รีวิวหนัง "คนเดือดทวงแค้น" จัดจ้านเดือดดาล แต่ก็ไม่ได้นำพา กราบ..นักแสดงนำคือเดอะแบก
ถือว่าเป็นปีที่ดีมาก ๆ ของพระเอกหนุ่มซุปตาร์ "ณเดชน์ คูกิมิยะ" เพราะตอนนี้เขาอยู่ระหว่างการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์หลังวันวิวาห์ แต่ผลงานของเขาในปีนี้นั้น กำลังปล่อยออกมารัว ๆ โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนหลังของปีนี้ เริ่มต้นด้วย "คนเดือดทวงแค้น" หนังแอคชันอาชญากรรมเดือดจัดจ้าน ที่เป็นการกลับมาจับบทบาทสุดเข้มข้นอีกครั้ง ที่ได้เปิดโอกาสได้แสดงศักยภาพทางการแสดงของเขา ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือนักแสดงมืออาชีพที่รับมือได้กับทุกบทบาท ไม่ว่าจะมีบทใดเข้ามาอยู่ในมือก็ตาม
หนุ่ม อดีตนักทวงหนี้สุดโหดผู้แบกรับความผิดบาปที่กัดกินใจจากการกระทำในอดีต หลังพ้นโทษออกมาจากเรือนจำและพบว่าตัวเองป่วย เขาจึงตัดสินใจวางมือและเลือกเดินในเส้นทางที่เงียบสงบ แต่อยู่มาวันหนึ่งกลับบังเอิญเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ทวงหนี้สุดเลือดเย็นจากฝีมือของ โป้ ลูกชายสุดอำมหิตของเจ้าแม่เงินกู้ผู้ทรงอิทธิพล ภาพความรุนแรงและเหตุการณ์นี้ ได้จุดไฟแค้นในใจของหนุ่มให้ลุกลามจนต้องลุกขึ้นมาฟาดฟันเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้เหยื่อเงินกู้นอกระบบ โดยมี ก้อง นายตำรวจที่ทำคดีเหยื่อทวงหนี้มาร่วมกระโจนเข้าสู่สมรภูมิคนเถื่อน การตามล่าสุดดุเดือดจึงอุบัติขึ้น เพื่อทวงหนี้ชีวิตคืนให้กับเหยื่อและชดใช้หนี้ทางความรู้สึกของหนุ่มในอดีต
ผลงานล่าสุดของ "ท็อป-สุรพงษ์ เพลินแสง" ผู้กำกับโฆษณาชื่อดังที่กำลังพยายามสะสมผลงานสร้างหนัง แต่อาจจะยังไม่เปล่งประกายเท่าที่ควร เพราะ ภาพหวาด ผลงานก่อนหน้านี้ของเขาก็ยังไม่ใช่การละเลงฝีมือที่เปล่งปลั่งสักเท่าไหร่ เมื่อก้าวขึ้นมาดูแลงานหนังแอคชันเดือด ๆ ดิบ ๆ เรื่องนี้ ก็ดูเหมือนว่าประสบการณ์และฝีมือการกำกับของเขา ยังไม่สามารถรับมือได้ไหวกับงานสร้างหนังเรื่องนี้ เพราะเขาเลือกหยิบใช้แต่องค์ประกอบงานสูตรแบบสูตรสำเร็จและจังหวะเดิม ๆ ที่ไม่ได้มีความแปลกใหม่อะไรเลยมาใส่ในหนังเรื่องนี้ ไม่ต่างกับการหยิบเอาลีลาหนังฝรั่งแนวนี้หลาย ๆ เรื่อง มายำรวมกันเอาไว้เป็นหนังเรื่องใหม่
ท็อป สุรพงษ์ กับทีมได้ร่วมกันเขียนบทหนังเรื่องนี้เองด้วย แล้วก็มาพร้อมกับพล็อตที่ช่างดูพยายามไปหมดแทบจะทุกซีน ความสดใหม่เกือบหาไม่พบ ความจัดจ้านที่เคี่ยวเข็ญไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ค่อยเวิร์กกับตัวหนังด้วยซ้ำ ด้วยว่าที่เส้นเรื่องของหนังไม่ต่างกับหนังบู๊ห้าบาทสิบบาท สไตล์หนังฮอลลีวูดปลายแถวที่มักจะสร้างออกมาแล้วมีชะตากรรมไปลงจอฉายออนไลน์เลย ทั้งปมและทรีเมนต์ต่าง ๆ ยังไม่คมคายเพียงพอที่จะพยุงหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อย่างมั่นคง ทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นแค่หนังบู๊ดรามาที่ยัดเยียดฉากสู้กันและฆ่ากัน ในแบบที่ยังไม่มีซีนไหนน่าจดจำได้สักเท่าไหร่
คนเดือดทวงแค้น มีกลิ่นความอยากจะเป็น จอห์น วิค แต่ยังทำได้ไม่ถึงระดับนั้น ด้วยศักยภาพที่ยังเปล่งประกายเพียงพอ แม้ว่าหนังจะพยายามใส่ความเป็นมนุษย์เอาไว้ในเส้นเรื่องค่อนข้างเยอะ แต่กลับออกมาเป็นพล็อตสไตล์เรื่องสั้นสะท้อนสังคมแบบฟ้ามีตาเสียมากกว่า ทางด้านองค์ประกอบงานสร้างนั้น ตัวหนังค่อนข้างเล่นกับโทนที่มืดหม่นพอประมาณ โปรดักชันดีไซน์ที่ใช้แสงแค่มัว ๆ ปลุกบรรยากาศความระทึกให้คลุมโทน แต่ต้องยอมรับว่า...หนังมืดไป บางซีนมืดจนแทบดูไม่ออกมาว่าอะไรเป็นอะไร แต่ก็ต้องยอมรับว่าคิวบู๊และการออกแบบฉากสตันท์ต่าง ๆ ในหนัง ค่อนข้างถ่ายทอดออกมาได้ดี และยังรักษามาตรฐานเอาไว้ได้
