Series Full ReviewThe Uncanny Counter เคาน์เตอร์ คนล่าปีศาจ (2020)ส่วนผสมที่ลงตัวของดราม่า อาชญากรรม สืบสวน และแอ็กชันแฟนตาซีที่มีมิติและพลังดึงดูดเพราะอะไรก็ตามที่ทำแล้วได้ผลลัพธ์ออกมาดีต่อให้ไม่ถึงกับเต็มร้อยแต่ถ้าผลตอบรับออกมาดีมักจะมีการทำซ้ำหรือสานต่อ เช่นกันกับหนังหรือละครที่เราได้ดูกันถ้ามีการทำซ้ำที่ภาษาเท่ๆเรียกว่ารีเมคหรือมีการสานต่อเป็นภาคสองหรือซีซันสองก็หมายความว่างานต้นฉบับมีดีพอ แล้วคำว่าดีพออาจวัดกันที่รายได้หรือเรทติ้งที่สูงพอที่จะวัดฐานแฟนๆที่น่าจะสมใจกับการสานต่อในแต่ละครั้งซึ่งสำหรับแฟนๆที่ได้ดูงานต้นฉบับมาบางคราก็คล้ายกับเป็นหน้าที่ที่ต้องติดตามและดูไปบ่นไปก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น กระนั้นอะไรที่พึงมีในการดึงดูดใจให้ติดตามต่อในซีซันต่อไปโดยเฉพาะถ้าเป็นซีรีส์หรือละครที่ระยะทางในการดูยาวกว่าก็ต้องขึ้นอยู่กับเสน่ห์บางอย่าง เช่นเดียวกันกับเรื่องนี้ที่ในปีนี้กำลังจะมีการสานต่อเป็นซีซันสองเพราะความที่ซีซันที่แล้วเมื่อตอนออกอากาศเมื่อเกือบสามปีที่ผ่านมาจัดว่าเป็นละครเกาหลีที่สนุกเอาการ อาจเพราะเป็นงานที่สร้างมาจากเว็บตูนที่สามารถใส่จินตนาการลงไปและมีทั้งความเคร่งตึงและผ่อนคลายได้ลงตัวทำให้เกิดอาการติดกันงอมแงม แล้วเมื่อจะมีซีซันต่อมาก็มารำลึกกันว่าซีซันที่แล้วมีดีอย่างไรเรื่องย่อเริ่มที่อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสองสามีภรรยาเสียชีวิตแล้วทิ้งลูกน้อยรอดมาได้หนึ่งคน ตัดมาที่ปัจจุบันที่ร้านบะหมี่ออนนี่ร้านชื่อดังที่มีเจ้าของร้านอินดี้อยากเปิดก็เปิดอยากปิดก็ปิดอยู่ดีๆปิดร้านก็มีแต่ทุกอย่างมีเหตุผลเสมอ เมื่อวันหนึ่งโทฮานา (คิมเซจอง) พนักงานในร้านสัมผัสพลังลี้ลับบางสิ่งได้ทางร้านจึงปิดร้านแบบไม่สนสี่สนแปดว่าลูกค้าจะกำลังนั่งซดบะหมี่อยู่ แล้วจู่ๆก็พากันใส่ชุดวอร์มสีแดงพรวดพราดออกไปและปรากฏว่านอกจากโทฮานายังมีคาโมทัก (ยูจุนซัง)กับชูแมอ๊ก (ยอมฮเยรัน) แล้วคนดูก็รู้ว่าทีมผู้พิทักษ์ในชุดวอร์มแดงก็คือทีมเคาน์เตอร์ที่มีหน้าที่ตามจับปีศาจที่สิงอยู่ในร่างมนุษย์เพื่อส่งไปยังปรโลก ซึ่งปีศาจจะสามารถเพิ่มพลังได้เมื่อได้ฆ่าคนและกลืนกินดวงวิญญาณคนตายแต่ปีศาจตนที่พวกเขาต้องเผชิญคราวนี้คือปีศาจระดับสามที่ตึงมือและสูญเสียสมาชิกในทีมที่ตามมาสมทบไปหนึ่งคน และเมื่อปีศาจได้กินวิญญาณมนุษย์เข้าไปอีกก็แข็งแกร่งขึ้นและหนีไปได้ตัดมาที่เด็กน้อยผู้สูญเสียพ่อแม่ที่ต้องเติบโตมาแบบพิการที่ขาเด็กคนนั้นมีนามว่าโซมุน (โจบยองกยู) เด็กอ่อนแอแต่จิตใจดีที่มักจะถูกพวกอันธพาลในโรงเรียนรังแกแบบไม่มีทางสู้ กระทั่งดวงจิตของวีเกน (มูนซุก) ที่ออกจากร่างของเคาน์เตอร์ที่เสียชีวิตแล้วดันไปรวมร่างกับโซมุนโดยบังเอิญหรือไม่ใครจะไปรู้เพราะทุกดวงจิตที่อยู่บนปรโลกที่เรียกว่ายุงต้องรวมร่างกับคนที่อยู่ในภาวะโคม่า แต่นั่นไม่สำคัญเมื่อโซมุนผู้อ่อนแอได้พลังเหนือมนุษย์สิ่งต่อมาคือการยอมรับที่จะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่คนล่าปีศาจและเรียนรู้ที่จะใช้พลังช่วยคน ทว่าเรื่องดันเริ่มซับซ้อนเมื่อคาโมทักที่สูญเสียความทรงจำมีอะไรมาสะกิดใจความทรงจำที่เริ่มปะติดปะต่อกลับมีพ่อของโซมุนอยู่ในนั้นซึ่งมันก็เกี่ยวเนื่องกับคดีฆาตกรรมกับนักการเมืองขี้ฉ้อและแก๊งอันธพาล โดยที่เรื่องของคาโมทักกับโซมุนเกี่ยวพันกันอย่างลึกทำให้ทั้งลุงทั้งหลานต้องสืบหาความจริงแล้วถ้ายังไม่ยุ่งพอ เหตุการณ์ที่ว่ายังมีปีศาจเข้ามาเกี่ยวข้อง ทีมเคาน์เตอร์จึงต้องทั้งล่าปีศาจและค้นหาความจริงที่เกี่ยวข้องกับอดีตหยิบเรื่องเก่าเล่าซ้ำมายำใหม่ได้อย่างดีมีทิศทางและดูสดใหม่ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่ายังไงก็เดิมๆสิ่งที่ผู้เขียนชอบเสมอมาในการเขียนบทของเกาหลีถ้าว่ากันที่งานละครนั่นคือการต่อยอดทางไอเดีย เพราะบางครั้งเห็นชัดว่าเรื่องที่ออกมาเหมือนเคยผ่านตามาจากไหนสักที่หรือบางทีก็คือการยำๆเอาของที่เคยมีมาใส่เข้าไป กระนั้นผลที่ออกมาดันกลายเป็นดูสดใหม่ได้อย่างไม่น่าเชื่อนั่นคือเล่าเรื่องเก่าซ้ำเดิมให้ออกมาเหมือนมีทางไปเป็นของตัวเองด้วยปัจจัยต่างๆทั้งที่ก็ยังเป็นเรื่องเดิมๆ เช่นเดียวกับเรื่องนี้ก็คือเรื่องของเด็กหนุ่มขี้แพ้มีปมในใจแล้วได้รับพลังเหนือธรรมชาติหรือจะเรียกว่าเป็นผู้ถูกเลือกก็สุดแท้แต่ แล้วกลายเป็นผู้ที่มีพลังเหนือกว่าใครเพื่อนพัฒนามาใส่มิติการเรียนรู้การยอมรับตัวตนการยอมรับในพลังและชะตากรรมฝึกฝนและกลายเป็นเสาหลักแห่งทีมปราบอธรรม ซึ่งเรื่องประมาณนี้ที่เคยผ่านตามาจนขี้เกียจนับแล้วเล่าให้พัวพันหลายมิติเช่นการทุจริตของนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับตัวละครคือโซมุนกับโมทักพาดทับมายังการตายของพ่อแม่ของโซมุนคดีฆาตกรรมจากนักการเมืองกังฉินที่มีปีศาจเป็นส่วนร่วมด้วยการวางโครงเรื่องให้พัวพันซับซ้อนหากแต่ก็ไม่ถึงกับงงเพราะการเร้นเรื่องราวไม่ได้มีเจตนาให้เดายากการเล่าเรื่องยังคงว่ากันตรงๆขาวเป็นขาวดำเป็นดำ แต่ก่อนที่จะถึงจุดนั้นบทยังเล่าแบบมีพัฒนาการด้วยการวางบทโซมุนให้มีความเติบโตทางความคิดการเรียนรู้ที่จะใช้พลังและการปะติดปะต่อความทรงจำของโมทักที่เป็นกุญแจสำคัญ เล่าผ่านการปราบปีศาจเป็นเหตุการณ์ระหว่างทางที่มีผลโดยตรงและโดยอ้อมต่อเรื่องหลักซึ่งในส่วนนี้จัดว่าหาริ้วรอยไม่เจอ กับอีกส่วนที่เป็นตัวสนับสนุนคือตัวละครอื่นเช่นฮานาที่มีสัมผัสต่อปีศาจและคุณชูที่มีพลังเยียวยาแล้วสองตัวละครนี้คือการสนับสนุนมิติเชิงอารมณ์และความผูกพันเมื่อเบื้องหลังของทั้งคู่อาจไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องหลักแต่ก็เป็นเสน่ห์ที่พึงมีแล้วก็ได้ผลเมื่อตัวละครสองคนนี้มีผลกับอารมณ์คนดู แต่ทว่าเรื่องที่ทรงพลังและเดินหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายกลายมาเป๋ไปในช่วงท้ายเมื่อเหมือนคิดอะไรไม่ออกเลยเอานักแสดงรับเชิญโผล่มาแก้ปัญหาเฉยแบบไม่รู้ที่มาที่ไป ลอยมาแล้วก็ลอยจากไปแถมคงไม่รู้จะหาทางออกยังไงเลยให้โซมุนกลายเป็นซุปเปอร์ไซย่าไปซะงั้นแต่แม้จะมีแผลในช่วงท้ายก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คืองานที่ดูสนุกมีความน่าติดตามด้วยเรื่องราวที่เข้มข้นด้วยการออกแบบตัวละครที่มีเสน่ห์ในบทที่เล่าเรื่องลึกลับสืบสวนสอบสวนมีมิติที่สัมผัสได้ทางความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งมิติของครอบครัวเพื่อนร่วมงานและการยอมรับที่จะให้อภัยที่มาพร้อมกับการเติบโตที่เล่าได้อย่างกลมกลืน ทำให้เรื่องของการเติบโตของโซมุนที่เลือกจะให้อภัยมาก่อนในเรื่องรองเรื่องอดีตของโมทักที่ยืนยันว่ามนุษย์บ้าพลังอย่างลุงโมทักก็มีหัวใจมีมุมดีๆเรื่องความรัก หรืออดีตที่ไม่อยากจำและไม่อยากให้ใครรู้ของฮานาที่กลายเป็นสิ่งที่ปิดกั้นความรู้สึกบางอย่างและคุณชูที่ต้องเจ็บปวดด้วยความรู้สึกผิดต่อการตายของลูกแต่ตลกไม่ออกที่ต้องมารวมร่างกับลูกเพื่อเป็นเคาน์เตอร์ จนกระทั่งในที่สุดทุกคนก็สามารถก้าวข้ามอดีตและเดินต่อไปได้ด้วยอารมณ์กินใจโดยเฉพาะคุณชูที่ยินดีกับคู่หมั้นของลูกชายที่สามารถก้าวข้ามผ่านและเดินต่อไปและเช่นกันคุณชูก็เดินต่อไปด้วยการออกเดตครั้งใหม่ และทั้งหมดที่การที่บทไม่ได้ละเลยรายละเอียดเชิงลึกของตัวละครที่แม้จะไม่มาตรงๆแต่การค่อยๆเผยออกมาก็คือชั้นเชิงที่น่าค้นหาทั้งนี้ยังรวมถึงตัวร้ายที่มีสีสันและเป็นที่จดจำน่าจงชังรังเกียจเพราะเอาจริงๆตัวร้ายที่แท้จริงไม่ใช่ปีศาจแต่เป็นความโลภของมนุษย์ตามฟอร์ม ซึ่งบทพยายามเล่าเรื่องจุดนี้ด้วยมิติตัวละครที่มีมีสันต่างกันจึงเรียกได้ว่านี่คือละครที่มีตัวละครที่มีเสน่ห์และแบ่งแยกชัดเพื่อสร้างอารมณ์ นั่นคือแยกดำขาวรักชังชัดเจนมีตัวร้ายที่ลึกลับน่าสนใจที่แม้จะมีความน่าเห็นใจบ้างในบางคนแต่นั่นก็ไม่น่าให้อภัย อนึ่งแม้จะเกลียดแต่ต้องยอมรับในสีสันที่แต้มแต่งให้เรื่องสนุกได้เป็นอย่างดีเพียงแต่ทุกอย่างที่เดินทางมาอย่างดีบทที่แน่นความเกี่ยวพันกันของเรื่องหลายเรื่องลงตัวความสนุกในการเล่าเรื่องความมันส์และอารมณ์ขันที่ไม่ล้น ทุกสิ่งอย่างกลับไปไม่สุดทางเมื่อถึงจุดที่ควรเป็นบทสรุปที่สวยงามแต่เลือกที่จะไม่จบ (อาจเพราะยังไม่ครบสิบหกตอน) เลยเป๋ออกทะเลไปเมื่อเห็นชัดเจนว่าหาทางลงไม่เจอ การยัดตัวละครเข้ามาแบบโดดๆเหตุการณ์ที่เลอะไปกันใหญ่ทำให้โดดออกไปแม้ช่วงท้ายก็ยังสนุกแต่ก็ต้องยอมรับว่าโดดออกมาน่าเกลียด แต่อย่างน้อยก็จบดีและมีทางไปต่อในซีซันต่อไปเมื่อทีมเคาน์เตอร์จะมาในแบบ MIBการแสดงที่มีสีสันเพราะถูกปั้นมาจากการ์ตูนแต่ยังไม่ลืมมิติเชิงดราม่าเช่นเดิมที่เรื่องแฟนตาซีที่สร้างหรือดัดแปลงมาจากการ์ตูนหรือเว็ปตูนอันจะทำให้ตัดความสมเหตุผลหรือคำอธิบายบางอย่างออกไปได้บ้างบางส่วน แต่เมื่อเลือกที่จะวางตัวไว้เป็นอารมณ์ดราม่าแฝงสิ่งที่ต้องมีคือมิติของตัวละคร และโดยมากงานที่สร้างมาจากการ์ตูนแฟนตาซีจะมีคาแร็คเตอร์ของตัวละครที่ชัดมีเสน่ห์มีมิติเชิงลึกมีปูมหลังที่ต่างกันไป แล้วมักจะทำให้ได้ใจด้านอารมณ์ร่วม ซึ่งเรื่องนี้ถ้าวัดกันด้วยเรื่องทางส่วนนี้นับว่าจัดจ้านเพราะตัวละครทุกตัวทั้งตัวดีและตัวร้ายต่างมีมิติต่างกันไปยกเว้นตัวร้ายที่แท้จริงที่ร้ายเหนือคำบรรยายเข้าใจว่าต้องการอารมณ์เกลียดสุดขีดซึ่งก็ได้ผล แต่สิ่งที่จะทำให้เสน่ห์ในตัวละครฉายออกมานั้นการถ่ายทอดต้องเป๊ะและเรื่องนี้คาแร็คเตอร์ของตัวละครค่อนข้างมีเสน่ห์ทั้งพระเอกโซมุนของโจบยองกยูที่เป็นมาในแนวซุปเปอร์ฮีโร่กับการเรียนรู้เพื่อยอมรับในพลังและลุกขึ้นสู้ตามสูตรของพวกขี้แพ้ ส่วนคาโมทักของยูจุนซังที่เป็นตัวสนับสนุนเป็นพวกบ้าพลังและความจำเสื่อมการปะติดปะต่อความทรงจำคือส่งที่น่าติดตาม และชูแมอ๊กของยอมฮเยรันอีกหนึ่งยอดฝีมือที่เป็นคนอ่อนไหวจิตใจดีและที่แจ้งเกิดเต็มที่คือโทฮานาของคิมเซจองที่มีปูมหลังลึกลับน่าค้นหามีเสน่ห์ส่วนตัวที่ขึ้นกล้องและรอยยิ้มละลายหัวใจยิ่งทำให้ฉายแสงโดดเด่นขึ้นไปอีก ซึ่งก๊วนเคาน์เตอร์ทั้งสี่คนให้การแสดงที่สมบทบาทรับผิดชอบอารมณ์ทุกอย่างที่เป็นตัวสนับสนุนตรรกะของทีมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ การแสดงรับส่งกันได้ดีทุกคนแม้จะมีบ้างในอารมณ์หนักหน่วงที่ยังเห็นริ้วรอยแต่ถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็น ส่วนตัวสมทบก็ล้วนแล้วแต่ได้ใจทั้งตัวร้ายอย่างชีชองชินของอีฮองแนที่ดูยังไงก็มีบางอย่างแน่นอนหรือท่านประธานหนวดงามที่ดูเว่อร์วังแบบจงใจแต่ก็สร้างรอยยิ้มและสีสัน