แวะมารีวิว เจน(จะ)เป็นดาวสินกำ Like A Palette ซีรีส์ฺรอมคอม Girls' Love (GL) ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของสองสาวในรั้ว คณะศิลปกรรมศาสตร์ เรื่องเริ่มต้นที่ เจน (ท้องฟ้า อลิชา) นักศึกษาเฟรชชี่ปีหนึ่งที่ตั้งใจใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างสงบ แต่ความตั้งใจก็ต้องสะดุดเมื่อเธอถูกจับตามองด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรจาก พี่ได๋ (พริกขิง สุรีย์ญะเรศ) รุ่นพี่ดาวมหาวิทยาลัย พล็อตเรื่องขับเคลื่อนด้วยความตึงเครียดของความสัมพันธ์แบบ Enemies-to-Lovers ที่เริ่มต้นจากความเข้าใจผิดและท่าทีเย็นชาที่ไม่ทราบสาเหตุ โดยมีฉากหลังของโลกศิลปะที่มีสีสันเข้ามาเสริมมิติ การดำเนินเรื่องจะเน้นการค่อยๆ เผยปมและเปลี่ยนผ่านความสัมพันธ์จากความขัดแย้งไปสู่ความรักและความผูกพันที่ซับซ้อนและน่าติดตาม! รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เรื่องย่อ เจน(จะ)เป็นดาวสินกำ Like A Palette เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เจน เด็กสาวเฟรชชี่ปีหนึ่งก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยและตั้งใจจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ราบรื่นสงบสุขในคณะศิลปกรรมศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ความสงบสุขของเธอก็ต้องมาสะดุดลง เมื่อมีใครบางคนดูเหมือนจะไม่ชอบหน้าเธอตั้งแต่ยังไม่ทันได้ทำความรู้จัก นั่นคือ พี่ได๋ รุ่นพี่ผู้หญิงสุดสวยที่เป็นดาวมหาวิทยาลัยปีที่แล้ว พี่ได๋มักจะมองมาทางเจนด้วยสายตาที่ดูไม่เป็นมิตร ทำให้เจนรู้สึกอึดอัดและสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้พี่ได๋ไม่พอใจ ทั้งที่จริงแล้วเธอก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เมื่อเวลาผ่านไป จากการมองที่ดูเหมือนไม่ชอบหน้ากัน กลับค่อยๆพัฒนาไปสู่ความสัมพันธ์บางอย่างที่ซับซ้อนและน่าติดตาม นักแสดง เจน(จะ)เป็นดาวสินกำ Like A Palette เจน รับบทโดย ท้องฟ้า อลิชา ศรีประทักษ์ นักศึกษาเฟรชชี่ปีหนึ่งที่ต้องการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยศิลปกรรมฯ อย่างสงบสุข แต่ความคาดหวังก็ต้องพังทลายลงเมื่อเธอต้องมาพัวพันกับพี่ได๋ เธอเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้าย พี่ได๋ รับบทโดย พริกขิง สุรีย์ญะเรศ คะยะเรศ ดาวมหาวิทยาลัยรุ่นพี่ในคณะศิลปกรรมฯ ดูเหมือนจะมีท่าทีเย็นชาและไม่เป็นมิตรกับเจนตั้งแต่แรกพบ แต่เบื้องหลังความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง รีวิว เจน(จะ)เป็นดาวสินกำ Like A Palette ซีรีส์ "เจน(จะ)เป็นดาวสินกำ Like A Palette" นำเสนอพล็อตที่มีแกนหลักของเรื่องเป็นความสัมพันธ์แบบ Enemies-to-Lovers ที่น่าสนใจในฉากหลังของคณะศิลปกรรมศาสตร์ การดำเนินเรื่องถูกขับเคลื่อนด้วย ปมความเข้าใจผิด ตั้งแต่แรกเริ่ม เจน (เฟรชชี่) เข้ามาพร้อมความตั้งใจเรียบง่าย แต่ชีวิตกลับไม่ราบรื่นเมื่อเธอต้องเผชิญกับสายตาที่ไม่เป็นมิตรของ พี่ได๋ (รุ่นพี่ดาวคณะ) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทรงพลัง เสน่ห์ที่น่าติดตามที่สุด