รีเซต

ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ ด้นสดบทใน "Killers of the Flower Moon" เล่นเอา โรเบิร์ต เดอ นีโร มองบน

ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ ด้นสดบทใน "Killers of the Flower Moon" เล่นเอา โรเบิร์ต เดอ นีโร มองบน
แบไต๋
24 ตุลาคม 2566 ( 07:00 )
285

ในฮอลลีวูด ความแตกต่างด้านความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะความแตกต่างด้านวิธีการแสดงของเหล่านักแสดงที่ต้องมาประชันฝีมือในหนังเรื่องเดียวกัน ซึ่ง ‘Killers of the Flower Moon’ หนังมหากาพย์ฆาตกรรมอิงจากประวัติศาสตร์จริงของชนพื้นเมืองสหรัฐอเมริกา ผลงานล่าสุดของผู้กำกับชั้นครู มาร์ติน สกอร์เซซี (Martin Scorsese) ก็หนีไม่พ้นปัญหานี้เหมือนกัน โดยเฉพาะ 2 นักแสดงยอดฝีมือ 2 รุ่น ขาประจำหนังสกอร์เซซี ได้แก่ ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ (Leonardo DiCaprio) และ โรเบิร์ต เดอ นีโร (Robert de Niro) มาปะทะฝีมือกัน

แม้ที่ผ่านมา ดิแคพรีโอจะเป็นนักแสดงที่ขึ้นชื่อเรื่องของการด้นสดหน้ากองด้วยการเพิ่มไดอะล็อก หรือการแสดงแบบด้นสด ๆ หน้าฉาก ซึ่งบางครั้งไอเดียเซอร์ไพรส์หน้ากองของเขาก็เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้กำกับจนถึงขั้นนำไปใช้กับในหนังจริง ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ทุกครั้ง ซึ่งสกอร์เซซี ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้กับเว็บไซต์ The Wall Street Journal ถึงนักแสดงรุ่นใหญ่อย่างเดอ นีโรที่ไม่ค่อยพึงใจกับการแสดงแบบด้นสดไปเรื่อยของดิแคพรีโอ โดยเฉพาะในเวลาที่ต้องเข้าฉากร่วมกัน

สกอร์เซซี ผู้กำกับที่จำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างแนวทางการแสดงที่แตกต่างกันของ 2 นักแสดงในระหว่างถ่ายทำ นิยามถึงการแสดงแบบด้นสดของพ่อหนุ่มดิแคพรีโอแบบกลั้วตลกว่า “โอ้โห ไปเรื่อย ไปเรื่อยเลยคนนี้!” (หัวเราะ) ก่อนที่เขาจะเล่าถึงฉากบทสนทนาฉากหนึ่งที่ 2 นักแสดงต้องร่วมฉากกัน และแน่นอนว่าดิแคพรีโอก็เลือกจะด้นสดอีกแล้ว ทำเอานักแสดงรุ่นใหญ่ถึงกับมองบน

“พอถึงตอนนั้น มีบางจังหวะที่บ็อบ (เดอ นีโร) เองก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ผมกับบ็อบมองหน้ากัน และกลอกตามองบนเล็กน้อย ก่อนที่เราจะบอกเขาว่า ลีโอ (ดิแคพรีโอ) คุณไม่จำเป็นต้องพูดบทสนทนาแบบนั้นหรอกนะ”

2 คู่บุญ 2 รุ่นต้องมาฟาดฟันประชันฝีมือกันในหนังอาชญากรรมแนวตะวันตก ผลงานเรื่องที่ 26 ของสกอร์เซซี ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ช่วงยุค 1920 สุดฉาวโฉ่จากความโลภหิวกระหายของคนขาว ที่กระทำต่อชนพื้นเมืองชาวโอเสจ กลายเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำ และเป็นจุดกำเนิดของหน่วยสอบสวนกลาง หรือ FBI

ซึ่งดิแคพรีโอต้องรับบทเป็น เออร์เนสต์ เบิร์กฮาร์ต อดีตทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่กลับมาช่วยงาน วิลเลียม เฮล แสดงโดย เดอ นีโร ลุงผู้กว้างขวางแห่งดินแดนรัฐโอคลาโฮมา พื้นที่ที่ชาวโอเสจค้นพบบ่อน้ำมัน เออร์เนสต์ต้องเข้าไปมีความสัมพันธ์กับ มอลลี ไคล (ลิลลี แกลดสโตน – Lily Gladstone) ทายาทเศรษฐีบ่อน้ำมันเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง

ดิแคพรีโอและเดอ นีโร ประชันบทบาทครั้งแรกในหนังชีวประวัติดราม่า ‘This Boy’s Life’ (1993) ซึ่งตอนนั้นดิแคพรีโอยังเป็นแค่นักแสดงวัยรุ่นที่ต้องรับบทเป็นโทบี เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่ต้องพบเจอกับดไวต์ พ่อเลี้ยงจอมทารุณ ซึ่งเดอ นีโรประทับใจการแสดงของหนุ่มน้อยคนนี้มาก เขาจึงโทรหาสกอร์เซซีเพื่อเล่าถึงเด็กหนุ่มคนนี้ให้ฟัง

ส่วนดิแคพรีโอเองก็ประทับใจหนังของสกอร์เซซี โดยเฉพาะหนังที่แสดงโดย เดอ นีโร ทั้ง ‘Taxi Driver’ (1976) และ ‘Mean Streets’ (1973) พอดิแคพรีโอ แจ้งเกิดโด่งดังถึงขีดสุดจากหนัง ‘Titanic’ (1997) ปู่มาร์ตี้และหนุ่มลีโอ จึงได้มาร่วมงานกันครั้งแรกใน ‘Gangs of New York’ (2002)

แฟนตัวยงคงทราบดีว่า ดิแคพรีโอนั้นเป็นนักแสดงที่ขึ้นชื่อเรื่องของการด้นสดในหนังมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ทั้งใน ‘Titanic’ (1997) ที่ แจ็ก ดอว์สัน ขึ้นไปยืนบนหัวเรือและตะโกนว่า “ข้าคือราชาของโลกใบนี้!” (“I’m king of the world!”) ที่ไม่มีอยู่ในบท

ส่วนประโยคดัง “ขายปากการนี้ให้ผมที” (“Sell me this pen.”) ใน ‘The Wolf of Wall Street’ (2013) ก็มีการเปิดเผยว่าเป็นการด้นสดของหนุ่มลีโออีกเช่นกัน รวมทั้งฉากที่ ริก ดาลตัน เดือดดาลและร้องไห้ในรถส่วนตัวหลังจากลืมบทพูดของตัวเองใน ‘Once Upon A Time In Hollywood’ (2019) ก็เกิดจากการด้นสดของดิแคพรีโอด้วยเช่นกัน


ที่มา: The Wall Street Journal, The Telegraph, Unilad