ยังไม่รวมพวกนักแสดงสมทบทั้งหลายที่เป็นเครื่องเคียงชั้นดีให้ตัวเรื่องมีมิติดูดีถ้าจะนับว่านี่คือการสร้างมาจากการ์ตูน แต่ไม่ว่ายังไงไม่ว่านักแสดงทั้งหลายจะแสดงดีกันขนาดไหนแต่คนที่ช่วยยกระดับความน่าดูเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเรื่องมีความน่าติดตามมากขึ้นนอกเหนือจากเรื่องราวที่เข้มข้นหลากหลายอารมณ์แล้วคงปฏิเสธไม่ได้ว่าคือเสน่ห์ส่วนตัวที่ออร่าทะลุจอออกมาของคิมเซจองถ้าว่ากันที่ภาพรวมนี่คืองานที่ดูสนุกน่าติดตามน่าค้นหาความจริงรวมไปถึงน่าค้นหาเรื่องของปูมหลังของตัวละครด้วยการซ้อนเรื่องซ้อนปมผสมกับการล่าปีศาจที่มีการต่อสู้สนุกๆได้อย่างลงตัวแถมยังมีอะไรให้ได้คิดได้ซาบซึ้งโศกเศร้าสนุกสนานจัดว่าครบเครื่อง เพียงแต่มันยังไม่แกร่งทั่วแผ่นยังมีบางอย่างที่ไปไม่สุดทางนั่นคือการแสดงที่แม้จะอยู่ในมาตรฐานที่ดีแต่สำหรับคนดูที่ค่อนข้างเรื่องมากอย่างผู้เขียนจะเห็นริ้วรอยบางจุดซึ่งอาจมองข้ามได้ไม่เป็นไร แต่ที่โดดไปเลยคือหลังจากที่เคลียร์ปมที่สร้างความน่าติดตามมาตลอดแล้วเรื่องก็โดดออกไปจนเห็นชัดว่าหาทางไปไม่เจอหาทางออกไม่ได้เลยใส่ตัวละครรับเชิญที่เป็นตัวช่วยมาง่ายๆแล้วก็ไปง่ายๆไม่มีผลกับอารมณ์เพราะโผล่มาเฉยๆ ซ้ำยังดูประดักประเดิดกับอีกวิธีกำจัดปีศาจที่เป็นไม้ตายเมื่อเลือกจะให้ยากเลือกที่จะปราบยากแล้วแต่พอไม่มีทางออกก็อัพเลเวลตัวละครเป็นซุปเปอร์ไซย่าแบบไม่ต้องสนใจเรื่องที่ปูมา แต่ถ้ามองว่าบทสรุปยังลงตัวและตอนท้ายที่เน้นไปในเรื่องของการปราบปีศาจตัวพ่อก็ไม่ได้ทำให้ลดความสนุกลงยังคงสนุกอยู่แต่ดูลอยออกมาบางอย่างก็ดูยัดเยียดแบบจับยัด แต่ไม่ว่ายังไงนี่ก็คืองานดีอีกเรื่องหนึ่งที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูสนุกเรื่องเดินหน้าเร็วไม่ซับซ้อนไม่จงใจให้ดูยากหรือต้องคาดเดาอะไรให้หนักหัว เป็นความบันเทิงที่ดูได้ทั้งครอบครัวแต่เมื่อไม่แกร่งทั่วแผ่นเลยกลายเป็นงานดีที่ยังไปไม่ถึงคำว่าเยี่ยมเท่านั้นดูไปบ่นไปขอบคุณภาพประกอบ ภาพปก / ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4 / ภาพที่ 5 / ภาพที่ 6 / ภาพที่ 7 / ภาพที่ 8 จาก Facebook OCNเกาะติดซีรีส์เรื่องใหม่ๆ App TrueID โหลดฟรี!ถ้าคุณชอบเรื่องนี้ คุณจะชอบเรื่องเหล่านี้https://entertainment.trueid.net/detail/doG1qw2AWNnghttps://entertainment.trueid.net/detail/goyNlell7b0Whttps://entertainment.trueid.net/detail/46AEVRVZmDq6https://entertainment.trueid.net/detail/2o1E5D5wPQ8oติดตามบทความของ "ดูไปบ่นไป" เพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage ดูไปบ่นไป และ Twitter ดูไปบ่นไป