คือการที่พล็อตจะค่อย ๆ เผย สาเหตุ ที่แท้จริงของความเย็นชาของพี่ได๋ว่าการมองที่ไม่เป็นมิตรนั้นเกิดจากความเกลียดชังจริงๆหรือเป็นเพียงเกราะป้องกัน, ความเข้าใจผิดบางอย่าง, หรือแม้กระทั่งความรู้สึกที่เพิ่งเริ่มต้นและยังจัดการไม่ได้ การดำเนินเรื่อง จะเน้นที่ Slow Burn (ค่อยเป็นค่อยไป) โดยใช้กิจกรรมของคณะศิลปกรรมฯ เช่น การทำงานโปรเจกต์ การวิจารณ์ผลงาน หรือการใช้เวลาในสตูดิโอร่วมกัน เป็นเครื่องมือในการบังคับให้ตัวละครหลักทั้งสองต้องปฏิสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เกิดสถานการณ์ที่ความตึงเครียดค่อยๆ คลายลงสู่ความอ่อนโยน ความรักของทั้งสอง (ความรักของเจนและพี่ได๋) ความรักในซีรีส์นี้คาดว่าจะเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วย สีสันที่ค่อยๆผสมกัน ตามชื่อเรื่อง (Like A Palette) ความสัมพันธ์เริ่มต้นจาก เส้นแบ่งที่ชัดเจน (รุ่นพี่-รุ่นน้อง, คนที่อยากอยู่เงียบๆ-คนที่เป็นจุดสนใจ) ก่อนจะเริ่มขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นผ่านการสังเกตและการเรียนรู้ซึ่งกันและกันอย่างเงียบๆ ความพิเศษของความรัก คือการเปลี่ยนผ่านจาก "ทำไมเธอถึงไม่ชอบฉัน" (ของเจน) ไปสู่ "ฉันรู้สึกอะไรกับเธอแน่" (ของพี่ได๋) ซึ่งเป็นช่วงที่น่าติดตามและชวนให้เอาใจช่วยอย่างมาก ความรักของพวกเขาจะก่อตัวขึ้นจาก ความขัดแย้งที่กลายเป็นความผูกพัน และการค้นพบว่าภายใต้ความเย็นชาของพี่ได๋นั้นมีมุมที่อ่อนไหวซ่อนอยู่ ซึ่งมีเพียงเจนเท่านั้นที่อาจจะได้เห็น ซีรีส์เรื่องนี้มีพล็อตที่เน้น เคมีที่มาจากความตึงเครียด และการดำเนินเรื่องที่ใช้บรรยากาศของคณะศิลปะมาเป็นฉากหลังในการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เป็นเส้นเรื่อง GL ที่คาดว่าจะมีความโรแมนติกที่ซับซ้อนและน่าจดจำค่ะ ความประทับใจหลักมาจาก โครงสร้างความสัมพันธ์แบบปะทะ ตั้งแต่เริ่มต้น พล็อตที่ให้ตัวละครหลักดูเหมือนไม่ถูกกันก่อน เป็นกลไกที่ทรงพลังในการสร้างความตื่นเต้นและรอคอย การที่เราเห็นเจนสับสนกับท่าทีของพี่ได๋ และการที่ผู้ชมต้องลุ้นว่าความรู้สึกที่ไม่เป็นมิตรนั้นจะเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนได้อย่างไร ถือเป็นสูตรสำเร็จที่ทำให้การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองมีมิติและน่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง ฉากหลังของ "ศิลปกรรมศาสตร์" ที่มีเอกลักษณ์ การเลือกคณะศิลปกรรมศาสตร์เป็นฉากหลัง ถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจและน่าประทับใจ เพราะมันช่วยเพิ่ม สีสันและบรรยากาศ ที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับเรื่องราว งานศิลปะ, สี, สตูดิโอ, และการทำงานโปรเจกต์ สามารถถูกนำมาใช้เป็น สัญลักษณ์ ในการสื่อสารอารมณ์และความรู้สึกที่ซับซ้อนของตัวละครได้ดีเยี่ยม เช่น การเปรียบเทียบความสัมพันธ์กับการผสมสีในจานสี (Palette) ที่ตอนแรกอาจจะดูไม่เข้ากัน แต่เมื่อผสมผสานแล้วกลับเกิดเป็นเฉดสีใหม่ที่สวยงาม ขอขอบคุณ Ch3Thailand ภาพปก ภาพที่ 1/2/3/4 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !