แฟนเซอร์วิสเยอะเกินไปจนเนื้อหาเละบทสรุปสุดท้ายของไตรภาคใหม่ภายใต้การนำของดิสนี่ย์ และเป็นการกลับมาคุมบังเหียนเป็นผู้กำกับอีกครั้งของ เจ.เจ เอบรามส์ อีกด้วยแต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ได้รับหลังออกจากโรงกลับกลายเป็นว่ารู้สึกเฉย ๆ ต่อการปิดตำนานอันยิ่งใหญ่กว่า 40 ปีไปเสียอย่างนั้นเพราะความที่หนังอัดความ "แฟนเซอร์วิส" ที่มากไปจนกลบเรื่องราวหลักไปหมดStar Wars: The Rise of Skywalker จะย้อนกลับไปสู่ความคลาสสิคเรียบง่ายของไตรภาคออริจินัลโดยเฉพาะในส่วนของการเดินเรื่องที่เน้นเรียบ ๆ ไม่หวือหวาหรือฉีกกรอบเหมือนใน The Last Jedi เลยทำให้เรื่องราวในภาคที่ 9 นี้ค่อนข้างเพลย์เซฟอยู่ในกรอบพอสมควรซึ่งเผลอ ๆ มันเพลย์เซฟกว่าภาค The Force Awakens เสียด้วยซ้ำนอกจากความเพลย์เซฟเล่นง่ายแล้วความรวดเร็วของการเดินเรื่องในช่วงแรกถือว่าเร็วถึงเร็วมากไม่ให้ผู้ชมได้ซึมซับเนื้อหาแต่กลับตัดสลับเปลี่ยนฉากพาผู้ชมไปยังเหตุการณ์ใหม่ทันที เหมือนพยายามยัดเนื้อหาให้กับคนดูให้มากที่สุดไปให้ถึงจุดหมายเร็วที่สุดแต่ท้ายที่สุดแล้วผลของการทำแบบนั้นทำให้คนดูไม่ได้อินกับเนื้อหาที่ปูมาเลยและมันจะส่งผลให้ช่วงสุดท้ายของเรื่องดูแย่มากเข้าไปอีกแน่นอนว่าหนังเลือกที่จะตามรอยไตรภาคเก่า ๆ คงเป็นเหตุจากภาค The Last Jedi ที่แหกขนบธรรมเนียมหนังไปจนหมดทำให้มีทั้งเสียงชมและตำหนิดังนั้นการที่ผู้กำกับเลือกที่จะหันไปสู่ความดั้งเดิมของมันก็ต้องพบกับความจืดชืดของเนื้อหาแต่ถึงอย่างนั้นผู้กำกับก็เพิ่มสีสันด้วยการยกทัพฉากเซอร์วิสมาให้แฟน ๆ เยอะมากทีเดียวมี Easter Egg หรือตัวละครลับโผล่มาเยอะมากเชื่อได้เลยว่าแฟน ๆ ต้องฟินแน่นอนจริงอยู่การใส่ฉากแฟนเซอร์วิสเป็นสิ่งที่ทำให้สาวกตื่นตาตื่นใจหากแต่ความ "เยอะ" ที่มากไปก็ทำให้ตัวหนังดูล้นเกินพอดีและหาจุดลงตัวไม่ได้หนำซ้ำบรรดาฉากที่ว่ามากลับสอดแทรกอย่างจงใจไม่มีการอารัมภบทหรือการบิ้วท์อัพก่อน ทำให้เวลาเห็นฉากดังกล่าวไม่รู้สึกอินไปกับมันเท่าที่ควร (บางฉากก็ทำได้ว้าวจริง ๆ อยู่นะ) เหมือนกับพยายามเอาใจสาวกจนเกินพอดีทำให้มันกลบเนื้อหาหนังไปหมดความที่ยัดเนื้อหาโดยไม่มีการบิ้วท์มาก่อนแบบนี้มันก็ทำให้การคลี่คลายปมประเด็นที่ผูกไว้ตั้งแต่ภาคที่ 7 ด้วยครับซึ่งในภาคที่ 9 ก็เฉลยออกมาแต่ไม่ทำให้รู้สึกอึ้งหรือตกใจอะไรแถมยังรู้สึกถึงความ "แถ" ของผู้กำกับอีกด้วยแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ!บาดแผลของ Star Wars: The Rise of Skywalker ยังไม่หมดแค่นี้ยังมีในส่วนของการชูตัวละครหลักอย่าง เรย์ ที่เก่งเทพผิดหูผิดตาจากสองภาคก่อนลิบลับเลยทำให้ไม่น่ารู้สึกเอาใจช่วยนางเท่าไหร่รวมถึงการกระทำแบบแปลก ๆ ไร้เหตุผลหรือการนำตัวละครเก่า ๆ บางตัวกลับมาไม่สมศักดิ์ศรีเป็นเพราะขาดการอธิบายที่ดีก็ยิ่งทำให้ตัวละครนั้นดูไม่ทรงพลังเท่าเมื่อก่อนทำให้น่าเสียดายเสียของอย่างยิ่งอย่างไรก็ดีครับแม้จะมีข้อเสียให้สับเยอะแต่ข้อดีของภาคนี้ก็อยู่ที่นักแสดงหลักอย่าง เดซี่ ริดลี่ย์ กับ อดัม ไดรเวอร์ ที่รับบทเป็น เรย์ กับ ไคโล เรน (เบน) ล่ะครับทั้งสองเคมีเข้ากันลงตัวการแสดงออกทางสีหน้าแววตาโดยที่ไม่พูดอะไรสามารถสื่อให้คนดูเข้าใจได้ว่าทั้งสองคิดอย่างไร ใครที่เป็นคู่จิ้น Reylo แล้วล่ะก็มีหลายฉากให้ฟินหนักมากครับStar Wars: The Rise of Skywalker มันก็ยังเป็นหนังที่สาวกต้องตามเก็บต้องดูให้ได้ ตัวหนังอุดมไปด้วยฉากแฟนเซอร์วิสอันมหาศาล การเล่าเรื่องที่เพลย์เซฟเล่นง่าย ๆ ตามสไตล์ดิสนี่ย์และขนบธรรมเนียมเดิม ฉากแอ็คชั่นจัดหนักกว่าทุกภาคทั้งดวลดาบไลท์เซเบอร์หรือขับยานอวกาศไล่ยิงมีให้หมดไม่มีกั๊ก หากดูเพลิน ๆ เอาบันเทิงไม่คิดอะไรก็พอได้ครับ ทว่านี่คือหนังเพื่อปิดฉากตำนานอันยิ่งใหญ่ 40 กว่าปีถ้าหากหนังมีเวลาอธิบายค่อย ๆ เล่าเรื่องและไม่ยัดเยียดฉากเซอร์วิสมากไปก็คงจะดีกว่านี้แต่ส่วนตัวแล้วมันยังทำหน้าที่ของมันได้ไม่ดีเลย6.5/10 (C+ Rank)ที่มารูปภาพ: https://www.starwars.com/films/star-wars-episode-ix-the-rise-of-skywalker#StarWarsTheRiseofSkywalker