ว่าอันไหนถูกอันไหนผิด

ดังนั้นคุณโชคดีมากที่มีคุณพ่อคุณแม่และครอบครัวและคนรอบข้างที่เปิดใจ ?
เนสตี้ : ค่ะ ตอนเรียนมัธยมต้น หนูก็เป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เพราะยังใส่ชุดนักเรียนอยู่ ยังตัดผมเกรียน แล้วก็ได้ย้ายไปเรียนอีกที่หนึ่ง ซึ่งตอนนั้นด้วยความที่เรามีคนรู้จักพอสมควรแล้ว หนูเลยต้องทำงานไปด้วยแล้วก็เรียนไปด้วยหนักมาก หนูไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ ปกติจะอยู่ที่พังงา จะต้องบินไปกลับอย่างงี้ทุกอาทิตย์ แล้วก็กลับไปเรียน พอได้ไปเรียนอีกที่หนึ่งหนูก็เลยขออนุญาติไว้ผม การทำงานต้องใช้รูปร่างหน้าตา แล้วหนูก็ขอเขาทำหน้าอก แล้วก็โดนไล่ออกค่ะ อย่าเรียกว่าโดนไล่ออก เรียกว่าเชิญออกดีกว่า เขาบอกว่ามีโรงเรียนที่มองไว้บ้างหรือยัง เพราะว่าถ้าคุณจะอยู่โรงเรียนนี้ถ้ายังมีคำว่านายอยู่ คุณก็ต้องเป็นเด็กผู้ชาย มันเป็นปมอีกอย่างหนึ่งในใจหนูเลย เพราะว่าหนูก็โดนออกจากโรงเรียนตอนนั้น (เสียงสั่น) ตอน ม.4 แล้วหนูก็ต้องไปเรียนที่อื่นใหม่ตอน ม.5 ค่ะ ตอนนี้หนูกลับมาเรียนที่เดิมแล้ว ก็คือโรงเรียนสตรีพังงา หนูได้ใส่ชุดนักเรียนผู้หญิง ได้ไว้ผมยาว เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเลย ต้องขอบคุณโรงเรียน ผู้ใหญ่ทุกคนที่เข้าใจ หนูอยากให้โรงเรียนอีกหลายๆ โรงเรียนเปิดใจกับเพศทางเลือก 

เรื่องไหนหนักที่สุดในชีวิต ?
เนสตี้ : โซเชียลค่ะ โซเชียลให้อะไรกับหนูมาก สอนทุกอย่าง สอนทุกเรื่อง โซเชียลมอบโอกาสให้ แต่เราก็เผลอให้โซเชียลมีอิทธิพลมากกว่าเหมือนกัน ด้วยความที่เด็กด้วยค่ะ ตอนนั้นเรายังไม่สามารถคัดกรองคอมเมนต์ได้ ว่าเราจะเอาคอมเมนต์นั้นมาเก็บไว้หมดหรือเปล่า ก็เลยเอาทุกคอมเมนต์มาเก็บไว้ในใจตัวเองตลอด หนูคือคนหนึ่งที่เป็นคนอ่อนไหวมาก แต่พยายามทำให้ตัวเองแกร่งตลอดเวลา แต่ลึก ๆ แล้วอ่อนแอมากทุกเรื่องเลยค่ะ

เคยเก็บคอมเมนต์ไปอ่านแล้วร้องไห้คนเดียวไหม ?
เนสตี้ : เรียกว่ามากกว่าร้องอีกค่ะ แบบผิดเหรอที่เกิดมาแบบบางทีไม่สวย บางทีคอสั้นอย่างนี้ (ร้องไห้) แล้วเราก็เก็บไปคิด ตอนนี้หนูก็เลยเข้าใจแล้วว่า เหรียญมันมี 2 ด้าน คนเราก็มี 2 ด้านเหมือนกัน ก็ต้องมีคนที่ชอบเราและไม่ชอบเรา เพราะฉะนั้นตอนนี้หนูคัดกรองได้แล้วว่า โอเค คอมเมนต์ที่เราควรติเพื่อก่อ เราพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองตลอดเวลา แล้วเราก็ต้องคัดกรองคอมเมนต์อีกว่าอันไหนที่อาจจะสนุกปากแค่เสี้ยววินาทีหนึ่งของคนเหล่านี้ที่คอมเมนต์ลงไปบนโลกโซเชียลเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไร แต่คนที่รับสารมาคือเรา เก็บ ดิ่ง ทุกอย่าง แล้วตอนนั้นมันอยู่ในช่วงโควิดด้วยค่ะ โอ้โห! พี่วู้ดดี้เชื่อไหมคะว่ายิ่งไม่ได้ไปไหนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ไม่ได้เจอคนไม่ได้เจอใคร ยิ่งสุด ๆ ไปเลยค่ะ