แต่ท่ามกลางความสะเปะสะปะของหนังเรื่องนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เดอะแบกประจำเรื่อง ก็คือทีมนักแสดงหลัก ณเดชน์ คูกิมิยะ สามารถรับมือกับบทบาทหน้าที่ที่เขาได้รับอย่างทรงพลัง เขาสามารถพิสูจน์ให้ได้เห็นอีกครั้งว่าเขาคือมืออาชีพ แม้ว่านี่จะไม่ใช่บทบาทที่แปลกใหม่สำหรับเขาสักเท่าไหร่นัก แต่เขาก็รับมือกับความเดือดดาลและการแสดงซีนดรามาได้เข้าถึงเส้นถึงอารมณ์ เป็นตัวหลักที่ช่วยประคองหนังทั้งเรื่องเอาไว้ เสริมด้วย "ต้าห์อู๋ พิทยา" ที่ยังค่อนข้างใหม่กับการเล่นหนัง แต่ครั้งนี้เขาก็พลิกบทบาทและท้าทายตัวเองอีกครั้ง ด้วยการรับบทเป็นน่าหยุมหัวสุด ๆ
ถึงในแง่ของความสดใหม่และมิติของคาแรกเตอร์ที่ต้าห์อู๋ได้รับมานั้น จะไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนนัก แต่ต้องยอมรับเลยว่า เขาสามารถดีไซน์และรับมือกับบทบาทนี้ของตัวเองได้อย่างมั่นคง และหนักแน่นในการเข้าถึงคาแรกเตอร์นี้ได้อย่างชวนรังเกียจ ขณะที่ทีมนักแสดงสมทบคนอื่น ๆ ก็มาเสริมตามมาตรฐาน ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก การกลับมามีซีนในหนังไทยอีกครั้งของ "ต๊อบ ชัยวัฒน์" ทำท่าดูเหมือนจะมีอะไร แต่กลับเป็นบทบาทที่ค่อนข้างเบาบางในทุก ๆ มิติ มองออกได้ง่าย ๆ และไม่ได้มีชั้นเชิงใด ๆ แต่ก็มาเสริมสมทบให้หนังเรื่องนี้ได้เติมเต็มพอกลมกล่อม
ดังนั้นโดยสรุปแล้ว คนเดือดทวงแค้น ค่อนข้างมอบผลลัพธ์ที่ชวนผิดหวังไปสักหน่อย ทั้งที่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก ต้องขอบคุณพลังและฝีมือการรับบทบาทอย่างยอดเยี่ยมของ 2 นักแสดงนำ ที่ช่วยกันประคับประคองหนังที่มีโครงสร้างที่อ่อนปวกเปียกให้ยังมีรากฐานที่ไม่พังครืนลงมาเสียก่อน พล็อตหนังค่อนข้างไม่มีอะไรให้ดึงดูดใจและไม่แปลกใหม่เลยสักนิดเดียว เต็มไปด้วยความพยายามในทุกแง่มุม พยายามเดือด พยายามหักมุม พยายามเฉือนคม แต่ความพยายามนั้นยังไม่เข้าใกล้คำว่าสำเร็จเท่าที่ควร อีกทั้งในแง่วิสัยทัศน์การกำกับหนังยังไม่ค่อยโดดเด่นสักเท่าไหร่ เป็นการใช้สูตรเดิม ๆ มาใส่เอาไว้ในหนังเรื่องใหม่ ที่น่าเสียดาย...หนังยังไม่มีอะไรที่เปล่งประกายได้เลย นอกจากการช่วยกันแบกของนักแสดงนำ
ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง คนเดือดทวงแค้น The Debt Collector
- ประเภท: แอคชัน / อาชญากรรม / ระทึกขวัญ
- ผู้กำกับ: สุรพงษ์ เพลินแสง
- นำแสดงโดย: ณเดชน์ คูกิมิยะ, พิทยา แซ่ฉั่ว, ชัยวัฒน์ ทองแสง
- ความยาว: 132 นาที
- กำหนดฉายในไทย: 23 กรกฎาคม 2026 (ที่ Netflix)
Movie.TrueID METRIC: คนเดือดทวงแค้น The Debt Collector
- ภาพรวม
⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.3/10) - การเล่าเรื่อง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.6/10) - การแสดง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.7/10) - การกำกับ
⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.2/10) - เทคนิคงานสร้าง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.4/10) - บทภาพยนตร์
⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.7/10)
ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุก
กับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย!
-------------------------------------
>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa