เวลานึกถึงขุนแผนก็คิดถึงอะไรเป็นอย่างแรกครับ หลัก ๆ ก็คงจะไม่พ้นดาบฟ้าฟื้น ม้าสีหมอก คาถาอาคม แต่ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยครับก็คือความเจ้าชู้อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมนะครับอยากจะนำพาทุกคนเข้ามาพบกับรีวิวหนังไทยอีกเรื่องครับ ขุนแผนฟ้าฟื้น ผลงานจากผู้กำกับอย่าง ก้องเกียรติ โขมศิริ หนึ่งในผู้กำกับมากฝีมือที่สุดของไทยอีก 1 คนครับ ผลงานเด่น ๆ ที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างของเขานะครับนั้นมีมากมายเลย หลากหลายแนวด้วยครับ งานกำกับแรกอย่างลองของที่ผมได้มีโอกาสได้ดูตั้งแต่เด็ก ๆ บอกเลยครับว่าทุกวันนี้ยังจำติดตาได้อยู่เลยครับ ทั้งฉากและงานภาพที่น่ากลัวมาก ๆ หรือจะเป็นภาพยนตร์แนว Action ชีวประวัติครับอย่าง อันธพาล และผลงานล่าสุดอย่างขุนพันธ์ทั้ง 2 ภาค ซึ่งต้องบอกตามตรงครับว่าผมไม่ได้เป็นแฟนตัวยงของคุณก้องเกียรติเท่าไหร่นะครับ บางเรื่องก็ชอบบางเรื่องก็เฉย ๆ บางเรื่องออกแนวไม่ชอบเสียด้วยซ้ำครับ ทีนี้ก็มาถึงคราวของขุนแผนฟ้าฟื้นครับ จะเป็นยังไงบ้าง ยอมรับว่าตอนที่เห็นตัวอย่างครั้งแรกครับความรู้สึกออกไปในทางลบเสียมากกว่า คุมโทนหนังดูมีความตลกใส่เข้ามาแถมดูจะเยอะมากเสียด้วยครับ ตรงจุดนี้แหละครับที่รู้สึกไม่ค่อยถูกจริตผมเท่าไหร่ ส่วนตัวแล้วก็เป็นคนที่เคยอ่านเนื้อเรื่องขุนช้างขุนแผนมาตั้งแต่สมัยประถมเลยครับ ทั้งแบบวรรณกรรมหรือแบบการ์ตูน ผมอ่านหมดเลยครับ เนื้อเรื่องเนี่ยมันดูแฟนตาซีแล้วก็เท่มาก ๆ ครับ พระเอกมีพลัง มีของวิเศษ แถมยังมีภรรยาหลายคน แกนเนื้อเรื่องจริง ๆ นะครับค่อนข้าง ๆ จะ Dark อยู่พอสมควร แนว ๆ เหมือนเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอะไรประมาณนั้นเลย เรื่องขุนแผนฟ้าฟื้นนะครับจะเป็นการตีความใหม่ทั้งหมดเลยครับ จะเล่าไปถึงช่วงขุนแผนตั้งแต่สมัยที่ยังใช้ชื่อแก้วครับยังไม่ได้ดาบฟ้าฟื้น ยังไม่ได้ขัดแย้งกับช้าง นางวันทองยังชื่อพิมพิลาไลยครับ มันอยู่ช่วงประมาณต้น ๆ ของหนังสือครับ แต่จะเดินไปในแนวทางที่แตกต่างกับวรรณกรรมค่อนข้างมากครับ เอาจริง ๆ นะครับ ทางผู้กำกับเนี่ยยกตัวละคร Theme โครงเรื่องมาแบบหลวม ๆ เท่านั้นครับ เรื่องย่อคร่าว ๆ ก็คือแก้วครับเด็กหนุ่มที่มีความจำเสื่อมโดยไม่รู้สาเหตุเขาจำเรื่องราวในตอนเด็กไม่ได้เลยรวมถึงไม่รู้ว่าพ่อของตัวเองนั้นเป็นใคร จนกระทั่งได้มาเจออดีตเพื่อนสนิทอย่างช้างและพิมครับ ทำให้เขาต้องเข้าไปพัวพันกับการผจญภัยครับที่ทำให้เขาได้มีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเอง โดยอาณาจักรที่เขาอยู่นั้นกำลังถูกคุกคามโดยจอมเวทย์ด้านมืดครับนาม แสนตรีเพชรกล้า แก้วและเพื่อน ๆ จะผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างไร รวมถึงปัญหาด้านหัวใจกับพิมด้วยติดตามได้ในภาพยนตร์เลยครับ หลังจากดูจบนะครับก็ขอบอกเลยว่าขุนแผนฟ้าฟื้นนั้นเป็นหนังที่อยู่กึ่งกลางระหว่างหนังที่เจ๋งกับหนังที่บ้าบอครับ ถ้าเกิดว่าคุณคาดหวังหนังที่สร้างจากวรรณกรรมเป๊ะ ๆ อันนั้นอาจจะต้องผิดหวังนะครับ ทีมของเรื่อง ฉากต่าง ๆ บทพูดนะครับ เรื่องนี้ถูก Set ให้มีความร่วมสมัย แม้ตัวเรื่องที่จะอยู่ในยุคโบราณสมัยอยุธยาอะไรประมาณนั้นครับ แต่เราจะเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นยุคปัจจุบันอยู่ด้วยยกตัวอย่างเช่น คอนเสิร์ตแนวร็อค ร้านเหล้าที่มีโปรโมชั่น ถ้าจะบอกว่าอารมณ์ประมาณการ์ตูนที่ชื่อว่ากินทามะเนี่ยจะพอนึกภาพออกไหมครับ ที่มันมีทั้งความโบราณแต่กลับมีสิ่งใหม่ ๆ ในยุคปัจจุบันผสมอยู่ นั่นแหละครับคือสิ่งที่คุณจะได้พบในขุนแผนฟ้าฟื้น เอาจริง ๆ ผมว่ามันก็เจ๋งดีนะ เป็นอีกหนึ่งกิมมิกที่สร้างสีสันให้กับเรื่องนี้ได้ดีมาก ๆ และคิดว่าน่าจะถูกใจวัยรุ่นและเด็ก ๆ พอสมควรเลย ถ้าเกิดว่าทำในรูปแบบวรรณกรรมจ๋า อาจจะไม่เป็นที่น่าสนใจมากก็ได้ครับ แถมลูกเล่นนั้นยังไม่หมดแค่นี้เชื่อไหมครับว่าหนังเรื่องนี้ยังมีอะไรบางอย่างที่มีความเป็นดิสนีย์ถูกใส่เข้ามาอีกด้วยครับ คุณฟังไม่ผิดครับดิสนีย์จริง ๆ แบคกราวน์ฉากหลาย ๆ ฉากเลยครับรวมถึง จังหวะ ฉากประกอบเพลงเหมือนกับอยู่ในหนังของเจ้าหญิงเลยครับ และก็มีการผจญภัยอารมณ์การ์ตูนญี่ปุ่นอยู่หน่อย ๆ ทุกอย่างในเรื่องเหมือนรวมทั้งหลาย ๆ อย่างเข้ามาใส่ครับ เรียกได้ว่าคุณก้องเกียรติเนี่ยน่าจะปล่อยไอเดียที่อยู่ในหัวลงไปกับหนังเรื่องนี้มากพอสมควร ช่วงแรกของหนังนะครับจะออกไปในทางแนวแฟนตาซีจ๋า มีความเป็นดิสนีย์หน่อย ๆ ถูกเซทอยู่ในฉากร่วมสมัยถือเป็นอะไรที่แปลกใหม่มากของวงการหนังไทยนะครับ อันนี้สำหรับผมนะครับเท่าที่ทราบแล้วไม่น่าจะมีเรื่องไหนหรือใครที่กล้าทำแบบนี้ ตรงส่วนนี้ต้องขอชื่นชมจริง ๆ ครับ ปัญหาก็คือพอพ้นช่วงต้นเรื่องมาแล้ว ความตื่นเต้นที่ได้เจอของใหม่ ๆ มันก็เริ่มจะลดลง มุกตลกนั้นผมว่าโอเคนะแต่ถูกใส่มาเยอะมาก ๆ ส่วนตัวคิดว่าเยอะไปหน่อยครับ แถมจะเล่นทุก ๆ ฉากเลย และช่วงกลางของหนังนั้นก็ดำเนินเรื่องค่อนข้างจะช้าครับ เดิมทีตัวเรื่องนั้นก็มีประเด็นต่าง ๆ เยอะมากอยู่แล้ว ทั้งเรื่องความสัมพันธ์กับพิมและช้าง ความฝันของตัวเอง