เตรียมรับแรงกระแทกความฮาครั้งใหม่! เมื่อจักรวาลหนังที่ไม่มีวันตายกลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้ง "หอแต๋วแตก แหกหลีหู" ออกมาวาดลวดลายความสนุกที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ด้วยการหยิบกลิ่นอายซีรีส์จีนย้อนยุคมาผสมโรงกับความวายป่วงของเหล่าเจ๊ ๆ ภาคนี้ไม่ใช่แค่การรวมตัวกันด่าแบบสับ ๆ หรือการตามล่าผีในหอพักแบบที่เคยเห็นมา แต่เป็นการยกระดับงานสร้างไปสู่ "วังหลวง" ที่เต็มไปด้วยริษยา ปริศนา และคอสตูมสุดวิจิตรที่กะเทยไทยต้องร้องกรี๊ด! ใครที่เคยสบประมาทไว้ว่าหอแต๋วแตกจะหมดมุก ขอบอกเลยว่าคุณต้องคิดใหม่ เพราะภาคนี้กราฟความสนุกพุ่งทะยานจนหนอนขอยกนิ้วให้ว่า "ทำถึง" และนี่คือ 5 เหตุผลสำคัญที่คุณต้องตีตั๋วเข้าไปดู "หอแต๋วแตก แหกหลีหู" ในโรงภาพยนตร์! รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! 1. การยกระดับการเล่าเรื่องที่มี "สตอรี่" ชัดเจนกว่าเดิม ในภาคที่ผ่าน ๆ มา หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับความตลกแบบเดินเรื่องไปเรื่อย ๆ หรือการตัดสลับมุกไปมา แต่สำหรับภาค "แหกหลีหู" พี่พชร์ อานนท์ ดูจะมีความตั้งใจเป็นพิเศษในการปั้นเส้นเรื่องให้มีชั้นเชิงขึ้น โดยหยิบเอาความหลงใหลในซีรีส์จีนย้อนยุคมาเป็นแกนหลัก มีเรื่องราวปริศนาการสิ้นพระชนม์ของฮองเฮา และการสวมรอยเข้าไปสืบเบาะแสในวังหลวง ทำให้หนังมีลำดับขั้นตอนการเล่าเรื่องที่แข็งแรงขึ้น มีจุดพีคและบทสรุปที่เป็นเรื่องเป็นราวมากกว่าหลายภาคในระยะหลัง 2. งานโปรดักชันคอสตูมสุดอลังการ "ทำถึง" ทุกชุด ต้องยอมรับว่าความโดดเด่นที่สุดของภาคนี้คืองานดีไซน์เครื่องแต่งกายที่เรียกว่า "วิจิตรตระการตา" ทีมงานเบื้องหลังดึงเอาความคิดสร้างสรรค์แบบกะเทยไทยมาใช้ในการออกแบบชุดจีนโบราณที่ผสมผสานความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นชุดของตัวละครหลักหรือตัวประกอบ ทุกชุดผ่านการคิดและใส่รายละเอียดมาอย่างระยิบระยับ จนกลายเป็นงานศิลปะที่ช่วยยกระดับงานสร้างของหนังให้ดูแพงและน่าตื่นตาตื่นใจ ตอกย้ำความล้ำเลิศของทีมคอสตูมไทยได้เป็นอย่างดี 3. เคมีที่ลงตัวของทีมนักแสดงระดับตำนาน (The Originals) หัวใจสำคัญของหอแต๋วแตกคือ "เจ๊แต๋ว" (จาตุรงค์), "แพนด้า" (โก๊ะตี๋) และ "กัส" (วีรดิษฐ์) ซึ่งในภาคนี้พวกเขายังคงพิสูจน์ให้เห็นว่า ตลอด 19 ปีที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้แค่แสดงเป็นตัวละคร แต่พวกเขา "เป็น" ตัวละครนั้นไปแล้ว ความเป็นมืออาชีพในการรับส่งมุกที่เข้าขาจนมองตาก็รู้ใจ ทำให้หนังมีจังหวะตลกที่เป็นธรรมชาติ และเป็นแกนหลักสำคัญที่ประคับประคองอารมณ์ของเรื่องเอาไว้ได้อย่างอยู่หมัดไม่ว่าสถานการณ์ในหนังจะหลุดโลกขนาดไหน 4. การรวมตัวของ "อินฟลูเอนเซอร์" ตัวท็อปที่ไม่ได้มาแค่ยืนเฉย ๆ ภาคนี้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการขนทัพเน็ตไอดอลและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือทุกคนมี "ตัวตน" และมีบทบาทที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น จูดี้ จารุกิตต์, เอแคลร์ จือปาก, แพร์รี ไพรวัลย์ หรือ แต๋ง อาฟเตอร์ยำ ทุกคนต่างพกพาพลังงานและอินเนอร์การแสดงมาแบบจัดเต็ม สู้กับนักแสดงมืออาชีพได้อย่างสมศักดิ์ศรี ทำให้ตัวละครในวังหลวงดูมีชีวิตชีวาและมีความตลกที่สดใหม่ตามยุคสมัย 5. เสน่ห์ความเป็น "จดหมายเหตุเมืองไทย" ฉบับปรับปรุงใหม่ หอแต๋วแตกยังคงทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนสังคมและกระแส Pop Culture ของไทยในแต่ละปีได้ดีที่สุด ภาคนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์การจิกกัด เสียดสี และการด่ากันแบบ "สับ ๆ" ที่แฟนคลับโหยหาเอาไว้ครบถ้วน แต่มีการเพิ่มฟีลลิ่งแบบหนังแฟนตาซี-สยองขวัญเข้าไปผสม ทำให้รสชาติของหนังภาคนี้มีความกลมกล่อมและดูสนุกขึ้น เป็นหนังที่เหมาะแก่การไปพักผ่อนสมอง ปล่อยจอย และหัวเราะไปกับความบันเทิงที่ไม่มีขีดจำกัดตามสไตล์พชร์ อานนท์ ขอขอบคุณ SF Cinema ภาพปก ภาพที่ 1/2/3/4/5 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !