เอาว่าจริง ๆ ส่วนตัวไม่ได้ตามอุลตร้าแมนเลย จะเคยเห็นก็แค่ผ่าน ๆ จากทางทีวีที่เคยดูสมัยเด็ก ๆ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเรา เพราะเราก็ยังคงเอ็นจอยไปกับหนังเลยทีเดียว ซึ่งมันก็เป็นหนังที่ทำออกมาเพื่อทั้งตอบสนองแฟนๆอุลตร้าแมนได้อย่างดี อีกทั้งคนดูธรรมดาอย่างเรา ๆ ก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับหนังได้เช่นกันในฐานะของหนังสัตว์ประหลาดไคจูฟอร์มยักษ์ของญี่ปุ่น ซึ่งให้ความรู้สึกที่แปลกหูแปลกตา ชวนน่าตื่นใจ แม้ว่าหนังจะยังเต็มด้วยข้อเสียระว่างทางก็ตามส่วนที่ชอบมากคือหนังทำให้เรารู้ตัวว่ามันทำออกมาเพื่อทั้งเคารพต้นฉบับของอุลตร้าแมนฉบับดั้งเดิม เต็มไปด้วยกลิ่นอายเก่า ๆ มีความคลาสสิคอย่างมาก เช่น การใช้ดนตรีประกอบ เพลงในหนัง การเสริมเติมลูกเล่นของความเป็นอุลตร้าแมนอย่างในกระบวนการ รูปร่างหน้าตาของไคจู งานวิชวลซีจี และ ตัวละครหน่วยวิทยะ หรือ SSSP ก็ทำออกมาได้น่าจดจำในทุก ๆ คน โดยนักแสดงที่ชอบเป็นพิเศษคือ มาซามิ นากาซาวะ ในบท อาซามิ ที่เขาแสดงให้ตัวละครออกมาได้มีเสน่ห์มาก ๆ เป็นต้น ดูแล้วมันน่าปลื้มปริ่มชวนประทับใจอยู่ไม่น้อยกับคลาสสิคของมันที่สามารถทำให้หนังออกมามีเสน่ห์และเอกลักษณ์มาก ๆ อีกทั้งแฟน ๆ ก็น่าจะอิ่มเอมกับในส่วนด้วยเช่นกันแต่ในขณะเดียวมันก็มีความโมเดิร์นเช่นกัน ทั้งวิธีการออกแบบภาพและงานภาพที่มันออกมาดูมีความหวือหวา แปลกตา การตัดต่ออันอันรวดเร็ว มีการใช้มุมกล้องลูกเล่นที่หลากหลายมุม มีการปรับเข้ากับสังคมและเซ็ตติ้งยุคใหม่ได้สนุก ผสมความเป็นการเมืองและเรื่องราวของตัวละครฝั่งมนุษย์ได้น่าสนใจ เลยทำให้หนังมันออกมามีสันดี ชอบครึ่งแรกมาก ๆ ที่เขาสามารถปรับและเล่ามันได้ลงตัวกลมกล่อม ซึ่งมันก็ได้กลิ่นอายของ ฮิเดอากิ อันโนะ มาก ๆ โดยเฉพาะเรื่อง Shin Godzilla, Evangelionค่อนข้างเสียดายในครึ่งหลังที่กราฟของหนังมันเล่าสะดุด น้ำหนักเรื่องไม่ค่อยเท่ากัน ช่วงแรกเปิดมาไวมาก ช่วงกลางผ่อนเครื่องลงจนแทบจะเชื่องช้า และช่วงหลังที่เร่งเต็มสปีด ซึ่งปัญหาจริง ๆ คือหนังมันเหมือนดูซีรีส์หลาย ๆ ตอน มีความกระจัดกระจายในตัวเรื่อง มีปมปัญหาในที่ให้เผชิญหน้า แต่ก็สามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดายกว่าที่คาด เลยทำให้หนังมันหมดพลัง มีความตะกุกตะกักตลอดทาง เสมือนว่ามันสนุกไปได้เรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้มีจุดพีคใดที่ที่น่าตื่นตาและเข้มข้นนักในครึ่งหลังยิ่งไปกว่านั้นคือเราเสียดายไคลแม็กซ์มาก ๆ ที่ไม่ได้รู้สึกว่าน่าเอ็นจอยเท่าไร อาจเพราะมันขาดการบิวต์อารมณ์ในหลาย ๆ ส่วน ทั้งในแง่ของความสัมพันธ์อุลตร้าแมนและมนุษย์ ภาพรวมมันเลยเป็นการเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่ได้สมน้ำสมเนื้อนัก วิธีจบของหนังก็ดูจะเร็วไปหน่อย มันเลยค่อนข้างตัดจบแบบกระชากอารมณ์พอสมควร"Shin Ultraman" เป็นหนังแอ็คชั่นไคจูจากญี่ปุ่นที่ภาพรวมก็สามารถดัดแปลงอุลตร้าแมนเข้ากับบริบทปัจจุบันโดยที่ไม่ละทิ้งเสน่ห์ของมันได้ดีเลยทีเดียว แต่ก็น่าเสียดายที่การนำเสนอของหนังยังดูไม่แข็งแรงและยังไม่กลมกล่อมเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งเอาจริงหนังมีศักยภาพที่ดีและน่าสนใจมาก แต่มันก็ยังเป็นหนังที่สนุกและเอ็นจอยได้อยู่ สำหรับเราให้คะแนนหนังเรื่องนี้ที่ 6.5 เต็ม 10 ครับ***ที่กล่าวมาเป็นความคิดเห็นของผู้เขียน รสนิยมและความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ยังไงก็ไปลองดูและพิสูจน์กันได้ครับภาพยนตร์: Shin Ultraman (2022)ชื่อหนังต้นฉบับ: シン・ウルトラマンประเภทหนัง: แอ็คชั่น, ผจญภัย, ดราม่าผู้กำกับ: Shinji Higuchiผู้เขียนบท: Hideaki Annoคะแนนจากผู้เขียน: 8/10ขอบคุณเครดิตภาพจากFacebook: DEXclub.com: ภาพปก / ภาพที่ 10Twitter:@shin_ultraman: ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4 / ภาพที่ 5 / ภาพที่ 6 / ภาพที่ 7 / ภาพที่ 8 / ภาพที่ 9คอมมูนิตี้โลกคนรักหนัง ห้องหวีดซีรีส์ดังออกใหม่มาแรง ป้ายยาหนังดีหนังโดน