เนื้อเรื่องฝั่งตัวร้าย มันเลยดูสับสนนิดหน่อยครับ ดูเหมือนเรื่องมันไม่ไปไหนสักที เป้าหมายคืออะไรกันแน่ แถมยังมีฉากปล่อยมุกเข้ามาแทรกอีก พอเจอเยอะ ๆ ก็รู้สึกเอียนไปเลยครับ บางมุกเจ๋งมาก ๆ บางมุกก็หัวเราะแห้ง ๆ กว่าจะมาเข้าประเด็นจริง ๆ ก็ช่วงท้ายแล้ว แถมยังดูรวบรัดตัดตอนไปนิดด้วย ทุกอย่างมันเลยครึ่ง ๆ กลาง ๆ คือไม่สุดสักทางนั่นแหละครับ แต่โดยรวมถือว่าอยู่ในระดับดีครับ CG ต่าง ๆ นั้นก็ถือว่าโอเค ถึงแม้บางอันอาจจะดูแย่นะครับแต่พอถึงฉากสำคัญก็ถือว่าสวยงามครับ ดีกว่ามาตรฐานหนังไทยทั่วไปเยอะเลย มาต่อที่ส่วนนักแสดงกัน คงไม่มีอะไรให้พูดถึงมากครับ มาริโอ้ เมาเร่อ นั้นแสดงให้ดูเป็นมาริโอ้อยู่เหมือนเดิมครับ มีความทะเล้น ตลก และเป็นธรรมชาติ เข้าขากับแก๊งคุณโจเซฟมาก ๆ ครับ ช่วยให้หนังนี่ตลกขึ้นเป็นกอง คุณฟ้า ยงวรี ที่รับบทพิมนะครับ สวยสะดุดตามาก ๆ เธอเพิ่งจะอายุ 20 ปีเท่านั้นเอง ถ้าพัฒนาเรื่องการแสดงขึ้นไปอีกอนาคตน่าจะไปได้ไกลครับ ดูมีของเลย สุดท้ายที่อยากจะพูดก็คือบทช้างครับที่แสดงโดยคุณฟิลลิปส์ หลาย ๆ คนอาจจะรู้จักเขาจากรายการ The Face นะครับ ผมว่าเขาเหมาะกับบทบาทนี้ครับ ที่ไม่ต้องพูดเยอะอาจจะต้องพัฒนาตรงจุดนี้ครับ แต่ฉากนิ่ง ๆ มาดขรึมหรือว่าดราม่านี่ก็ดูเท่มีเสน่ห์มาก ๆ เหมือนกันครับ สรุปเลยแล้วกันครับอย่างที่เกริ่นไป ขุนแผนนั้นอยู่ตรงกลางระหว่างหนังที่เจ๋งและบ้าบอครับ อยู่ที่คุณเลยครับว่าจะชอบในสิ่งที่ผู้กำกับเขาใส่เข้ามาหรือเปล่า บางคนอาจจะชอบให้เป็นแนวจริงจัง อารมณ์ขุนพันธ์ภาคแรกหรืออยากจะดูขุนแผนเวอร์ชั่นดั้งเดิม นั่นอาจจะทำให้คุณไม่ชอบหนังเรื่องนี้เลยก็ได้ครับ ส่วนตัวแล้วนะครับแม้ตัวหนังอาจจะเรียกไม่ได้ว่าสมบูรณ์นัก การดำเนินเรื่องอาจจะเฉื่อย ๆ ไปหน่อย ประเด็นต่าง ๆ ที่เยอะเกินไป การพัฒนาตัวละครที่ดูจะงง ๆ ครับแต่ผมก็เป็นคนชอบอะไรใหม่ ๆ เหมือนกัน อาจจะไม่ได้ใหม่ในวงการภาพยนตร์แต่ใหม่ในวงการหนังไทยแน่นอนครับ ผมนี่อยากเห็นหนังดัดแปลงจากวรรณกรรมไทยที่มีลูกเล่นเยอะ ๆ แบบนี้มานานแล้วครับ ผมซื้อครับ คิดว่ามันเจ๋งแล้วก็เจ๋งมาก ๆ ด้วย ความแปลกใหม่ ธีมของเรื่อง มุกตลกและลูกเล่นประยุกต์นี่คือ 3 สิ่งที่ผมชอบจากขุนแผนฟ้าฟื้นครับ ถ้าจะให้เป็นคะแนนนะครับ เอาด้านความบันเทิงล้วน ๆ เลยนะ ผมขอให้ที่ 7 เต็ม 10 ครับ สนุกดี ตัวหนังให้ความบันเทิงค่อนข้างสูง และเต็มไปด้วยมุกตลกดี ๆ ครับ ถ้าเกิดว่าคุณเปิดใจดูแบบไม่คิดจะจับผิดอะไรก็ดูได้แบบสบาย ๆ ครับ ขอขอบคุณภาพทั้งหมดจาก Official Trailer Youtube