คอมเมนต์ไหนที่มันเจ็บที่สุด ?
เนสตี้ : ไม่สวย ทุกคนอาจจะคิดว่าหนูเป็นคนตลก ร่าเริงเฮอา แล้วจะคิดว่าเราจะต้องตลกตลอดเวลา ร่าเริงตลอดเวลา แต่จริง ๆ หนูก็อยากมีมุมน่ารักสวย ๆ กับคนอื่นบ้าง

ทำไมคำว่าไม่สวยมันทำให้คุณเสียใจ ?
เนสตี้ : ความมั่นใจมั้งคะ คน ๆ หนึ่งกล้าที่จะออกจากบ้านได้ก็เพราะว่ามีความมั่นใจในตัวเอง

พี่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่เกิดขึ้นกับคุณ เพราะมันสอนคุณเยอะมาก ถ้าไม่มีคอมเมนต์แบบนั้นเราก็จะไม่มีปัญญา ?
เนสตี้ : ใช่ค่ะ มันทำให้หนูเข้มแข็งขึ้นมาก ในตอนนั้นมันใหม่มากสำหรับหนูหลาย ๆ อย่าง สำหรับเด็กที่ 10-11 ขวบที่ต้องทำงานแล้ว และที่หนูเริ่มทำงานเร็วอีกอย่างหนึ่งก็คือเราคิดว่าความจนมันน่ากลัว มันน่ากลัวมาก เพราะที่บ้านหนูเคยไม่มีมาก่อน หนูโดนสนับสนุนมาก็จริง แต่ที่บ้านไม่มีทุนทรัพย์ที่จะสนับสนุนในเรื่องเครื่องสำอาง ซึ่งหนูเก็บเงินซื้อเองเวลาไปโรงเรียน พ่อแม่ก็ต้องไปตัดยาง ตัดปาล์มโน้นนี่นั่น

สุดท้ายคุณก็หาเงินให้ครอบครัวได้ ซื้อรถ ซื้อบ้านภายใน 1 ปี ?
เนสตี้ : ใช่ค่ะ คุณแม่เป็นคนเก็บเงินให้ค่ะ ภูมิใจมากค่ะ ตอนนั้นคือมีห้องอยู่เป็นของตัวเองแล้ว ในวัย 12-13 ปีค่ะ

ตอนนี้บ้านก็มีรถก็มีแล้ว สุดท้ายแล้วเงินที่เรายังอยากได้อีก เก็บไว้เพื่อความสบายใจหรืออะไร อยากรู้จากมุมมองของคนอายุ 18 ปี ?
เนสตี้ : เก็บไว้เพื่อให้ตัวเองในอนาคตค่ะ เราไม่รู้เลยว่าในอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป ถ้าตอนนี้ยังมีแรงทำงาน ยังมีทุนทุกอย่าง หนูพร้อมจะทำทุกอย่างเลยค่ะ ถ้าเขาจ้างไปหมด (หัวเราะ)

คุณมีปัญญาเยอะมาก มาจากการเจอเรื่องราวต่างๆ หรือเปล่า มีความคิดเป็นผู้ใหญ่มาก ได้มาจากอะไร ?
เนสตี้ : การเจอสังคมในทุกๆวัน การทำงาน แต่ละวันก็ไม่ได้เหมือนกัน อยู่ที่การปรับตัว การวางตัว หนูจะโดนคำนี้มาด้วยเหมือนกัน คำว่า แก่แดด หนูยอมรับเลย ยอมรับคำนี้ เพราะหนูแก่แดดจริง ๆ ทุกคนพูดว่าเราตัวแค่นี้แต่ความคิดอยู่นี่! ซึ่งอาจจะเพราะการเข้าสังคม การเจอคนมากๆ  เจอคนรอบตัว คนคิดบวก เรามีครอบครัวที่ดี มีเพื่อนรอบข้างที่พร้อมสนับสนุนเสมอ มีคนเชิงลบไหมก็ต้องมีบ้างอยู่แล้ว สังคมธรรมดาปกติ แต่เลือกที่จะอยู่ เลือกที่จะเป็นมากกว่าค่ะ

สามารถติดตาม "WOODY FM" ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY FM, Facebook : Woody, Youtube : Woody ทุกวันพุธ เวลา 19.00 น. และสามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่